หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

สไบเฉียงในราชสำนักเขมร: อิทธิพลสยามยุค ร. 4-5 ที่วันนี้กลายเป็นความเข้าใจผิดทางวัฒนธรรม

เขียนโดย แบกเป้

สไบเฉียงในราชสำนักเขมร: อิทธิพลสยามยุค ร. 4-5 ที่วันนี้กลายเป็นความเข้าใจผิดทางวัฒนธรรม

​ความสับสนในชุด "สไบเฉียง": เมื่อร่องรอยอิทธิพลสยามในราชสำนักเขมร ถูกเข้าใจผิดว่าเป็น "รากเหง้า" ของตนเอง

​ในช่วงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) ต่อเนื่องถึงต้นรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) ของสยาม การแต่งกายในราชสำนักและหมู่พระบรมวงศานุวงศ์ ตลอดจนข้าราชบริพารในพระราชวังของกัมพูชาได้ปรากฏหลักฐานการรับอิทธิพลทางวัฒนธรรมจากสยามอย่างเด่นชัด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง "ชุดสไบเฉียง"

​ชุดสไบเฉียงที่สวมใส่คู่กับผ้านุ่งแบบต่าง ๆ ทั้งโจงกระเบนหรือผ้านุ่งแบบสำปัก (ซัมป็อต) กลายเป็นชุดที่นิยมสวมใส่ในวันสำคัญ พระราชพิธี และโอกาสอันเป็นมงคลของชนชั้นสูงในกัมพูชาในเวลานั้น ซึ่งเป็นผลจากการที่กัมพูชาอยู่ภายใต้อิทธิพลของสยามมาอย่างยาวนาน โดยมีการแลกเปลี่ยนและถ่ายทอดทางวัฒนธรรมในระดับราชสำนักอย่างเข้มข้น นักวิชาการด้านการแต่งกายหลายท่านได้ให้ความเห็นสอดคล้องกันว่า รูปแบบการห่มสไบและการจับจีบผ้าของกัมพูชาในยุคดังกล่าวได้รับอิทธิพลจากราชสำนักสยามอย่างชัดเจน

​อย่างไรก็ตาม ในสถานการณ์ปัจจุบัน ชุดสไบเฉียงในบริบทของกัมพูชากลับกลายเป็นประเด็นที่ก่อให้เกิดความสับสนและข้อพิพาททางวัฒนธรรมอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากคนกัมพูชาจำนวนมากในปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งบนโลกออนไลน์ มีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนว่าชุดดังกล่าวเป็น "ชุดดั้งเดิม" หรือ "รากเหง้า" ทางวัฒนธรรมของตนเองอย่างแท้จริง โดยไม่ได้ตระหนักถึงอิทธิพลจากภายนอกที่ซึมซาบเข้ามาในประวัติศาสตร์

​ปรากฏการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาที่ซับซ้อนของการรับรู้และถ่ายทอดประวัติศาสตร์วัฒนธรรมในยุคสมัยใหม่ ซึ่งอาจเป็นผลมาจากหลายปัจจัย เช่น การที่รากฐานทางวัฒนธรรมดั้งเดิมบางส่วนได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ที่รุนแรง การตีความประวัติศาสตร์ในรูปแบบชาตินิยมที่เน้นการสร้างเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่ "บริสุทธิ์" หรือแม้แต่การขาดการศึกษาประวัติศาสตร์การแต่งกายอย่างรอบด้านและเป็นกลาง

​การแสดงความคิดเห็นที่รุนแรงและกล่าวหาอีกฝ่ายว่า "เคลม" (claim) หรือ "หน้าด้าน" ทางวัฒนธรรม โดยมีพื้นฐานจากความเข้าใจผิดในประวัติศาสตร์และอิทธิพลทางวัฒนธรรมระหว่างประเทศเพื่อนบ้านนั้น ไม่ได้ช่วยให้เกิดความเข้าใจที่แท้จริง แต่กลับยิ่งสร้างความขัดแย้งในระดับประชาชน ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย เพราะในความเป็นจริงแล้ว วัฒนธรรมของทั้งสองชาติมีความสัมพันธ์และอิทธิพลซึ่งกันและกันมาแต่โบราณ การศึกษาประวัติศาสตร์ด้วยความเคารพและยอมรับความจริงจะนำไปสู่ความเข้าใจที่ถูกต้อง และสามารถชื่นชมความงามของชุดสไบเฉียงและวัฒนธรรมร่วมสมัยในฐานะมรดกที่ซับซ้อนและน่าสนใจของภูมิภาคนี้ได้อย่างแท้จริง

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
แบกเป้'s profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 346 ครั้ง
เขียนโดย แบกเป้
นักข่าวสายไวรัล–ข่าวด่วน
สรุปข่าวเร็ว คม ชัด ตรงประเด็น
เชี่ยวชาญข่าวแรง–ข่าวจริง ที่คนกำลังสนใจ
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
นอนดึกเป็นประจำ อาจกระทบมากกว่าความง่วงที่เห็นตอนเช้าสสารมืดคืออะไร? ทำไมสิ่งที่มองไม่เห็นจึงสำคัญต่อจักรวาลสถิติหวยออกวันพุธย้อนหลัง แนวโน้มเลขซ้ำและรูปแบบที่คนชอบใช้วิเคราะห์จังหวัดในประเทศไทย ที่ไม่มีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ตั้งอยู่เลยต้อง Restart มือถือทุกวันไหม? คำตอบที่ผู้ใช้สมาร์ทโฟนควรรู้ค่าดองสาวลาวปัจจุบัน เรียกกันเท่าไหร่ ต้องเตรียมอะไรบ้างสืบสวน สภ.ปลายพระยา ลุยกวาดล้างยาเสพติด รวบ 5 คดี จับผู้ต้องหา 5 รายรายได้ 10 สายการบินชั้นนำจังหวัดในไทยที่ชวนเข้าใจว่าติดทะเลคลื่นความร้อนสูงระดับประวัติศาสตร์ถล่มยุโรป ยอดเสียชีวิตพุ่งเกินพันราย10 จักรวรรดิ ที่เคยเป็นมหาอำนาจของโลกก่อนยุคปัจจุบัน3 ปัจจัยหลักที่ทำให้ชาวฝรั่งเศสไม่นิยมติดตั้งเครื่องปรับอากาศ
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ศัลยกรรม ความงาม แฟชั่น
มะหาด สมุนไพรไทยที่ถูกจับตาเรื่องผิวกระจ่างใส งานวิจัยบอกอะไรไว้บ้าง5 ไอเท็มเสริมที่ช่วยให้ลุคธรรมดาดูเก๋ขึ้นแบบไม่ต้องซื้อเสื้อผ้าใหม่ไอเดียท่าโพสถ่ายรูปผู้ชาย #ผู้ชายก็เท่ห์ได้จากญี่ปุ่น…สู่ตำนานแฟชั่นแห่งปารีส brand นี้ คือ brand อะไร
ตั้งกระทู้ใหม่