#เตือนภัยสุขภาพจิต: “โรคโกหกเป็นนิสัย” (Pathological Liar) สังเกตอย่างไร? เมื่อ “คำโกหก” คือเครื่องมือเพิ่มคุณค่าตัวเอง
คุณเคยสงสัยไหมว่าทำไมบางคนถึงชอบพูดโกหกซ้ำ ๆ แม้ในเรื่องเล็กน้อย? การโกหกเป็นประจำจนติดเป็นนิสัย หรือที่เรียกว่า “Pathological Liar” ไม่ใช่แค่เรื่องนิสัยไม่ดี แต่เป็นสัญญาณของปัญหาทางสุขภาพจิตที่ซับซ้อน บุคคลเหล่านี้มักใช้คำโกหกเป็นเครื่องมือเพื่อ "เพิ่มคุณค่าให้ตัวเอง" และ “เรียกร้องการยอมรับ” วันนี้เรามาดูกันว่าพฤติกรรมแบบไหนที่เข้าข่าย และอันตรายกว่าที่คุณคิดอย่างไรบ้าง
Pathological Liar คืออะไร? ไม่ใช่แค่ “โกหกเล่น ๆ”
Pathological Liar ไม่ใช่การโกหกเพื่อเลี่ยงความผิดเป็นครั้งคราว แต่คือพฤติกรรมที่ผู้ป่วย พูดโกหกบ่อยครั้งตลอดวัน บางรายงานระบุว่าอาจมากกว่า 5-20 ครั้งต่อวัน แม้ในเรื่องที่ไม่จำเป็นต้องโกหกเลยก็ตาม
เป้าหมายหลัก: คือการสร้างเรื่องเท็จเพื่อ ตบตาคนอื่น และ เพิ่มคุณค่าให้ตัวเอง เพื่อให้คนอื่นเชื่อว่าตนเองประสบความสำเร็จ เป็นฮีโร่ หรือในทางกลับกันคือตกเป็นเหยื่อที่น่าเห็นใจ ซึ่งทั้งหมดนี้ก็เพื่อตอบสนองความต้องการ ความสนใจและการยอมรับจากสังคม รวมถึงลดความเครียดหรือปมในอดีต
สัญญาณเตือน! 6 พฤติกรรมที่เข้าข่ายต้องสังเกต
เราสามารถสังเกตคนที่มีอาการโกหกเป็นนิสัยได้จากพฤติกรรมเหล่านี้
เล่าเรื่อง “เกินจริง” เสมอ: ไม่ว่าจะเป็นความสำเร็จส่วนตัว หรือเหตุการณ์ในชีวิต มักจะถูกเสริมแต่งจนดูยิ่งใหญ่กว่าความเป็นจริง
สวมบทบาท “ฮีโร่” หรือ “เหยื่อ”: มักเล่าประสบการณ์ที่ตัวเองเป็นคนสำคัญเหนือคนอื่น หรือในทางกลับกันก็เล่าเรื่องที่ตัวเองตกเป็นเหยื่ออย่างน่าสงสาร เพื่อดึงดูดความเห็นใจ
เล่าหลายเวอร์ชัน: เรื่องเดียวกัน แต่เล่าให้คนอื่นฟังแต่ละครั้งไม่เหมือนเดิม เพราะ ลืมรายละเอียดที่เคยโกหกไว้
หัวไวแต่คลุมเครือ: โต้ตอบได้ทันทีเมื่อถูกสงสัย แต่คำอธิบายมักเต็มไปด้วยความคลุมเครือ เมื่อถูกจี้หนัก ๆ จะรีบ เปลี่ยนหัวข้อสนทนา ทันที
สร้างเรื่องซับซ้อน: โกหกบ่อยขึ้นเรื่อย ๆ และต้องสร้างเรื่องที่ซับซ้อนยิ่งขึ้นเพื่อ ปกปิดคำโกหกเดิม ที่เคยสร้างไว้
ไม่ยอมรับคำวิจารณ์: ไม่ยอมรับความจริง การเปลี่ยนแปลง หรือคำติชมใด ๆ เพราะการวิจารณ์ทำให้พวกเขารู้สึกว่า คุณค่าของตัวเองลดลง
การโกหก ที่มาพร้อมโรคทางจิตและอันตรายที่มองไม่เห็น
Pathological Liar แม้จะไม่ได้ถูกจัดเป็นโรคทางจิตโดยตรง แต่ถือเป็นอาการที่มักพบร่วมกับ โรคบุคลิกภาพบกพร่อง ที่ซับซ้อน เช่น
โรคบุคลิกภาพต่อต้านสังคม (ASPD): มักไม่รู้สึกเห็นอกเห็นใจผู้อื่น และใช้การโกหกเพื่อแสวงหาผลประโยชน์หรือควบคุมผู้อื่น
โรคบุคลิกภาพแบบหลงตัวเอง (NPD): ยึดตัวเองเป็นศูนย์กลาง ต้องการการยกยอชื่นชม แต่มีชุดความเชื่อว่าตนเองเหนือกว่าผู้อื่น และไม่สามารถทนการวิพากษ์วิจารณ์ได้
การโกหกซ้ำ ๆ เป็นเสมือน ระเบิดเวลา ที่สร้างความเครียดและความกังวลให้กับผู้ที่ป่วยเอง โดยเฉพาะความกลัวว่าความจริงจะถูกเปิดเผย และเมื่อใดที่คำโกหกนั้นถูกจับได้ ความสัมพันธ์อันดีกับครอบครัว เพื่อน หรือคนรักก็จะถูกทำลายลงอย่างถาวร นำไปสู่การแยกตัวออกจากสังคมในที่สุด
หากเราสังเกตเห็นพฤติกรรมเหล่านี้ในตัวคนใกล้ชิด การให้กำลังใจและพิจารณาปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต คือแนวทางที่สร้างสรรค์และ ที่สุดในการช่วยเหลือพวกเขาให้หลุดพ้นจากวงจรการโกหกนี้
**********
เขียนโดย ดร กิฟท์นางมารพยากรณ์
เพื่อให้ผู้อ่านได้รับทั้งความรู้ แรงบันดาลใจ และแนวทางการใช้ชีวิตที่เท่าทันโลก
“6-7” คืออะไร? ผู้ใหญ่ได้ยินแล้วงง แต่เด็กพูดกันสนั่น!
“67” คืออะไร ทำไมเด็กยุคนี้ถึงชอบพูดกัน
จังหวัดของไทยที่คนรัสเซียชื่นชอบที่สุด และย้ายเข้ามาอาศัยอยู่มากที่สุด
7 ประเทศที่พูดคำทักทายว่า ‘สวัสดี’ แล้วฟังไพเราะที่สุด
84,000 พระธรรมขันธ์หมายถึงหน่วยของคำสอนไม่ใช่จำนวนหน้าของพระไตรปิฎก
10 อันดับโรงเรียนนานาชาติที่ค่าเทอมแพงที่สุดในไทย ปี 2569
ประเทศอันดับ 1 ของโลก ที่ซื้อบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปจากไทยมากที่สุด
10อันดับมอเตอร์ไซค์รุ่นที่ได้รับความ นิยมและเป็นที่จดจำในไทยยุค 80
พระองคุลิมาลจากมหาโจรสู่พระอรหันต์และบทเรียนว่าคนเปลี่ยนชีวิตได้จริง
พระศรีอริยเมตไตรยคือพระพุทธเจ้าในอนาคตตามคติพุทธศาสนา
ทำไมพระสังกัจจายน์จึงมีพุงใหญ่ทั้งที่คัมภีร์กล่าวถึงพระมหากัจจานะว่าเป็นพระเถระรูปงาม
"ผู้ใหญ่เต๊าะ" เดินทางมาเยี่ยมและให้กำลังใจ "แม่สุนารี" หลังออกจากห้อง ICU
จังหวัดที่มีคนญี่ปุ่นอาศัยอยู่มากที่สุดในประเทศไทย
ทำไมสินค้ามือสองญี่ปุ่นถึงขายดีในไทย
เทคโนโลยีไปไกลแค่ไหน 10 ธุรกิจเหล่านี้ก็ยังจำเป็นในชีวิตคนไทย





