หนึ่งทศวรรษแห่งเลือดและเถ้าถ่าน: เวียดนามในสมรภูมิกัมพูชา 1978–1989
ปลายปี 1978 คือจุดเปลี่ยนสำคัญของภูมิภาคอินโดจีน เมื่อเวียดนามตัดสินใจเปิดฉากสงครามกับกัมพูชาประชาธิปไตยภายใต้การปกครองของเขมรแดง ระบอบที่สร้างความหวาดกลัวให้ผู้คนทั้งในและนอกประเทศ การบุกครั้งนี้เกิดขึ้นในเดือนธันวาคม และเพียงไม่ถึงหนึ่งเดือน เวียดนามก็สามารถรุกคืบเข้าไปถึงใจกลางอำนาจของเขมรแดงได้อย่างรวดเร็ว ในวันที่ 27 มกราคม ปี 1979 กรุงพนมเปญตกอยู่ภายใต้การควบคุมของกองทัพเวียดนามโดยแทบไม่ต้องเจอแรงต้านรุนแรงจากฝ่ายตรงข้ามเหมือนที่หลายฝ่ายเคยคาดไว้
หลังชัยชนะทางทหาร เวียดนามเดินหน้าสร้างรัฐบาลใหม่ขึ้นมาแทนที่เขมรแดง เฮง สัมริน ถูกดันขึ้นเป็นผู้นำรัฐบาลหุ่นเชิด ขณะที่บุคคลสำคัญอีกคนที่ก้าวขึ้นมาสู่อำนาจอย่างรวดเร็วคือ ฮุน เซน ชายหนุ่มวัยเพียง 29 ปี ซึ่งได้รับตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีในปี 1981 การก่อตั้งรัฐบาลใหม่ครั้งนี้ทำให้กัมพูชากลายเป็นประเทศที่อยู่ภายใต้อิทธิพลของฮานอยอย่างชัดเจน ทั้งด้านการเมือง การบริหาร และยุทธศาสตร์ความมั่นคง
แต่ชัยชนะในพนมเปญไม่ได้หมายความว่าสงครามสิ้นสุดลง เวียดนามต้องใช้เวลาอีกเกือบสิบปีในการช่วยรัฐบาลเฮง สัมรินต่อสู้กับกลุ่มต่อต้านซึ่งประกอบด้วยสามฝ่ายหลัก คือ เขมรแดงที่ยังคงเหลือกำลังอยู่ตามป่าเขา, กลุ่มเขมรสีหนุที่ภักดีต่ออดีตกษัตริย์ และกลุ่มเขมรเสรีฝ่ายขวา การสู้รบกระจายตัวไปตามพื้นที่ห่างไกล โดยเฉพาะบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา ซึ่งกลายเป็นแนวปะทะสำคัญในช่วงสงครามยืดเยื้อ เวียดนามเองยังต้องเผชิญการปะทะกับทหารไทยอยู่เป็นระยะจากความตึงเครียดตามแนวพรมแดน
นอกจากสงครามในกัมพูชา เวียดนามยังต้องแบกรับภาระทางทหารในลาวด้วย ภายหลังปี 1975 กองทัพเวียดนามถูกส่งเข้าไปช่วยรัฐบาลลาวคอมมิวนิสต์ปราบกลุ่มต่อต้านหลายฝ่าย ตั้งแต่ชาวม้ง แนวร่วมปลดปล่อยลาวฝ่ายขวา กลุ่มรอยัลลิสต์ ไปจนถึงการปะทะกับทหารไทยในเหตุการณ์ศึกร่มเกล้า การเข้าไปพัวพันในลาวทำให้เวียดนามต้องวางกำลังทหารประมาณสี่ถึงห้าหมื่นนาย และมีทหารเสียชีวิตอีกราวหนึ่งถึงห้าพันนายในพื้นที่ดังกล่าว
ความสูญเสียเริ่มกระทบกลับมาที่เศรษฐกิจในประเทศ เวียดนามซึ่งเพิ่งรวมชาติได้ไม่นานต้องเผชิญปัญหาภายในที่หนักหน่วง ทั้งความยากจน การคว่ำบาตรจากนานาชาติ และระบบเศรษฐกิจแบบคอมมิวนิสต์ที่ยังไม่พร้อมรับภาระความยืดเยื้อของสงคราม สถานการณ์คล้ายคลึงกับสหภาพโซเวียตที่กำลังจมปลักอยู่ในอัฟกานิสถาน จนกลายเป็นภาระที่กัดกร่อนทั้งกำลังคนและทรัพยากรอย่างต่อเนื่อง
เมื่อสงครามลากยาวกว่าที่คาด เวียดนามเริ่มตระหนักว่าค่าใช้จ่ายทางทหารสูงเกินจะรับไหว ประมาณการณ์ว่าทหารเวียดนามที่ถูกส่งไปปฏิบัติการในกัมพูชามีจำนวนราว 150,000 ถึง 250,000 นาย และจากจำนวนนั้นมีทหารเสียชีวิตประมาณ 15,000 ถึง 30,000 นาย ตัวเลขอันหนักหน่วงนี้คือราคาที่เวียดนามต้องจ่ายเพื่อรักษารัฐบาลหุ่นเชิดของตนไว้ในกัมพูชา และยังไม่นับรวมทหารอีกกว่า 10,000 นายที่เสียชีวิตจากสงครามสั่งสอนกับจีนในปี 1979 ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกัน
ในที่สุด เมื่อทั้งเศรษฐกิจและสถานการณ์ทางทหารเริ่มส่งสัญญาณว่าเดินหน้าต่อไปไม่ได้ เวียดนามประกาศถอนกำลังออกจากกัมพูชาในปี 1989 หลังผ่านหนึ่งทศวรรษของสงครามและภารกิจรักษาเสถียรภาพที่ยืดเยื้อ ปล่อยให้สหประชาชาติเข้ามาดำเนินการจัดตั้งกองกำลังรักษาสันติภาพและเปิดทางสู่การเลือกตั้งในปี 1993 ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของกระบวนการฟื้นฟูทางการเมืองในกัมพูชายุคใหม่
สิบปีของสงครามในกัมพูชา พร้อมกับความสูญเสียในลาวและการรบกับจีน ทำให้เวียดนามต้องจ่ายราคาทั้งด้านชีวิตทหารและความเสียหายของเศรษฐกิจจำนวนมหาศาล บทเรียนจากยุคดังกล่าวยังคงเป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์ร่วมสมัยของเวียดนามและภูมิภาคอินโดจีนจนถึงทุกวันนี้
เขียนโดย dukedick
เขียนนิยายแฟนตาซีสนุกๆด้วย ในนามปากกา เหมียวกุ่ย หาอ่านได้ที่ Meb Market และ ReadAwrite ครับ ค้นหาด้วย นามปากกาได้เลยครับ หรือค้นหาใน Google ก็ได้ครับ ^_^
3 คณะที่โดนรีไทร์มากที่สุดในประเทศไทย
“ชัชชาติ” ชนะเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. สมัย 2 ขอบคุณทุกเสียง 4 ปีจากนี้เข้มข้นขึ้น
เมาแล้วได้อะไร? นอกจาก ‘แฮงค์’ กับ ‘ภาพตัด’ ชวนส่องข้อดี-ข้อเสียในวงเหล้าที่สายปาร์ตี้รู้กันดี
ห้างสรรพสินค้าที่ใช้เวลาสร้างนานที่สุดในประเทศไทย
5 มือถือสเปกดีแต่ไม่ค่อยได้รับความนิยมในประเทศไทย
5 จังหวัดที่มีงูเยอะที่สุดในประเทศไทย
เกาะต้องห้ามที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก
3310 ตำนานในยุค 90s
อาหารที่คนไทยอาจรู้สึกเฉยๆ แต่มักเป็นที่ชื่นชอบของชาวต่างชาติ
ถ้าเหตุไม่คาดคิดเกิดกลางฟ้า เครื่องบินทำอย่างไรเมื่อมีคนเสียชีวิต
ทำไมคนเราถึง ‘เมา’? เจาะลึกกลไกสมองโดนสิง เมื่อแอลกอฮอล์เปลี่ยนคนเรียบร้อยให้กลายเป็นสายสุดเหวี่ยง
5 จังหวัด ที่เจองูกะปะเยอะที่สุดในประเทศไทย
การเมืองของมด: เมื่อราชินีไม่แข็งแรง อำนาจจึงถูก “เปลี่ยนมือ”
อาณาจักรมด: สถาปนิกแห่งโลกใต้ดิน
ผึ้งตอมอาหาร = อาหารปลอดภัยจริงหรือ? ความจริงที่หลายคนเข้าใจผิด
นี้เป็นคำแนะนำจากกูรูนักขายระดับโลก ที่ผมอยาก ส่งต่อให้กับคุณ และไม่ว่าคุณจะทำ Offline หรือ Online คุณสามารถนำไปปรับใช้ได้
