ทึ่งทั่วโลก : "ฮันซา" (Hunza) ชนเผ่ามหัศจรรย์ที่มีอายุยืนเฉลี่ยมากที่สุดในโลก
ท่ามกลางเทือกเขาหิมาลัยอันยิ่งใหญ่ มีหุบเขาเล็ก ๆ ชื่อว่าฮันซาซ่อนตัวอยู่ราวกับโลกอีกใบที่ถูกห่มคลุมด้วยเวลาซึ่งเดินช้ากว่าผู้คนภายนอกหลายเท่านัก ฮันซาตั้งอยู่ในพื้นที่สูงกว่า 2,400 เมตรบนดินแดนปากีสถานตอนเหนือ ล้อมรอบด้วยยอดเขารุ่งเรืองสีเงินเมื่อหิมะละลายและฉายแสงอาบแดดยามเช้า ผู้คนที่นี่ใช้ชีวิตอย่างสงบเงียบ เรียบง่าย และผสานกลมกลืนกับธรรมชาติจนแทบแยกไม่ออกว่าระหว่างมนุษย์และภูเขา ใครกันแน่ที่เป็นผู้ปกป้องใคร
นับพันปีที่ฮันซาแทบไม่ถูกรบกวนจากโลกภายนอก ผู้คนจึงยังคงวิถีชีวิตดั้งเดิมที่สืบต่อกันมาอย่างมั่นคง ชุมชนเล็ก ๆ ที่มีประชากรราวหกหมื่นคนนี้โด่งดังไปทั่วโลกในฐานะดินแดนแห่งอายุยืน ความน่าทึ่งไม่ใช่แค่ตัวเลขอายุขัยเฉลี่ยที่สูงราว 120 ปีเท่านั้น แต่คือสภาพร่างกายและจิตใจของผู้คนที่ยังคงแข็งแรงสมบูรณ์จนคนทั่วไปยากจะเชื่อได้ว่าพวกเขาผ่านกาลเวลามามากแค่ไหน ชาวฮันซาจำนวนมากยังคงทำงานในสวน เดินบนทางภูเขา และใช้ชีวิตอย่างคล่องแคล่วแม้อายุจะล่วงเลยหลักร้อยแล้วก็ตาม
อาหารของพวกเขาอาจเรียบง่ายถึงขั้นดูเหมือนขาดแคลนในสายตาคนเมือง แต่ในความเรียบง่ายนั้นกลับซ่อนพลังมหาศาลเอาไว้ พวกเขากินเพียงวันละสองมื้อ—เช้ากับเย็น—และกินเฉพาะสิ่งที่ดินแดนของตนมอบให้โดยตรง ผักสดจากแปลงเล็ก ๆ หลังบ้าน ผลไม้ตามฤดูกาล แอปริคอต มัลเบอร์รี่ ธัญพืชที่บดจากเมล็ดพืชทั้งเปลือก และแผ่นจาปาตีแบบดั้งเดิมที่ยังคงคุณค่าสารอาหารไว้อย่างครบถ้วน เนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์นมแทบไม่ปรากฏในมื้ออาหารของพวกเขาเลย พลังงานจากผลผลิตสัตว์ทั้งหมดรวมกันไม่ถึงหนึ่งเปอร์เซ็นต์เสียด้วยซ้ำ
นอกจากอาหารแล้ว ชาวฮันซายังดื่มน้ำที่ได้จากธารน้ำแข็งละลาย ซึ่งไหลลงมาตามร่องหุบเขาเหมือนเส้นเลือดที่หล่อเลี้ยงชีวิต น้ำใสบริสุทธิ์นี้เชื่อกันว่าอุดมด้วยแร่ธาตุจากภูเขาสูง และด้วยเหตุนี้จึงเป็นเสมือนเครื่องดื่มแห่งพลังชีวิตที่ธรรมชาติสรรค์สร้างขึ้นเองโดยไม่ต้องผ่านกระบวนการใด ๆ ของมนุษย์
สภาพแวดล้อมของฮันซายังช่วยเกื้อกูลให้ชาวบ้านมีสุขภาพที่ดีอย่างยาวนาน อากาศบริสุทธิ์ปราศจากมลพิษ ภูมิประเทศที่บังคับให้ผู้คนเคลื่อนไหวอยู่เสมอในการทำไร่ทำสวน การเดินขึ้นลงเนินเขาเป็นกิจวัตร และที่สำคัญคือสภาพสังคมที่สงบงามไม่มีการแข่งขัน ไม่มีความเร่งรีบ ไม่มีเสียงโหวกเหวกจากชีวิตสมัยใหม่ ผู้คนให้คุณค่ากับความสัมพันธ์มากกว่าวัตถุ และเลือกจะใช้ชีวิตในจังหวะที่หัวใจของตัวเองกำหนดมากกว่าจังหวะของสังคมรอบข้าง
ด้วยเหตุนี้ ผู้สูงอายุที่ฮันซาจึงดูอ่อนวัยจนทำให้ผู้มาเยือนต้องประหลาดใจ คนวัย 90 ปีอาจมีผิวพรรณสมบูรณ์ไร้รอยย่นอย่างน่าทึ่ง และยังเดินเหินด้วยความคล่องแคล่วเหมือนหญิงวัยกลางคน เรื่องเล่าหนึ่งที่มักถูกกล่าวถึงเสมอคือ ฮันซาไม่พบโรคมะเร็งเลยเป็นเวลายาวนานเกือบเก้าร้อยปี และโรคเรื้อรังอย่างความดันสูงหรือโรคหัวใจก็แทบไม่ปรากฏเช่นกัน
ทั้งหมดนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากปาฏิหาริย์ หากแต่เป็นผลลัพธ์จากวิถีชีวิตที่ปราศจากความฟุ้งเฟ้อ ชุมชนที่ไม่กดดันกันเอง และความสัมพันธ์ที่อบอุ่นซึ่งทำให้จิตใจของผู้คนสงบเสมือนเด็กที่ไม่มีความทุกข์ในใจ ชาวฮันซาใช้ชีวิตอย่างรู้สึกขอบคุณในสิ่งที่ตนมี ไม่เร่งรีบและไม่ดิ้นรนเกินความจำเป็น พวกเขาเชื่อว่าเมื่อหัวใจสงบ ร่างกายก็จะสงบตาม และความยืนยาวของชีวิตก็เป็นเพียงผลลัพธ์ของความสมดุลระหว่างคนกับธรรมชาติเท่านั้นเอง
ฮันซาจึงเป็นเหมือนกระจกสะท้อนให้มนุษย์สมัยใหม่เห็นว่า บางครั้งการมีชีวิตที่ดีอาจไม่ได้ต้องการเทคโนโลยีล้ำยุค อาหารราคาแพง หรือสูตรลับใด ๆ หากแต่ต้องการเพียงพื้นที่ให้หายใจ วิถีที่เรียบง่าย และหัวใจที่รู้จักความพอเพียง—สิ่งที่ชาวฮันซาปฏิบัติอยู่ทุกลมหายใจมาตลอดหลายชั่วอายุคน.
ที่มา: untiedtell
10 ประเทศในทวีปเอเชีย ที่มีกองกำลังทหารแข็งแกร่งมากที่สุด
ประเทศที่ชอบทุเรียนไทยที่สุด นำเข้าทุเรียนจากไทยมากเป็นอันดับหนึ่ง
4 ตำนานแอ็กชันกับเงาสะท้อนของกาลเวลาโดย AI
7 ต้นไม้ปลูกต้นไม้ในแจกัน ปลูกในน้ำได้
มหาวิทยาลัยในประเทศไทย ที่มีชาวต่างชาติมาเรียนมากที่สุด
ประเทศที่ค่าน้ำดื่มแพงที่สุดในโลก
ส่องเลขมงคล "ม้าวิ่ง" แนวทางเลขเด่นงวด 16 ก.พ. 69
2 ประเทศในโลก ที่ไม่มีเครื่องดื่ม Coke วางขายอย่างถูกกฎหมาย
สื่อใหญ่ประกาศปลดพนักงานกว่า 1 ใน 3 และลดขนาดการรายงานข่าว
จังหวัดไหน ที่ครองแชมป์จํานวนควายมากที่สุดในไทย
5 ยี่ห้อน้ำปลาร้าที่คนไทยนิยมมากที่สุด
"อีลอน มัสก์" ชี้ อีก 3 ปี AI โลกจะไร้ที่ยืน ทางรอดเดียวคือมุ่งสู่อวกาศ
5 สกุลเงินที่อ่อนค่าที่สุดในโลกใน ปัจจุบัน
2 ประเทศในโลก ที่ไม่มีเครื่องดื่ม Coke วางขายอย่างถูกกฎหมาย




