“ต้มเปรต” ชื่อนี้มีที่มาแต่หนใด? ไขปริศนาอาหารพื้นบ้านอีสานกับการเชื่อมโยงถึงภูตผี
เมื่อเอ่ยถึง ต้มเปรต ชื่ออาหารพื้นบ้านอีสานชนิดนี้มักจะสร้างความรู้สึกที่หลากหลาย บางคนชื่นชอบในรสชาติจัดจ้าน ขณะที่บางคนอาจรู้สึกหวาดหวั่นจากชื่อที่ชวนให้นึกถึง 'เปรต' ซึ่งเป็นภูตผีตามความเชื่อทางพุทธศาสนา จนเกิดคำถามขึ้นในใจว่า แกงที่ทำคล้ายต้มยำแต่ใช้ปลาไหลเป็นวัตถุดิบหลักนี้ มีความเกี่ยวพันกับเรื่องราวของเปรตได้อย่างไร บทความนี้จะพาไปสำรวจที่มาของชื่อเมนูนี้ พร้อมทั้งกรรมวิธีการทำที่ปรับเปลี่ยนไปตามยุคสมัย
ต้มเปรต: ปลาไหล อาหารแห่งฤดูแล้งในอีสาน
ตามนิยามในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน ปี 2554 ได้ให้คำจำกัดความของ ต้มเปรต ว่าเป็น "ชื่อแกงอย่างหนึ่ง ทำคล้ายต้มยำ แต่ใช้ปลาไหลทั้งตัว" เมนูนี้จึงนับเป็นการนำปลาไหลมารังสรรค์เป็นอาหารด้วยภูมิปัญญาเฉพาะถิ่น โดยเฉพาะในภาคอีสาน ปลาไหลมักจะถูกจับมาบริโภคในช่วงหน้าแล้งหลังฤดูเก็บเกี่ยวข้าว ซึ่งเป็นช่วงที่มีการ สาส่าง หรือการวิดน้ำออกจากบ่อในนา และปลาไหลที่อาศัยอยู่ในรูจะถูกจับด้วยวิธีการอย่างการแทงปลาไหล เพื่อนำมาประกอบอาหารที่หลากหลาย รวมถึงเมนูต้มเปรตด้วย
ในการทำต้มเปรตปลาไหล หัวใจสำคัญคือการล้างเมือกของปลาไหลให้สะอาดก่อนนำไปต้ม ผู้คนในท้องถิ่นมีภูมิปัญญาในการล้างเมือกที่แตกต่างกันออกไป ตั้งแต่การใช้เกลือ ไปจนถึงการใช้ใบข่อยหรือใบมะกรูดมาช่วยขูดเมือกออก และยังช่วยดับกลิ่นคาวได้เป็นอย่างดี
สองเรื่องเล่าที่มาของชื่อ “เปรต”
สำหรับที่มาของชื่อ “เปรต” ที่ถูกนำมาตั้งเป็นชื่อแกงนี้ มีการกล่าวถึงในสองลักษณะใหญ่ ๆ ที่แตกต่างกันไปในแต่ละท้องถิ่น
การถือแก้เคล็ด: เรื่องเล่าแรกกล่าวถึงการที่ในอดีตมีการเทเหล้าขาวใส่ให้ปลาไหลกินก่อนนำไปปรุง โดยเชื่อว่าเป็นพิธีการถือแก้เคล็ดเพื่อ ให้เปรตกิน อันเป็นความเชื่อที่สืบทอดกันมา
พฤติกรรมการดิ้นรน: อีกหนึ่งเรื่องราวกล่าวถึงชื่อต้มเปรตว่ามาจากการที่ปลาไหลถูกนำไปต้มทั้งเป็น (ในอดีต) เมื่อปลาไหลถูกความร้อนก็จะดีดดิ้นเหยียดยาวและทรมานในหม้อต้ม ซึ่งพฤติกรรมการดีดดิ้นนี้ ถูกนำไปเปรียบเทียบกับภาพของ เปรต ที่มีร่างกายสูงใหญ่และมีความทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัส
ไม่ว่าจะด้วยแนวคิดใดที่ถูกต้องตามฉบับดั้งเดิม ก็เป็นเรื่องที่ยากจะสืบเสาะได้อย่างชัดเจนในปัจจุบัน แต่ทั้งสองเรื่องราวสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมโยงระหว่างอาหารพื้นบ้านกับความเชื่อของผู้คนในท้องถิ่นได้อย่างน่าสนใจ
ถึงแม้ว่ากรรมวิธีการทำต้มเปรตในอดีตอาจจะฟังดูโหดร้าย ไม่น่าพิสมัย โดยเฉพาะการต้มทั้งเป็น แต่เมื่อกาลเวลาและบริบทของสังคมได้เปลี่ยนแปลงไป กรรมวิธีการทำก็ได้ปรับเปลี่ยนตามยุคสมัย โดยในปัจจุบันนิยมทำให้ปลาไหลตายก่อนนำไปต้ม เพื่อลดความโหดร้ายและเป็นไปตามหลักจริยธรรมที่คนส่วนใหญ่ยอมรับมากขึ้น
ดังนั้น ต้มเปรต ในปัจจุบันจึงอาจไม่ใช่การต้มที่สื่อถึงความทุกข์ทรมานเหมือนเปรตอีกต่อไป แต่ได้กลายเป็นเพียง ต้มปลาไหล ที่มีรสชาติอร่อย จัดจ้าน และเป็นมรดกทางภูมิปัญญาอาหารพื้นบ้านที่คนไทยภาคอีสานยังคงสืบทอดไว้
#ต้มเปรต #อาหารอีสาน #ปลาไหล #อาหารพื้นบ้าน #ตำนานอาหาร #แกงอีสาน #เปรต
ประเทศที่ชอบทุเรียนไทยที่สุด นำเข้าทุเรียนจากไทยมากเป็นอันดับหนึ่ง
2 ประเทศในโลก ที่ไม่มีเครื่องดื่ม Coke วางขายอย่างถูกกฎหมาย
การอพยพครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์กำลังจะเกิดขึ้น!!
มหาวิทยาลัยในประเทศไทย ที่มีชาวต่างชาติมาเรียนมากที่สุด
ส่องเลขมงคล "ม้าวิ่ง" แนวทางเลขเด่นงวด 16 ก.พ. 69
4 ตำนานแอ็กชันกับเงาสะท้อนของกาลเวลาโดย AI
สื่อใหญ่ประกาศปลดพนักงานกว่า 1 ใน 3 และลดขนาดการรายงานข่าว
7 ต้นไม้ปลูกต้นไม้ในแจกัน ปลูกในน้ำได้
7 แหล่งท่องเที่ยวด้านความ "แปลก" ในประเทศไทย
เลขเด็ด "ปฏิทินคำชะโนด (ฉบับพิเศษ)" งวดวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 69..ส่องเลย รวยแน่นอน!!
วิเคราะห์หวยด้วย AI งวดวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 69..เลขไหนมีสิทธิ์ออกมากที่สุด!
5 ยี่ห้อน้ำปลาร้าที่คนไทยนิยมมากที่สุด
จังหวัดของประเทศไทย ที่มีรายได้เฉลี่ยมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง




