หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

"ทองหยิบ" ขนมไทย! เขมรเคลมผิดจุด? เปิดหลักฐานต้นตำรับ มาเรียนฟรีแล้วกลับไปอ้างว่า "โบราณ" ?


เขียนโดย แบกเป้

​กรณีพิพาททางวัฒนธรรมเกี่ยวกับการอ้างสิทธิ์ในขนมไทยดูเหมือนจะกลับมาเป็นประเด็นร้อนอีกครั้ง โดยเฉพาะการหยิบยกเอาขนมไทยชื่อดังอย่าง "ทองหยิบ" มากล่าวอ้างว่าเป็นของกัมพูชา (เขมร) ทั้งที่ในความเป็นจริงนั้น เรื่องราวเบื้องหลังของขนมมงคลชนิดนี้เป็นที่ทราบกันดีในแวดวงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอาหารของไทย

​ทองหยิบ: ตำนานโปรตุเกสสู่ขนมมงคลไทย

​เพื่อตอบคำถามที่ว่า "ขนมทองหยิบ เขมรคิดค้นกี่โมง?" คงต้องย้อนกลับไปถึงต้นกำเนิดที่แท้จริงของขนมที่ใช้ไข่แดงเป็นส่วนประกอบหลักเหล่านี้ ทั้งทองหยิบ ทองหยอด และฝอยทอง ขนมเหล่านี้ไม่ได้มีกำเนิดจากความคิดของคนไทยโดยตรง แต่มีต้นตำรับมาจากประเทศโปรตุเกส โดยถูกนำเข้ามาเผยแพร่ในประเทศไทยตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา โดยบุคคลสำคัญคือ ท้าวทองกีบม้า (มารี กีมาร์ เด ปิน่า) สตรีลูกครึ่งญี่ปุ่น-โปรตุเกส ผู้เป็นหัวหน้าห้องเครื่องต้นในราชสำนัก

​ท้าวทองกีบม้าได้นำภูมิปัญญาการทำขนมแบบโปรตุเกสมาประยุกต์ใช้วัตถุดิบท้องถิ่นของไทย เช่น ไข่แดง และน้ำตาลจากอ้อย จนเกิดเป็นขนมที่มีรูปลักษณ์และรสชาติเข้ากับวัฒนธรรมการกินของคนไทย และที่สำคัญคือการผูกโยงเข้ากับความเชื่อเรื่องความเป็นสิริมงคล การตั้งชื่อด้วยคำว่า "ทอง" เพื่อสื่อถึงความมั่งคั่งร่ำรวย ทำให้ขนมเหล่านี้กลายเป็นส่วนหนึ่งของพิธีมงคลที่ขาดไม่ได้ของคนไทยตั้งแต่นั้นมา

​ดังนั้น หากจะกล่าวว่าทองหยิบเป็น "ขนมโบราณ" ก็ต้องระบุให้ชัดว่าเป็น "ขนมไทยโบราณที่ได้รับอิทธิพลจากโปรตุเกส" ซึ่งมีหลักฐานทางประวัติศาสตร์และการบันทึกที่ชัดเจนในประเทศไทยมานานนับร้อยปี ไม่ใช่การคิดค้นโดยชาติใดชาติหนึ่งในภูมิภาคนี้

​เคลมวัฒนธรรม: ปัญหาที่โลกต้องจับตา

​การที่ประเทศเพื่อนบ้านมีการเรียนรู้และรับวัฒนธรรมจากไทยไป แล้วกลับอ้างว่าเป็นของตนเองทันทีที่กลับไปถึงประเทศ โดยไม่มีการให้เครดิตหรือรับทราบถึงแหล่งกำเนิดที่แท้จริง สร้างความรู้สึกไม่พอใจในหมู่คนไทยเป็นอย่างมาก เพราะการ "เคลม" หรืออ้างสิทธิ์ในวัฒนธรรมของผู้อื่นโดยไม่มีหลักฐานรองรับ ย่อมส่งผลเสียต่อความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศและบิดเบือนข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์

​การเรียนรู้และนำไปประยุกต์ใช้เป็นสิ่งที่ทำได้ แต่การ "เคลมอย่างเดียว" โดยไม่ยอมรับความเป็นมา ถือเป็นการกระทำที่บกพร่องทางจริยธรรมและภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมอย่างยิ่ง เพราะวัฒนธรรมที่แท้จริงคือสิ่งที่สั่งสม สืบทอด และมีหลักฐานยืนยัน ไม่ใช่สิ่งที่สามารถอ้างสิทธิ์ได้ตามใจชอบ โดยเฉพาะเมื่อสิ่งนั้นมีร่องรอยการเดินทางข้ามชาติและประวัติศาสตร์ที่ชัดเจนอย่างขนมทองหยิบ

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
แบกเป้'s profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 204 ครั้ง
เขียนโดย แบกเป้
นักข่าวสายไวรัล–ข่าวด่วน
สรุปข่าวเร็ว คม ชัด ตรงประเด็น
เชี่ยวชาญข่าวแรง–ข่าวจริง ที่คนกำลังสนใจ
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
คนเป็นแสน แย่งชิงตำแหน่งงานเพียง 1,000 ตำแหน่งคณะที่เรียนยากที่สุด แต่คุ้มค่าที่สุดในระยะยาว5 จังหวัดที่กำลังจะกลายเป็นเมืองหลวงแห่งที่ 2 จังหวัดไหนพุ่งแรงสุดจังหวัดที่พูดภาษาเขมรมากที่สุดในประเทศไทย5 ความเจริญของไทย ภาพลักษณ์ใหม่ที่ชาวต่างชาติแห่ชื่นชม“จังหวัดไหนในไทย น่าอยู่ที่สุดในปีนี้?”10 โรงเรียนเอกชน ที่เก่าแก่สุดในประเทศไทยไม้มงคลที่ควรปลูกมากที่สุดภาษาท้องถิ่นในไทยที่ไม่มีตัวอักษรและไม่สามารถเขียนได้มีบ้านหลายหลัง เป็น "เจ้าบ้าน" ในทะเบียนบ้านได้กี่หลัง?2 ภาษา ที่มีคนใช้น้อยที่สุดในโลก15 ลักษณะของคนที่มี EQ ต่ำ
กระทู้อื่นๆในบอร์ด อาหาร
Hot Cake ความสุขเรียบง่ายที่ไม่เคยตกยุคมันคืออสูรกาย ก่อนจะกลายมาเป็นน้ำพริกแมงดาสุดแซ่บปลาไข่(ที่มีไข่เต็มท้อง)แท้จริงแล้วคือปลาอะไรหมูกรอบที่แสนอร่อย แต่เสี่ยงอะไรบ้าง
ตั้งกระทู้ใหม่