จากชายไร้ใบหน้า สู่เจ้าบ่าวในโบสถ์เดิม เรื่องจริงของดัลลัส วีนส์ที่โลกต้องยอมใจ
วันนี้ผมมีเรื่องราวที่ทั้งโหด ทั้งซึ้ง และทั้งโคตรให้แรงบันดาลใจมาเล่าให้ฟังครับ เป็นเรื่องของ “ดัลลัส วีนส์” คนงานก่อสร้างชาวอเมริกัน ที่ชีวิตพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือในพริบตาเดียว เพราะอุบัติเหตุที่ไม่มีใครคาดคิด...แต่เขากลับเปลี่ยนมันให้กลายเป็น “ชีวิตใหม่” ที่โลกต้องจดจำ
ย้อนกลับไปปี 2008 ดัลลัสกำลังยืนอยู่บนรถกระเช้าเพื่อทาสีโบสถ์แห่งหนึ่ง แต่แล้ว...หน้าผากของเขาพลาดไปแตะเข้ากับ “สายไฟฟ้าแรงสูง” กระแสไฟพุ่งผ่านร่างกายเต็ม ๆ ใบหน้าของเขา “ไหม้เกรียมหมดสิ้น” และที่เลวร้ายกว่านั้น...เขาสูญเสียการมองเห็นถาวร
แพทย์ช่วยชีวิตเขาไว้ได้ แต่ใบหน้าของเขาถูกทำลายจนไม่เหลือเค้าเดิม เขากลายเป็น “ชายที่ไร้ใบหน้า” ผู้คนหวาดกลัวที่จะมอง แม้แต่ “ลูกสาวตัวน้อย” ของเขาเองก็ไม่กล้าเข้าใกล้พ่อ
ดัลลัสใช้ชีวิตอยู่กับความเจ็บปวดและความโดดเดี่ยวอยู่นานหลายปี จนกระทั่งในปี 2011...ปาฏิหาริย์ก็มาถึง
ที่โรงพยาบาล Brigham and Women’s ในเมืองบอสตัน ทีมแพทย์กว่า 30 คนร่วมแรงกันทำการ “ผ่าตัดปลูกถ่ายใบหน้าเต็มรูปแบบ” ซึ่งกินเวลานานถึง “15 ชั่วโมง” ใบหน้าใหม่ของเขามาจาก “ผู้บริจาคนิรนาม” และนี่คือการปลูกถ่ายใบหน้าเต็มรูปแบบ “ครั้งแรกในสหรัฐฯ”
ผลลัพธ์นั้นเหนือความคาดหมาย ดัลลัสได้ใบหน้าใหม่ที่ดูเป็นธรรมชาติ เขามีริมฝีปาก มีจมูก และกล้ามเนื้อบนใบหน้าอีกครั้ง
หลังการผ่าตัด ทีมนักบำบัดจากหลายสาขาเข้ามาช่วยให้กล้ามเนื้อใบหน้าและริมฝีปากของเขา กลับมาเคลื่อนไหวได้ใหม่ รวมถึงสอนให้ออกเสียง พูดได้ชัดขึ้น และค่อย ๆ ปรับตัวให้ใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างมั่นใจ
และแล้ว...วันหนึ่ง สิ่งที่ทำให้เขาน้ำตาไหล ไม่ใช่แค่การได้เห็นตัวเองในกระจก แต่คือการได้ “รู้สึก” ถึงสิ่งที่หายไปนานแสนนาน
เขากลับมาหายใจทางจมูก กลับมาได้กลิ่นอีกครั้ง แต่สิ่งที่มีค่าที่สุดคือ... การได้รู้สึกถึง “จูบจากลูกสาว” ที่กลับมาสัมผัสบนใบหน้าใหม่ของเขา
แต่ชีวิตยังมีของขวัญชิ้นสำคัญรออยู่ให้เขาได้ค้นพบ
ระหว่างช่วงฟื้นฟู ดัลลัสได้เข้าร่วมกลุ่มบำบัดผู้ป่วยที่ถูกไฟไหม้ในรัฐเท็กซัส ที่นั่นเขาได้พบกับ “เจมี แนช” หญิงสาวที่ถูกไฟคลอกกว่า 70% ของร่างกายจากอุบัติเหตุทางรถยนต์
ชายผู้เคยสูญเสียใบหน้าและดวงตา กับหญิงที่ร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผลไฟไหม้ ทั้งสองเข้าใจความเจ็บปวดของกันและกัน และค่อย ๆ สานสัมพันธ์จนกลายเป็น “ความรัก”
ไม่นานหลังจากนั้น ทั้งคู่ตัดสินใจ “แต่งงานกัน” ในโบสถ์แห่งเดียวกับที่ดัลลัสเคยประสบอุบัติเหตุเมื่อหลายปีก่อน สถานที่ซึ่งเคยพรากทุกอย่างไปจากเขา แต่ในวันนั้น...มันคือสถานที่ที่คืน “ชีวิตใหม่” ให้กับเขาอีกครั้ง
จนกระทั่ง...ดัลลัสได้จากโลกนี้ไปในปี 2024 ทิ้งเรื่องราวของ “ความหวัง ความรัก และความกล้าหาญ” เป็นแรงบันดาลใจให้ผู้คนได้จดจำตลอดไป
ผมว่าเรื่องนี้ให้ข้อคิดหลายอย่างเลยครับ หนึ่งคือ...ชีวิตอาจพังในพริบตา แต่เรายังมีสิทธิ์เลือกว่าจะลุกขึ้นยังไง สองคือ...ความรักไม่เคยสนใจรูปลักษณ์ มันสนใจหัวใจที่เข้าใจกัน สามคือ...ปาฏิหาริย์ไม่ได้เกิดจากเวทมนตร์ แต่มันเกิดจาก “ความพยายามไม่ยอมแพ้”
สุดท้ายนี้...ขอปรบมือให้ดัลลัส วีนส์ ชายผู้กล้าหาญที่สุดคนหนึ่งที่โลกเคยรู้จัก และขอให้เรื่องราวของเขาเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคน กล้าลุกขึ้นจากจุดที่เจ็บที่สุด...เพื่อไปสู่วันที่ดีที่สุด ไว้เจอกันใหม่กระทู้หน้าครับ
อ้างอิงจาก: coffeeman
The Dallas Morning News, ABC News, Wikipedia (Dallas Wiens)
ย่านที่ราคาที่ดินแพงที่สุด อันดับหนึ่งของประเทศไทย
ชายชรากับน้ำ 12 ขวด: ภารกิจยื้อชีวิตสัตว์ป่ากลางทะเลทรายอิรักที่ร้อนระอุ
จังหวัดที่มีเกาะในทะเลไทย จำนวนมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง
10ประเทศที่ตุนทองคำมากที่สุดในโลก
ประเทศที่ลงทุนในไทยมากที่สุด มีมูลค่าเงินลงทุนมากเป็นอันดับหนึ่ง
นายกเขมรพร้อมถอนกำลังทหารอาวุธยุทโธปกรณ์ออกจากชายแดนทันทีหากไทยบริจาคเงิน 1,500 ล้านบาทให้กับกัมพูชา
สรุปเทรนด์ "เลขเด็ด" งวด 1 ก.พ. 69 มัดรวมเลขคนดัง-วันเลือกตั้ง-กระแสโลกโซเชียล
"จัสติน บีเบอร์" แสดงสดงานประกาศรางวัลแกรมมี่ ด้วยการสวมกางเกงขาสั้น
เขมรเตรียมเฮ!!..ต่างด้าวเรียนฟรี ภาษีคนไทย
ค่าเงินที่มีราคาแพงที่สุด เมื่อเทียบกับค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ
"เนื้อสัตว์"อะไร? ที่มนุษย์ไม่ควรรับประทานและอันตรายที่แฝงอยู่
หญิงวัย 30 ต้องฟอกไตตลอดชีวิต จากการดื่มกาแฟลดน้ำหนัก
ค่าเงินที่มีราคาแพงที่สุด เมื่อเทียบกับค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ



