การตามหาแร่ธาตุหายากระหว่างไทย-สหรัฐ ฯ

วัตถุประสงค์ของบันทึกความเข้าใจนี้ คือ เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างผู้เข้าร่วมในการพัฒนาและขยายห่วงโซ่อุปทานแร่ธาตุสำคัญ
เพื่อส่งเสริมการค้าและการลงทุนระหว่างผู้เข้าร่วมในการสำรวจ การสกัด การแปรรูปและการกลั่น และการรีไซเคิลและการนำกลับคืนทรัพยากรแร่ธาตุสำคัญ
เพื่อส่งเสริมการลงทุนที่สนับสนุนการเพิ่มมูลค่าและการแปรรูปในประเทศ แทนที่จะส่งออกวัตถุดิบเท่านั้น และสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านไปสู่ตลาดแร่ธาตุสำคัญและแร่ธาตุหายาก ที่เปิดกว้าง มีประสิทธิภาพ มั่นคง และโปร่งใส
เป้าหมายเหมือนจะเพื่อแสวงหาความรู้และเทคโนโลยี ด้วยความสำเร็จอันยอดเยี่ยมที่ดูเหมือนจะเกิดขึ้นในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมานั้น
ทั้งหมดล้วนเกิดขึ้นได้จากการเสียสละ(ที่ไม่มีวินัย)สภาพแวดล้อมในการดำรงชีวิตของคนรุ่นหลัง

ผมเองเคยเห็นบทความหนึ่งที่บอกว่าไม่ใช่ว่ายุโรปกับสหรัฐอเมริกาขาดแคลนแร่ธาตุหายาก แต่หากเป็นเพราะการทำให้บริสุทธิ์ของพวกนี้.....มันก่อมลพิษมากเกินไป พวกเขาเลยเลือกที่จะส่งแร่ธาตุหายากมาทำบริสุทธิ์ที่อื่น แล้วค่อยขนกลับ แทนที่จะไปแปรรูปเอง.....ก็แค่นั้นจริงๆ
หากผมอยากจะพูดถึง ภาพรวมของการเกิดของเสียในการผลิตธาตุหายาก (REEs) ทำไมประเทศอื่นไม่ผลิตแร่ธาตุหายากบ้างล่ะ??? การผลิตธาตุหายาก (REEs) ต้องอาศัยการทำเหมืองแร่และการสกัดทางเคมีเป็นหลัก การผลิตนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสกัดในแหล่งดูดซับไอออนและแหล่งบาสต์เนไซต์ (Bastnäsite)..

ซึ่งจะพูดเป็นภาษาคนก็คือ แร่ธาตุ ชนิดหนึ่งที่เป็นแหล่งสำคัญของธาตุหายาก (REEs) ยกตัวอย่างเช่น ซีเรียม (Ce) และแลนทานัม (La)
โดยแร่ชนิดนี้มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น พลังงานลม รถยนต์ไฟฟ้า แผงโซลาร์เซลล์ และ แม่เหล็กแรงสูง
ซึ่งขอบอก...ส่วนใหญ่จะกระจุกตัวอยู่อยู่ในประเทศจีน ส่วนดีของมันก็คือ มันสามารถก่อให้เกิดของเสีย(ของแข็ง) น้ำเสีย ก๊าซเสีย และกากกัมมันตรังสีจำนวนมาก
ของเสียเหล่านี้ส่วนใหญ่เกิดจากปริมาณธาตุหายากในแร่ชนิดต่ำ (โดยทั่วไปอยู่ที่ 0.05%-0.5%) ซึ่งจำเป็นต้องกำจัดกากตะกอนและกากเคมีออกจำนวนมาก

เพราะจากการประมาณการจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้หลายแหล่ง ชี้ให้เห็นว่าการผลิตออกไซด์ของธาตุหายาก (REO) หนึ่งตันโดยทั่วไปจะก่อให้เกิดของเสียที่เป็นพิษประมาณ 2,000 ตัน ตัวเลขนี้ ซึ่งรวมถึงกากตะกอน กากกัมมันตรังสี และสารมลพิษทางเคมี
ที่ผมอยากกล่าวก็เพื่อ สะท้อนให้เห็นถึงภาระด้านสิ่งแวดล้อมที่สำคัญของอุตสาหกรรมแร่ธาตุหายากนี้ แม้ว่าแหล่งข้อมูลต่างๆ จะอธิบายเกี่ยวกับของเสียที่แตกต่างกันเล็กน้อย แต่แนวคิดหลักยังคงสอดคล้องกัน

และต่อไปนี้คือ ความเกี่ยวข้องกับข้อมูลสรุปของปริมาณขยะทั่วๆไปที่เกิดขึ้นต่อการผลิตแร่ธาตุหายากหนึ่งตัน (ตามกระบวนการขุดและสกัดแบบดั้งเดิม) กล่าวคือ ในคำอธิบาย ประเภทของเสีย ปริมาณ (ตันหรือลูกบาศก์เมตร)เราจะได้ ขยะพิษที่เป็นของแข็ง (กากแร่) ประมาณ 2,000 ตัน ส่วนใหญ่เป็นเศษแร่จากกระบวนการแปรรูปแร่
ซึ่งมีโลหะหนักและธาตุกัมมันตรังสี (เช่น ทอเรียมและยูเรเนียม) ซึ่งสามารถปนเปื้อนดินและน้ำได้ง่าย นั่นคือ กากกัมมันตรังสี 1 ตัน เราจะได้สารกัมมันตรังสีที่เกี่ยวข้องกับแร่ต่างๆเป้นของแถม และของแถมส่วนนี้ ต้องได้รับการบำบัดเป็นพิเศษเพื่อป้องกันการปล่อยสู่สิ่งแวดล้อม

จะเห็นได้ว่า น้ำเสีย 75 ลูกบาศก์เมตร ประกอบด้วยสารเคมีที่เป็นกรดและโลหะหนักซึ่งสามารถปนเปื้อนน้ำใต้ดินได้โดยง่ายๆหากไม่ได้รับการจัดการอย่างเหมาะสม
ส่วน ก๊าซเสีย 9,600-12,000 ลูกบาศก์เมตร รวมถึงก๊าซอันตราย เช่น ไฮโดรเจนฟลูออไรด์และซัลเฟอร์ไดออกไซด์ เราก็จะได้แถมเข้ามาในชั้นบรรยกาศด้วย ซึ่งมันก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศ โดยมีฝุ่น 13 กิโลกรัม (0.013 ตัน) เกิดขึ้นระหว่างการทำเหมืองและการบด

มันจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพของคนงานและระบบนิเวศโดยรอบของเสียจากการขุดค้นดิน 1,300-1,600 ลูกบาศก์เมตร ผมขอเอาแค่เฉพาะการทำเหมืองแบบดูดซับไอออน มันก็จะสร้างความเสียหายต่อพืชพรรณและทำให้เกิดการกัดเซาะของดินไปเยอะอยู่นะครับ
หากยังไม่ตะหนักต่อผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและการพิจารณาความยั่งยืนคำนึงถึงบริบทระดับพื้นที่กันสักเท่าไหร่ ผมจะขอยกตัวอย่างมาทั้งโลกเลยล่ะกัน

ในการผลิตแร่แรร์เอิร์ธทั่วโลกอยู่ที่ประมาณ 350,000 ตันเทียบเท่า REO ในปี 2567
แต่ในความเป็นจริงของเสียทั้งหมดอาจเกิน 700 ล้านตันต่อปี ปกติแล้วบ่อพักกากแร่ ที่ใช้สำหรับแปรรูปของเสียเหล่านี้มักเกิดการรั่วไหล
ทั้งการบำรุงรักษาไม่ดี รวมถึงการกัดกร่อน ส่งผลกระทบต่อภาคเกษตรกรรมและน้ำดื่มในท้องถิ่นทั่วโลก
แล้ว ทางด้านมาตรการบรรเทาผลกระทบล่ะ??? ....

โดยปกติแล้ว การรีไซเคิลขยะอิเล็กทรอนิกส์ (e-waste) สามารถลดความจำเป็นในการทำเหมืองใหม่ได้มากโขอยู่นะครับ เพราะปัจจุบัน ขยะอิเล็กทรอนิกส์ทั่วโลกมีแร่ธาตุหายากเนาะๆก็ประมาณ 70,000 ตัน รวมถึงนีโอดิเมียม (Neodymium)แต่อัตราการนำกลับมาใช้ใหม่มีเพียง 1% เท่านั้น
ในการรีไซเคิลนี้จะใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น การให้ความร้อนแบบจูลแฟลช (Joules flash) เป็นการให้ความร้อนด้วยไฟฟ้าอุณหภูมิสูงชั่วคราว ซึ่งสามารถสกัดแร่ธาตุหายากออกจากวัสดุเหลือใช้ เช่น เถ้าถ่านหิน โดยใช้พลังงานเพียง 600 กิโลวัตต์ชั่วโมงต่อตัน และสามารถเพิ่มผลผลิตได้ 150%-200%

แต่มักจะการเกิดของเสียที่ได้ก็แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับประเภทของแหล่งแร่ กระบวนการ และมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม เช่น ไฮโดรเมทัลลูร์จิคัล กระบวนการทางวิศวกรรมที่ใช้สารละลายเพื่อสกัดและทำให้โลหะบริสุทธิ์จากแร่หรือวัตถุดิบรีไซเคิลใน แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน หรือแผ่นวงจรพิมพ์ (PCB) กระบวนการนี้มีข้อดีคือ ให้ความบริสุทธิ์ของผลิตภัณฑ์สูง, ใช้พลังงานต่ำ, และก่อให้เกิดมลพิษน้อยกว่าวิธีแบบเดิม เมื่อเทียบกับ ไพโรเมทัลลูร์จิคัล

แม้ว่าการเกิดของเสียในประเทศที่พัฒนาแล้ว (เช่น เหมืองเมาท์เวลด์ในออสเตรเลีย) อาจต่ำกว่า แต่ค่าเฉลี่ยทั่วโลกยังคงอยู่ที่ประมาณ 2,000 ตัน ซึ่งผมขอบอกว่า...มันร้ายแรงมาก
ในปัจจุบัน สหรัฐเริ่มรุกคืบในทุกหนแห่งก็เพราะการเฟ้นหาสิ่งเหล่านี้ จนไม่เหลือแม้แต่ในโบราณสถาน ประเด็นสำคัญ คือ การกลั่นทองคำนั้นก่อมลพิษมากกว่าโลหะหายากเสียอีก
ดังนั้น ที่ผมจะบอกก็คือ ไม่ใช่มลพิษของโลหะหายาก แต่เป็นราคาที่ควร(จ่าย)ขายหลังจากการผลิตต่างหาก
ทำไมคุณไม่ควรใส่เกลือ เมื่อเริ่มเคี่ยวกระดูก?
อำเภอที่อยู่ไกลจากตัวจังหวัดที่สุด
จังหวัดเดียวในประเทศไทย ที่ทุกอำเภออยู่ติดฝั่งทะเลและชายแดน
แรงงานเขมร 30 คน แฉ เขมรประสบกับปัญหาเศรษฐกิจสุดย่ำแย่ประชาชนไม่มีงาน ราคาสินค้าแพง ยอมทิ้งบ้านเกิดเข้ามาหางานในประเทศไทย สุดท้ายเจ้าหน้าที่รวบตัวดำเนินคดีตามกฎหมาย
"กินสี่ถ้วย" มรดกหวานล้ำจากแผ่นดินพระร่วง ธรรมเนียมมงคลที่เชื่อมสองตระกูลเป็นหนึ่งเดียว
ธนาคารสัญชาติไทย ที่ทำกำไรได้มากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง
สาว "กัมพูชา" พ่นสีทองทั้งตัว..!! นั่งสามล้อปั่นรอบเมือง แล้วจากนั้นก็บอกว่านี่แหละ คือชุด "เขมรโบราณ"
เมืองโบราณลึกลับในตำนาน ที่อยู่ในเขตพื้นที่ของประเทศกัมพูชา
หลังจากใช้ชีวิตอยู่ในถ้ำ นักธรณีวิทยาก็ได้ค้นพบสาขาชีววิทยาใหม่โดยไม่ตั้งใจ
อำเภอในประเทศไทย ที่มีประชากรมากกว่าอำเภอเมืองของจังหวัดตัวเอง
ชาวโซเชียล ไทย ฮือฮา เต้ มงคลกิตติ์ นำเสนอ 5 นโยบายหลักที่ประเทศไทยต้องจารึกไว้ในประวัติศาสตร์การเมือง
มัดรวมเลขเด่น 3 เจ้าแม่ดัง! เจ๊นุ๊ก-เจ๊ฟองเบียร์-แม่น้ำหนึ่ง ลุ้นโชคงวด 17 ม.ค. 69
จังหวัดเดียวในประเทศไทย ที่ทุกอำเภออยู่ติดฝั่งทะเลและชายแดน


