หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

พัฒนาการของ "ลูกเสือชีตาห์" ที่น่าสนใจตั้งแต่แรกเกิดจนกระทั่งกลายเป็นนักล่าที่ว่องไว


เขียนโดย dukedick

ลูกเสือชีตาห์แรกเกิดนั้นเป็นหนึ่งในสิ่งมีชีวิตที่เปราะบางที่สุดของทุ่งหญ้าแอฟริกา ร่างเล็กจิ๋วของพวกมันมีน้ำหนักเพียง 150-400 กรัมเท่านั้นเมื่อคลอดออกมา ซึ่งเล็กจนสามารถวางได้ในฝ่ามือเดียว ลูกชีตาห์จะยังตาบอด ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ และต้องพึ่งพาแม่อย่างเต็มที่ในทุกลมหายใจ ขนของพวกมันในช่วงแรกจะหนา นุ่ม และมีสีเทาอ่อน พร้อมด้วยแผงคอสีเงินยาวฟูบนหลังตั้งแต่ศีรษะจรดหาง ซึ่งคล้ายกับขนของ “ฮันนี่แบดเจอร์” สัตว์นักสู้ผู้ดุร้ายที่แม้แต่สิงโตยังหลีกทางให้ เชื่อกันว่าแผงคอนี้เป็นการพรางตัวโดยธรรมชาติ เพื่อให้ผู้ล่ามองเห็นพวกมันแล้วเข้าใจผิดว่าเป็นฮันนี่แบดเจอร์ จึงช่วยเพิ่มโอกาสรอดในวัยเยาว์ได้ไม่น้อย แผงขนนี้จะค่อยๆ หลุดร่วงไปเมื่ออายุประมาณ 4 เดือน และหายไปจนหมดในช่วง 1 ปีแรกของชีวิต

แม่ชีตาห์จะตั้งท้องนานราว 3 เดือน ก่อนให้กำเนิดลูกครอกหนึ่งซึ่งมักมี 3-5 ตัว แต่อาจมากถึง 8 ตัวในบางครั้ง หลังคลอด แม่จะซ่อนลูกๆ ไว้ในพงหญ้าหรือพุ่มไม้หนาทึบ และย้ายที่ซ่อนอยู่เสมอเพื่อหลีกเลี่ยงผู้ล่าที่ดักซุ่มอยู่รอบบริเวณ ไม่ว่าจะเป็นสิงโต ไฮยีน่า หรือเสือดาว ซึ่งต่างหมายตาลูกชีตาห์ตัวเล็กเป็นอาหารอันโอชะ การย้ายรังบ่อยครั้งนี้คือสัญชาตญาณแห่งความเป็นแม่ที่ยิ่งใหญ่ เพราะลูกชีตาห์ในช่วง 2-8 เดือนแรกมีอัตราการรอดชีวิตต่ำมาก และการป้องกันของแม่คือปัจจัยสำคัญที่สุดที่ชี้ชะตาพวกมัน

ลูกชีตาห์จะเริ่มลืมตาได้ภายใน 4-11 วันหลังคลอด และในช่วง 3 เดือนแรกของชีวิต พวกมันจะกินแต่น้ำนมแม่เป็นหลัก แม้แม่ชีตาห์จะต้องออกไปล่าเป็นบางเวลา แต่เธอจะกลับมาป้อนนมและเฝ้าระวังภัยอย่างไม่ห่างเกินไปนัก เมื่ออายุได้ราว 3 สัปดาห์ แม่ชีตาห์จะเริ่มนำเนื้อจากเหยื่อที่เธอจับได้กลับมาให้ลูกๆ ได้ลองกินและฝึกกัดฉีกเหยื่อเป็นครั้งแรก ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้ทักษะการล่าที่จะติดตัวไปตลอดชีวิต

เมื่อเวลาผ่านไปถึงราว 6 สัปดาห์ ลูกๆ จะเริ่มออกเดินตามแม่ไปในระยะใกล้ เพื่อสังเกตพฤติกรรมการล่าจริงในทุ่งหญ้าโล่ง การฝึกฝนจะเริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะเมื่ออายุราว 6 เดือน พวกมันจะเริ่มลองไล่ล่าเหยื่อขนาดเล็ก เช่น กระต่าย หรือสัตว์ฟันแทะที่ว่องไว เพื่อฝึกฝนความเร็ว ความแม่นยำ และจังหวะในการกระโจนจับเหยื่อ แม้ในช่วงแรกจะล้มเหลวบ่อย แต่ทุกความพยายามคือก้าวเล็กๆ ที่จะหล่อหลอมให้พวกมันกลายเป็นนักล่าผู้สง่างามในอนาคต

เมื่ออายุประมาณ 10 เดือน แม่ชีตาห์จะเริ่มนำเหยื่อที่ยังมีชีวิตกลับมาให้ลูกๆ ได้ลองล่าเอง เป็นการจำลองสถานการณ์จริงที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นและอันตราย ลูกๆ จะกระโจน ไล่ตะครุบ ฝึกการกัดที่ลำคอ และเรียนรู้วิธีการฆ่าเหยื่ออย่างรวดเร็วเพื่อป้องกันการบาดเจ็บจากการต่อสู้ การฝึกเช่นนี้จะดำเนินต่อไปหลายเดือนจนกระทั่งลูกชีตาห์มีทักษะเพียงพอที่จะอยู่รอดได้ด้วยตัวเอง

ในวัยเยาว์ ลูกชีตาห์มักประสบความสำเร็จในการล่าเพียง 1 ใน 10 ครั้งเท่านั้น พวกมันยังไม่คล่องแคล่วพอและมักหมดแรงก่อนจะถึงเหยื่อ แต่เมื่อโตเต็มวัยราว 3 ปี ชีตาห์ที่แข็งแรงและมีประสบการณ์มากขึ้นสามารถเพิ่มโอกาสล่าได้สำเร็จถึงเกือบครึ่งของความพยายามทั้งหมด นั่นคือผลลัพธ์ของการฝึกฝนและบทเรียนแห่งชีวิตที่สั่งสมมาตลอดวัยเด็ก

โดยทั่วไป ลูกชีตาห์จะอยู่กับแม่ราว 13-20 เดือน ก่อนจะแยกตัวออกไปเผชิญโลกภายนอกด้วยตนเอง ลูกผู้ชายมักจะรวมกลุ่มกันเป็นฝูงเล็กๆ ที่เรียกว่า “coalition” เพื่อช่วยกันล่าและป้องกันอาณาเขต ส่วนลูกเพศเมียจะออกไปใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยวมากกว่าเช่นเดียวกับแม่ของพวกมัน

แม้ชีตาห์จะเป็นสัตว์นักล่าที่เร็วที่สุดบนบก ความเป็นจริงอันโหดร้ายคือพวกมันกลับอยู่ในสถานะเปราะบางอย่างยิ่ง ประชากรชีตาห์ทั่วโลกกำลังลดลงอย่างต่อเนื่องจากการสูญเสียถิ่นที่อยู่ การล่าผิดกฎหมาย และการค้าสัตว์ป่า โดยเฉพาะลูกชีตาห์ที่ถูกจับไปขายเป็นสัตว์เลี้ยงในตลาดมืด การอนุรักษ์ลูกชีตาห์จึงเป็นสิ่งสำคัญ เพราะพวกมันคืออนาคตของสายพันธุ์ การปกป้องแม่ชีตาห์ก็เท่ากับการปกป้องลูกน้อยที่ยังไม่มีโอกาสเติบโต

ในทุกชีวิตเล็กๆ ที่ลืมตาดูโลกบนทุ่งหญ้าแห่งซาฟารี ความอ่อนโยนของแม่ชีตาห์และความพยายามของลูกๆ ที่หัดวิ่ง หัดล่า และหัดเอาชีวิตรอด คือภาพสะท้อนของวงจรชีวิตอันงดงามและเปราะบาง เมื่อใดที่เสียงคำรามของชีตาห์ยังดังก้องในผืนหญ้า เมื่อนั้นธรรมชาติยังคงหายใจ และมนุษย์เรายังมีหน้าที่ต้องรักษามันไว้ให้ได้.

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
dukedick's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 163 ครั้ง
เขียนโดย dukedick
สวัสดีครับ ผมเป็นนักเขียนที่ชอบงานเขียนทางด้านเกร็ดความรู้ต่างๆ ไม่วาจะเป็นเกี่ยวกับสัตว์โลกน่ารัก หรือ เกร็ดความรู้ และเรื่องราวที่น่าสนใจต่างๆ
เขียนนิยายแฟนตาซีสนุกๆด้วย ในนามปากกา เหมียวกุ่ย หาอ่านได้ที่ Meb Market และ ReadAwrite ครับ ค้นหาด้วย นามปากกาได้เลยครับ หรือค้นหาใน Google ก็ได้ครับ ^_^
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
คนเป็นแสน แย่งชิงตำแหน่งงานเพียง 1,000 ตำแหน่งสถิติหวย ย้อนหลัง 10 ปี เลขท้าย 2 ตัว งวด 16 เมษายนคณะที่เรียนยากที่สุด แต่คุ้มค่าที่สุดในระยะยาว15 ลักษณะของคนที่มี EQ ต่ำ5 จังหวัดที่กำลังจะกลายเป็นเมืองหลวงแห่งที่ 2 จังหวัดไหนพุ่งแรงสุดประเทศที่งบทางการทหาร มากที่สุดในโลก“จังหวัดไหนในไทย น่าอยู่ที่สุดในปีนี้?”เกาะที่ไม่มีรถยนต์ย้อนวันวาน “7 สีคอนเสิร์ต” เวทีในตำนาน! เริ่มต้นด้วยคู่ขวัญ มยุรา เศวตศิลา – ธงไชย แมคอินไตย์ ครองใจคนไทยทั้งประเทศ"งูเขียวล้วงตับตุ๊กแก" มิตรภาพ หรือ เพชฌฆาตไม้มงคลที่ควรปลูกมากที่สุดสิทธิจริงของ "เจ้าบ้าน" vs "เจ้าของบ้าน" ต่างกันอย่างไร ใครใหญ่กว่ากันแน่?
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
LISA ปล่อยเพลงใหม่สะเทือนวงการ! แค่ไม่กี่ชั่วโมงยอดพุ่ง คนแห่ถก “นี่คือระดับโลกของจริง?”
กอริลลาหลังเงินตัวใหญ่ โผกอดเพื่อนเก่ามนุษย์ที่ไม่ได้เจอกันมานานนับ 10 ปีน้องแมว "บริติช ชอร์ตแฮร์" น้องแมวสายพันธุ์อังกฤษ ที่มีขนหนานุ่มจนอยากกอดเค้าทั้งวันน่ายินดี !!! ไทยเราค้นพบแมงป่องชนิดใหม่ของโลก ซึ่งถูกค้นพบใน อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานสวนสัตว์เก่าแก่ 270 ปีทีเวียนนา ยังเปิดต่อเนื่องมาจนถึงทุกวันนี้
ตั้งกระทู้ใหม่