สกินชิพ Skinship สัมผัสจากความผูกพัน รู้สึกอุ่นใจเมื่อได้รับการสัมผัสจากคนใกล้ตัว เริ่มต้นมาจากไหน มีประโยชน์อย่างไร
เขียนโดย sompeansomped
สกินชิพ Skinship สัมผัสจากการที่คนเราแตะเนื้อต้องตัวกัน ด้วยภาษากายที่สื่อถึงความเป็นห่วงเป็นใย เช่น โผกอด ตบเบาๆ ที่บไหล่ ลูบหลังฝ่ามือ สามารถช่วยปรับอารมณ์ให้รู้สึกดีขึ้นได้ ทั้งที่ไม่จำเป็นต้องเอ่ยคำพูดใดด้วยซ้ำ
ญี่ปุ่น คือ ชนชาติแรกที่บัญญัติศัพท์นี้ขึ้นมาในช่วงกลางคริสต์ศตวรรษที่ 20 โดยนำเอาคำว่า skin ผิวหนังและ kinship เครือญาติหรือความเป็นครอบครัว มารวมกันเป็นคำใหม่ ความหมายดั้งเดิมจึงจำกัดอยู่แค่สัมผัสใกล้ชิดระหว่างเด็กแบเบาะกับแม่ หรือ คนที่คอยเลี้ยงดูแล ช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 20 เมื่อคนเกาหลียืมคำว่า ‘สกินชิพ’ ไปใช้ในบริบทสังคม และ วัฒนธรรม ของตัวเอง ทำให้ความหมายของคำเปลี่ยนตามไปด้วย คนเกาหลีใช้อธิบายขยายความได้กว้างขวางมากกว่าว่า เป็นสัมผัสทางกายที่คนหนึ่งตั้งใจใช้สื่อแทน ความรัก และ มิตรภาพ ไปยังอีกคนหนึ่ง ทำให้ความสัมพันธ์แน่นแฟ้นขึ้น และ เพิ่มความผูกพันทางอารมณ์ในหมู่คู่รัก เพื่อนสนิท โดยไม่เกี่ยวข้องกับการปลุกเร้าทางเพศ และ ไม่นำไปสู่การมีเพศสัมพันธ์
การสกินชิพ Skinship ทั้งการกุมมือ ควงแขน กอดคอ โอบไหล่ จะทำให้สมองหลั่งฮอร์โมน และ สารสื่อประสาท เช่น ออกซิโทซิน (Oxytocin) ที่ถูกขนานนามว่า hug hormone หรือ love hormone ช่วยทำให้รู้สึกสงบ ปลอดภัย ผ่อนคลายจากความตึงเครียด โดพามีน (Dopamine) ฮอร์โมนที่ทำให้รู้สึกดี เซโรโทนิน (Serotonin) ฮอร์โมนที่ลดอาการซึมเศร้า เพิ่มความสบายใจ จึงมีความเป็นไปได้สูงว่า บางคนอาจจะเสพติดสกินชิพ เพราะเสพติดความรู้สึกดีหลังถูกสัมผัสจากคนที่ชอบพอ
ประโยชน์จากการ สกินชิพ Skinship
1.ช่วยปลอบประโลมจิตใจ มีงานวิจัยมากมายเกี่ยวกับการสัมผัสร่างกายที่บ่งบอกว่า มีผลกระทบต่อการพัฒนาการ เช่น การที่เด็กกำพร้าในประเทศโรมาเนียที่ถูกกีดกันจากการสัมผัส จะมีระดับฮอร์โมนคอร์ติซอล และ การพัฒนาการเจริญเติบโตที่ต่ำกว่าเด็กที่ได้รับการสัมผัสในวัยเดียวกัน ทำให้เด็กมีอารมณ์ก้าวร้าว หงุดหงิด มีพัฒนาการทางอารมณ์ที่ไม่ค่อยดี จะเห็นได้ว่าการสัมผัสเป็นสิ่งที่สามารถปลอบประโลมจิตใจได้ ทารกแรกเกิดที่ได้รับความอบอุ่นจากแม่อย่างเต็มที่ผ่านการสัมผัสจะทำให้ช่วยควบคุมอุณหภูมิ ควบคุมอัตราการเต้นของหัวใจ ควบคุมการหายใจของทารกแรกเกิด ลดอาการร้องไห้ลงได้
2.ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย จากการศึกษาของนักจิตวิทยาและนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยคาร์เนกี เมลลอน สหรัฐอเมริกาพบว่า การกอดเป็นรูปแบบหนึ่งของการสัมผัสที่สามารถเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันได้ นอกจากการกอดจะช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันร่างกายได้ ยังช่วยให้อัตราการเต้นของหัวใจและทำให้ความดันโลหิตลดลง ช่วยให้หลับสบายขึ้น
3.ช่วยให้สุขภาพจิตและสุขภาพกายดีขึ้น ผิวหนังอวัยวะที่ใหญ่ที่สุดที่คลอบคลุมในร่างกาย ประกอบไปด้วย เส้นประสาทหลายส่วนที่สามารถส่งความรู้สึกจากการสัมผัสที่ทั้งดี และ ไม่ดี ไปยังสมอง เมื่อคนเราได้รับการสัมผัสที่ถูกใจและปลอดภัย เช่น กอด การตบไหล่ จับมือ สมองจะหลั่งฮอร์โมนออกซิโทซิน ทำให้รู้สึกดี และ ช่วยกระชับความผูกพันทางอารมณ์ได้ นอกจากนี้การสัมผัสยังช่วยลดความวิตกกังวล และ ความกลัว ลดความเสี่ยงที่จะเป็นโรคซึมเศร้าได้
4.ช่วยเพิ่มความสนิทสนมและไว้ใจ หากคนเราขาดการติดต่อจากคนรอบข้าง อาจจะเกิดความเครียด และ ความวิตกกังวลขึ้นได้ Skinship จึงช่วยลดความดันโลหิต ลดความตึงเครียด และ ลดระดับการปล่อยฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) หรือ Stress Hormone ฮอร์โมรเพิ่มความเครียดหลักของร่างกาย ทั้งยังช่วยเพิ่มฮอร์โมนออกซิโตซิน ที่ส่งเสริมความผูกพันทางอารมณ์กับผู้อื่น ทำให้สนิทสนมกับคนรอบข้างได้ง่ายขึ้น ในบางวัฒนธรรม การจับมือ หรือ การกอดเพื่อทักทายคนที่เพิ่งเจอกันครั้งแรก สามารถช่วยให้เกิดความไว้วางใจ รู้สึกผ่อนคลาย สามารถเปิดใจคุย สร้างความสนิทสนมได้ง่ายขึ้น
5.ทำให้รู้สึกสงบและปลอดภัย การสัมผัสช่วยให้สมองหลั่งสารโดปามีน (Dopamine) ทำให้ร่างกายรู้สึกผ่อนคลาย และ สงบ เนื่องจากหัวใจจะเต้นช้าลง จากผลการศึกษาคลื่นสมองโดยใช้เครื่อง PET Scan พบว่า ตอนที่มีความเครียด การสัมผัสโดยการจับมือ จะทำให้คลื่นสมองสงบลง ผลทดลองนี้ยิ่งดีขึ้นถ้าเป็นการสัมผัสจากคนที่เรารู้สึกรัก แม้แต่กับคนแปลกหน้าก็ยังตอบสนองในแง่บวกเช่นกัน เช่น แพทย์กับคนไข้ พยาบาลกับผู้ป่วยที่แอดมิทอยู่ในโรงพยาบาล
6.สามารถลดความเจ็บปวดได้ เช่น การนวดให้คนรักเมื่อเขารู้สึกปวดศีรษะ หรือ ร่างกาย เพราะจะทำให้ร่างกายรู้สึกผ่อนคลาย รู้สึกสงบ แม้แต่การทำเล็บ หรือ ทำสปา ก็เป็นการ Skinship ที่ทำให้ร่างกายรู้สึกสงบ ปลอดภัยได้เช่นเดียวกัน
คนเป็นแสน แย่งชิงตำแหน่งงานเพียง 1,000 ตำแหน่ง
5 จังหวัดที่กำลังจะกลายเป็นเมืองหลวงแห่งที่ 2 จังหวัดไหนพุ่งแรงสุด
คณะที่เรียนยากที่สุด แต่คุ้มค่าที่สุดในระยะยาว
15 ลักษณะของคนที่มี EQ ต่ำ
ทำไม 2 อำเภอในไทยถึงไม่มีร้านเซเว่น
สิทธิจริงของ "เจ้าบ้าน" vs "เจ้าของบ้าน" ต่างกันอย่างไร ใครใหญ่กว่ากันแน่?
ไม้มงคลที่ควรปลูกมากที่สุด
ประเทศที่งบทางการทหาร มากที่สุดในโลก
“จังหวัดไหนในไทย น่าอยู่ที่สุดในปีนี้?”
5 โรงเรียน ที่น่าเรียนที่สุดในประเทศไทย
เกาะที่ไม่มีรถยนต์
เผย 10 อันดับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟมากที่สุด..อันดับที่ 1 ไม่ใช่แอร์!
รวม 10 ที่เที่ยวฮ่องกงสวยๆในปี 2026
เกาะที่ไม่มีรถยนต์
ทำไมจบมหาวิทยาลัยเหมือนกัน แต่โอกาสในการทำงานถึงไม่เท่ากัน?
ทำไมคนรุ่นใหม่ถึงหาเงินไม่พอใช้ ทั้งที่มีโอกาสมากกว่าคนรุ่นก่อน
เผยความลับ "แอร์โฮสเตส" บนเครื่องบิน..พวกเธอนอนพักกันที่ไหน ?
ค่าไฟเดือนละ 2,000 ติด "โซล่าร์เซลล์" คุ้มไหม? สรุปให้ชัดๆ ต้องกี่ปีคืนทุน หรือแค่ติดคูลๆ ตามกระแส?




