หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

สิวอักเสบเกิดจากอะไร ? รวมทุกคำถามที่คุณอาจไม่เคยรู้


เขียนโดย EVEFY

สิวอักเสบเกิดจากอะไร ? 

รวมทุกคำถามที่คุณอาจไม่เคยรู้

สิวอักเสบคืออะไร

สิวอักเสบคือสิวที่เกิดจากการอุดตันของรูขุมขนและติดเชื้อแบคทีเรีย Cutibacterium acnes (C. acnes) ทำให้เกิดอาการ บวม แดง เจ็บ และบางครั้งมีหัวหนอง

สาเหตุของสิวอักเสบ

ปัจจัยกระตุ้นให้เกิดสิวอักเสบ

  1. มลภาวะและสิ่งแวดล้อม – ฝุ่น ควัน แสงแดด กระตุ้นการอักเสบ
  2. การสัมผัสหน้าและบีบสิว – แบคทีเรียจากมือทำให้รูขุมขนอุดตัน
  3. ฮอร์โมน – โดยเฉพาะช่วงวัยรุ่น รอบเดือน หรือการตั้งครรภ์
  4. เครื่องสำอางและสกินแคร์ที่อุดตันผิว
  5. อาหารที่มีน้ำตาลสูง (GI สูง) เช่น ของหวาน นมวัว
  6. ความเครียดและการนอนน้อย – ทำให้ฮอร์โมนคอร์ติซอลเพิ่มขึ้น

ความแตกต่างระหว่างสิวอักเสบและสิวอุดตัน

สิวแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทหลัก ๆ คือ สิวอุดตัน และสิวอักเสบ ซึ่งมีลักษณะและความรุนแรงที่แตกต่างกัน

สิวอุดตัน
เกิดจากการที่ไขมันและเซลล์ผิวที่ตายแล้วสะสมอยู่ในรูขุมขน ทำให้เกิดการอุดตันโดยไม่มีการอักเสบ ลักษณะมักเป็นตุ่มเล็ก ๆ ใต้ผิวหนัง ไม่บวม ไม่แดง และไม่เจ็บ พบได้ทั้งสิวหัวขาว (Whitehead) และสิวหัวดำ (Blackhead) ถือเป็นระยะเริ่มต้นของสิว หากปล่อยไว้นานหรือดูแลไม่ถูกวิธี อาจกลายเป็นสิวอักเสบได้ในภายหลัง

สิวอักเสบ
เกิดจากการที่สิวอุดตันติดเชื้อแบคทีเรีย Propionibacterium acnes ทำให้รูขุมขนเกิดการอักเสบ มีอาการบวม แดง เจ็บ และมักมีหนองร่วมด้วย สิวชนิดนี้พบได้ในรูปแบบสิวตุ่มแดง สิวหัวหนอง หรือสิวหัวช้าง ซึ่งมีความรุนแรงมากกว่าสิวอุดตัน จำเป็นต้องได้รับการรักษาที่ถูกต้อง เพื่อป้องกันรอยดำหรือหลุมสิวหลังจากหาย

ประเภทของสิวอักเสบ

บริเวณที่มักเกิดสิวอักเสบ

วิธีรักษาสิวอักเสบ

การรักษาสิวอักเสบสามารถทำได้หลายวิธี ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของสิวและสภาพผิวของแต่ละคน โดยสามารถดูแลและรักษาได้ดังนี้

  1. การรักษาสิวอักเสบสามารถทำได้ด้วยการดูแลตนเองเบื้องต้น
    เริ่มจากการล้างหน้าให้สะอาดวันละ 2 ครั้ง ด้วยผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่อ่อนโยนและเหมาะกับสภาพผิว หลีกเลี่ยงการล้างหน้าบ่อยหรือใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีแอลกอฮอล์แรงเกินไป ควบคุมความมันบนใบหน้า และหลีกเลี่ยงการสัมผัสหรือแกะสิว ซึ่งอาจทำให้การอักเสบรุนแรงขึ้นได้
  2. การรักษาสิวอักเสบสามารถทำได้ด้วยการใช้ยารักษาสิว (ทาหรือรับประทาน)
    เหมาะสำหรับผู้ที่มีสิวอักเสบระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง ยาทารักษาสิว เช่น เบนโซอิลเพอร์ออกไซด์ (Benzoyl Peroxide), กรดเรตินอยด์ (Retinoids) หรือยาปฏิชีวนะเฉพาะที่ จะช่วยลดการอักเสบและยับยั้งการเจริญของเชื้อแบคทีเรีย ส่วนในรายที่สิวอักเสบรุนแรง แพทย์อาจให้ยาปฏิชีวนะชนิดรับประทาน หรือยาในกลุ่มฮอร์โมนสำหรับผู้หญิงที่สิวเกิดจากฮอร์โมนไม่สมดุล
  3. การรักษาสิวอักเสบสามารถทำได้ด้วยการฉีดสิวสเตียรอยด์
    เหมาะสำหรับสิวหัวช้างหรือสิวซีสต์ขนาดใหญ่ที่บวมและเจ็บมาก แพทย์จะฉีดยาสเตียรอยด์ในปริมาณที่เหมาะสมเข้าไปในหัวสิวโดยตรง เพื่อช่วยลดการอักเสบ บวม และปวดได้อย่างรวดเร็วภายใน 1-2 วัน แต่ไม่ควรฉีดบ่อยเกินไป เพราะอาจทำให้ผิวบางหรือเกิดรอยบุ๋มได้
  4. การรักษาสิวอักเสบสามารถทำได้ด้วยการทำเลเซอร์รักษาสิว
    เป็นเทคโนโลยีช่วยรักษาสิวที่นิยมในปัจจุบัน สามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรีย P. acnes ลดการอักเสบและรอยแดง อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนให้ผิวฟื้นตัวเร็วขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเห็นผลไว และลดโอกาสการเกิดรอยสิวหลังสิวหาย
  5. การรักษาสิวอักเสบสามารถทำได้ด้วยการกดสิว หรือดูดสิวโดยแพทย์
    การกดสิวหรือดูดสิวควรทำโดยผู้เชี่ยวชาญหรือแพทย์ผิวหนังเท่านั้น เพราะจะช่วยนำหัวสิวออกอย่างถูกวิธี ปลอดภัย และลดโอกาสเกิดแผลเป็นหรือหลุมสิวได้ ต่างจากการแกะสิวเองที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อและทำให้สิวลุกลามมากขึ้น

สิวอักเสบบีบได้ไหม ?

ไม่ควรบีบเอง เพราะจะทำให้สิวลุกลาม ติดเชื้อ และเกิดหลุมสิว ควรให้แพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้จัดการแทน

สิวอักเสบกลับมาเป็นอีกได้ไหม ?

สามารถกลับมาได้หากไม่จัดการต้นเหตุ เช่น ฮอร์โมน ความเครียด หรือผลิตภัณฑ์ที่ก่อการอุดตัน ดังนั้นควรดูแลผิวอย่างต่อเนื่อง

วิธีป้องกันสิวอักเสบ

การป้องกันสิวอักเสบเป็นสิ่งสำคัญ เพราะช่วยลดโอกาสการเกิดสิวซ้ำและทำให้ผิวแข็งแรงขึ้น โดยสามารถดูแลผิวในชีวิตประจำวันได้ดังนี้

  1. ล้างหน้าให้สะอาดด้วยโฟมล้างหน้าที่อ่อนโยน
    เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่ไม่มีสารระคายเคือง เช่น แอลกอฮอล์หรือซัลเฟตแรง ๆ ล้างหน้าเพียงวันละ 2 ครั้งตอนเช้าและก่อนนอน เพื่อขจัดสิ่งสกปรกและความมันส่วนเกินโดยไม่ทำให้ผิวแห้งตึงเกินไป หลีกเลี่ยงการขัดหรือถูแรง ๆ เพราะอาจกระตุ้นให้เกิดการอักเสบได้
  2. เลือกใช้สกินแคร์สูตร Non-comedogenic
    สกินแคร์หรือเครื่องสำอางที่มีคำว่า Non-comedogenic จะไม่อุดตันรูขุมขน เหมาะสำหรับผิวที่เป็นสิวง่าย ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีเนื้อบางเบา ซึมง่าย และไม่มีน้ำมัน (Oil-free) เพื่อป้องกันไม่ให้สิวอุดตันพัฒนาเป็นสิวอักเสบ
  3. หลีกเลี่ยงการสัมผัสหน้าและการนอนดึก
    มือของเรามักมีเชื้อแบคทีเรียและสิ่งสกปรก เมื่อสัมผัสหน้าบ่อยอาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดสิวได้ นอกจากนี้ การนอนดึกยังส่งผลให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนความเครียด (Cortisol) มากขึ้น ทำให้ต่อมไขมันผลิตน้ำมันออกมามากและกระตุ้นให้เกิดสิวได้ง่ายขึ้น
  4. ควบคุมอาหารและดื่มน้ำมาก ๆ
    หลีกเลี่ยงอาหารที่มีน้ำตาลสูง เช่น เครื่องดื่มหวาน ขนมอบ และอาหารมัน เพราะอาจกระตุ้นให้สิวขึ้นได้ง่ายขึ้น ควรรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เช่น ผัก ผลไม้ และดื่มน้ำให้เพียงพออย่างน้อยวันละ 6–8 แก้ว เพื่อช่วยขับของเสียและรักษาสมดุลความชุ่มชื้นของผิว

5. ปรึกษาแพทย์ผิวหนังหากมีแนวโน้มเป็นสิวเรื้อรัง
หากสิวอักเสบเกิดขึ้นบ่อยหรือรักษาด้วยตนเองแล้วยังไม่ดีขึ้น ควรเข้ารับคำปรึกษาจากแพทย์ผิวหนัง เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงและรับการรักษาอย่างถูกวิธี ปลอดภัย และเหมาะกับสภาพผิวของแต่ละคน

เนื้อหาโดย: EVEFY
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
EVEFY's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 48 ครั้ง
เขียนโดย EVEFY
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
จังหวัดจับปลาหมึกได้มากที่สุด 5 อันดับแรกของประเทศไทย"เมือง"ที่อากาศเย็นกำลังดีตลอดทั้งปี3ชนิดต้นไม้ “หน้าบ้าน” ที่เน้นความสวยงามและความเขียวสดตลอดปีสถานศึกษาที่น่าเรียนที่สุดในประเทศไทยผลหวยงวด 16 เมษายน 2569 ออกแล้ว ตรวจครบทุกเลขที่นี่พื้นที่จังหวัดที่มาแรงที่สุดในฐานะเมืองหลวงแห่งที่2ของไทยสิบเลขขายดี สลากตัวเลขสามหลัก N3 งวด 16/4/695 จังหวัด เมืองเกษียณ ที่คนวัย 30+ แห่ไปจองที่ดิน ค่าครองชีพถูกจังหวัดที่มีอุตสาหกรรมน้อยมากที่สุดในประเทศสะพานที่ข้ามแหล่งน้ำจืดที่มีความยาวมากที่สุดในประเทศไทยกินแล้วอย่าทิ้งเมล็ด! 5 ผลไม้ "ปลูกต่อได้" ในกระถาง เปลี่ยนระเบียงบ้านให้เป็นสวนผลไม้จิ๋ว 🌳🍋บริษัทผลิตรถไถสัญชาติไทย ที่ประสบความสำเร็จและเป็นที่รู้จักมากที่สุด
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
จุดที่เคยมีอากาศหนาวเย็นที่สุด เท่าที่เคยมีการบันทึกไว้ในประเทศไทยถุงกระดาษและกล่องกระดาษ ใช้ในไมโครเวฟได้จริงหรือ? ความเข้าใจผิดที่ต้องระวังสายการบินที่ครองแชมป์โลกเมนูอีสานแซ่บๆ: แจ่วปลาร้าพริกสด
กระทู้อื่นๆในบอร์ด โฆษณา ประชาสัมพันธ์
เข้าใจโรคไส้เลื่อน สาเหตุ อาการ และวิธีรักษาที่มีประสิทธิภาพเงินคืนภาษีสำหรับมือใหม่ วิธีการเช็คและยื่นภาษีออนไลน์ซื้อบ้านกรุงเทพ ย่านไหนเหมาะกับครอบครัว? รวมทำเลเด่นน่าอยู่ซื้อวิลล่าภูเก็ต เลือกยังไงให้คุ้มค่าลงทุน ทั้งอยู่เองและปล่อยเช่า
ตั้งกระทู้ใหม่