นาร์วาล “ยูนิคอร์นแห่งท้องทะเล” อยู่ในความเสี่ยงที่จะสูญพันธุ์
ยูนิคอร์น คือ สัตว์ในตำนานเทพนิยามที่มีเขา คุณอาจจะไม่เคยเห็นตัวจริงของม้าตัวนี้ แต่มีวาฬสายพันธุ์หนึ่งที่มีเขาแบบนี้ จึงถูกยกย่องว่าเป็น ยูนิคอร์แห่งท้องทะเล นั้นคือ วาฬนาร์วาล (narwhal) ซึ่งปัจจุบันนี้ตกอยู่ในสภาวะใกล้สูญพันธุ์เนื่องจากจำนวนประชากรลดลง และถูกการล่าจากมนุษย์เพื่อเอางาของมัน
วาฬนาร์วาล (narwhal)เป็นสิ่งมีชีวิตที่แปลกตาและสวยงาม มีงายาวยื่นออกมาจากหัว นาร์วาลในจำนวนประชากรกว่า 80,000 ตัว อาจมีน้ำหนักได้ถึง 4,200 ปอนด์ และยาวได้ถึง 17 ฟุต ซึ่งใช้ชีวิตตลอดทั้งปีที่บริเวณอาร์กติก เป็นหนึ่งในสองของสปีชีส์วาฬวงศ์โมโนดอนติแด เช่นเดียวกับวาฬเบลูกา นาร์วาลเพศผู้มีลักษณะที่โดดเด่นคือ มีงาที่ยาว, ตรง, เป็นเกลียวที่ยื่นมาจากกรามบนด้านซ้ายของพวกมัน ซึ่งแท้ที่จริงแล้วคือ ฟันเพียงซี่เดียวของพวกมันที่อาจยาวได้ถึง 3 เมตร สำหรับตัวผู้บางตัวอาจมีได้ถึงสองซี่ ขณะที่ตัวเมียเองก็อาจมีได้เหมือนกันแต่ทว่าไม่ยาวและไม่โดดเด่นเท่า
ปัจจุบันยังไม่ทราบเป็นที่แน่ชัดว่างายาว มีไว้สำหรับทำอะไร เพราะนาร์วาลไม่ได้ใช้งาตรงนี้ในการขุดเจาะหาอาหารหรือต่อสู้กันเอง แต่สันนิษฐานว่างาของมันน่าจะมีไว้เพื่อดึงดูดตัวเมียอย่างไรก็ตาม งาที่โดดเด่นของนาร์วาลทำให้พวกมันถูกล่าจนแทบจะสูญพันธุ์ในอดีต ปัจจุบันนาร์วาลส่วนมากอาศัยในมหาสมุทรอาร์กติก ที่ชายฝั่งประเทศกรีนแลนด์และแคนาดา ซึ่งเป็นสถานที่ที่มีตำนานเล่าขานเกี่ยวกับนาร์วาลมากมายหลากหลายเรื่อง
ในประเทศแคนาดา ชนพื้นเมืองอินูอิต (Inuit) เชื่อกันว่า ครั้งหนึ่งนาร์วาลเคยเป็นมนุษย์ เมื่อครั้งบุพกาลในดินแดนอินูอิต มีหญิงผู้หนึ่งอาศัยอยู่กับลูกชายซึ่งเป็นลูกเลี้ยง แม่เลี้ยงปฏิบัติกับลูกชายตาบอดอย่างโหดร้าย แม้ว่าจะมีอาหารอยู่มากมาย แต่หล่อนกลับปล่อยให้ลูกชายต้องหิวโซ เด็กชายตาบอดเก็บงำความแค้นในใจจนเติบใหญ่
เมื่อวันเวลาผ่านไป เด็กชายที่บัดนี้กลายเป็นเด็กหนุ่มก็กลับมามองเห็นอีกครั้ง เด็กหนุ่มยังคงต้องการล้างแค้นแม่เลี้ยงที่เลี้ยงดูตนอย่างทารุณ วันหนึ่งขณะที่แม่เลี้ยงออกไปล่าวาฬขาว เด็กหนุ่มก็ขอติดตามไปช่วยด้วย แม่เลี้ยงไม่ได้เอะใจแต่อย่างใด วาฬขาวตัวใหญ่ว่ายเข้ามาใกล้ แม่เลี้ยงก็โยนฉมวกใส่ลำตัววาฬทันที หล่อนตะโกนร้องให้ลูกชายช่วยดึงเชือกที่ผูกติดกับฉมวก ทว่าแทนที่จะช่วยเหลือแม่เลี้ยง ลูกชายกลับผลักหล่อนตกจากแพ หญิงชราจึงถูกวาฬลากลงธารน้ำแข็ง ทันใดนั้น หล่อนก็เปลี่ยนร่างกลายเป็นวาฬ เส้นผมที่ถักเป็นเปียยาวกลางหลังขมวดกลายเป็นงายาว และแม่เลี้ยงใจร้ายก็กลายเป็นนาร์วาลนับแต่นั้น
เช่นเดียวกับชาวอินูอิตที่ถือว่านาร์วาลเป็นญาติใกล้ชิด ชาวไวกิ้งที่อาศัยอยู่บนเกาะกรีนแลนด์และสแกนดิเนเวียในสมัยโบราณก็คุ้นเคยกับนาร์วาลเป็นอย่างดีเช่นกัน แม้แต่ชื่อของนาร์วาลก็มาจากภาษานอร์สโบราณ โดยคำว่า นาร์ (Nár) มีความหมายว่าซากศพ ซึ่งหมายถึงผิวสีน้ำเงินเทาที่ซีดเซียวเหมือนคนตายของวาฬชนิดนี้
ชาวไวกิ้งนิยมล่านาร์วาลเพื่อเนื้อและงา พวกเขานำงานาร์วาลที่ล่าได้ไปขายให้กับราชวงศ์และชนชั้นสูงในยุโรปภาคพื้นทวีป โดยอ้างว่างานาร์วาลคือเขาของยูนิคอร์นในตำนาน ชนชั้นสูงเชื่อว่างานาร์วาลสามารถขจัดพิษใดๆ ให้หมดไป รวมถึงทำให้ผู้ครอบครองหมดทุกข์โศกอีกต่างหาก พวกเขาจึงนิยมนำงานาร์วาลมาทำเป็นจอกรินเหล้าไวน์เพื่อชะล้างยาพิษที่ผสมในเครื่องดื่ม
ชาวไวกิ้งแลกเปลี่ยนงานาร์วาลกับทองคำ แม้แต่ราชินีเอลิซาเบธที่ 1 แห่งจักรวรรดิอังกฤษยังเคยได้รับของขวัญเป็นงานาร์วาลประดับเพชรนิลจินดาที่มีค่ากว่า 1 หมื่นปอนด์สเตอร์ลิงค์ ด้วยเหตุนี้การล่าและค้างานาร์วาลจึงเป็นที่แพร่หลาย ไม่ต่างจากงาช้างหรือเขี้ยววอร์รัสเลยทีเดียว
สถานการณ์ของนาร์วาลในปัจจุบันเป็นอย่างไร
การล่านาร์วาลของชาวอินูอิตและไวกิ้งตั้งแต่ยุคกลางเป็นต้นมาทำให้ประชากรนาร์วาลลดลงอย่างรวดเร็ว บวกกับอุณหภูมิน้ำทะเลที่สูงขึ้น นาร์วาลจึงอพยพย้ายถิ่นที่อยู่อาศัยมาอยู่แถบชายฝั่งมหาสมุทรอาร์ติกในประเทศกรีนแลนด์ แคนาดา และรัสเซีย
แม้ว่าในปัจจุบัน นาร์วาลจะไม่ได้ถูกล่าเพื่อเนื้อหรืองาอีกต่อไป แต่อุณหภูมิโลกที่สูงขึ้นเพราะภาวะโลกร้อนยังคงกระทบกับถิ่นที่อยู่และแหล่งอาหารของนาร์วาลอย่างต่อเนื่อง ในประเทศกรีนแลนด์เองก็มีการรณรงค์อนุรักษ์นาร์วาลเช่นกัน ควบคู่ไปกับการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่ให้ผู้มาเยือนสามารถล่องเรือเที่ยวชมธรรมชาติและเฝ้าดูพฤติกรรมน่ารักขี้เล่นของนาร์วาลที่ออกมาต้อนรับนักท่องเที่ยวอีกด้วย
หากใครต้องการมาเที่ยวกรีนแลนด์เพื่อสัมผัสประสบการณ์ที่หาได้ยากยิ่งกับเจ้านาร์วาล สัตว์ในตำนานแห่งท้องทะเลละก็ แนะนำให้ตรวจสอบข้อมูลก่อนมาสักนิด นาร์วาลส่วนมากอาศัยอยู่ที่ชายฝั่งตะวันตกของกรีนแลนด์ ใกล้กับเกาะดิสโก (Disko Island) ในอ่าวบัฟฟิน (Buffin Bay) รวมถึงที่ฟยอร์ดน้ำแข็งอิลูลิสซัท (Ilulissat Icefjord) ที่ถูกประกาศให้เป็นมรดกโลกโดยองค์กรยูเนสโก นักท่องเที่ยวสามารถล่องเรือเที่ยวชมภูเขาน้ำแข็งในมหาสมุทร พร้อมกับดูนาร์วาลเขายาวว่ายน้ำมาทักทายอย่างใกล้ชิด ฤดูกาลที่นาร์วาลปรากฏตัวชุกชุมที่สุดคือฤดูร้อน ระหว่างเดือนมิถุนายนถึงเดือนสิงหาคม หากใครต้องการชมนาร์วาลในอ่าวน้ำแข็งแล้วละก็ อย่าลืมพกกล้องส่องทางไกล แว่นกันแดด และกล้องถ่ายรูปเพื่อเก็บภาพความประทับใจ
จะเห็นได้ว่าปัจจุบัน วาฬนาร์วาล กลายเป็นสัตว์ที่ใกล้จะสูญพันธ์ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ถูกการไล่ล่าจากมนุษย์เหมือนเก่าก่อน แต่การที่โลกมีอุณหภูมิสูงขึ้นอันเกิดจากสภาวะโลกร้อน ทำให้แหล่งที่อยู่อาศัยและแหล่งอาหารของวาฬนาร์วาลถูกทำลายลงก็เปรียเสมือนการจำกัดจำนวนประชากรของเจ้ายูนิคอร์นแห่งท้องทะเลนั้นไปโดยปริยาย
************
เขียนโดย ดร กิฟท์นางมารพยากรณ์
เพื่อให้ผู้อ่านได้รับทั้งความรู้ แรงบันดาลใจ และแนวทางการใช้ชีวิตที่เท่าทันโลก
หนุ่ม 26 ขี่ จยย.กลับบ้านกลางดึก เสียหลักชนเกาะกลาง ร่างกระเด็นถูกรถกระบะชนดับ
เสือตกถังพลังเงินดี เผยแนวทางงวด 1 ต.ค. 69 มีเลข 8 และ 6 เป็นตัวหลัก
หนีอลม่าน! เหตุดอกไม้ไฟวันชาติเม็กซิโก พุ่งเข้าใส่ฝูงชน
อำเภอที่มีชื่ออำเภอสั้นที่สุด 3 อำเภอเท่านั้นในประเทศไทย
หมู่บ้านของไทยมีคนไม่ถึง 100 คน เปิดข้อมูลจริง บางแห่งเหลือไม่ถึง 10 คน
ผู้จัดเอเชียนเกมส์พลาด "เปิดเพลงชาติเกาหลีเหนือ แทนเพลงชาติเกาหลีใต้"
5 เทรนด์ธุรกิจสุขภาพปี 2026 ที่น่าจับตา
ไม่ยักรู้ว่า "แมลงปอบ้านไตรมิตรสีน้ำเงิน" ดีอย่างนี้เอง
โรงเรียนเพียงแห่งเดียวของประเทศไทย ที่อยู่มาตั้งแต่ยุครัชกาลที่ 4
ตาราง “เด่นเหนือเด่นใต้” งวด 1 ต.ค. 69 เปิดข้อมูลตามโพย เลขไหนอยู่ตรงไหน
อาจารย์หนู งวด 1 ต.ค. 69 เปิดเลขร้อยมาลัย เทียบชุดพญานาคนำโชค
โรงเรียนหญิงล้วนของรัฐบาล ที่เด็กอยากเข้าเรียนที่สุด
โรงเรียนเพียงแห่งเดียวของประเทศไทย ที่อยู่มาตั้งแต่ยุครัชกาลที่ 4
แร้งคอนดอร์แอนดีส (Andean Condor) จ้าวเวหาแห่งเทือกเขาแอนดีส กับอาวุธลับกรดมหาประลัยและจิตวิญญาณแห่งความตาย
"อาบัติ" กับ "ปาราชิก" ต่างกันอย่างไร? พระทำผิดแบบไหนต้องสึกทันที
กล้วยหอม vs กล้วยน้ำว้า ต่างกันอย่างไร? ...ทำไมประโยชน์ไม่เหมือนกัน?
ผาติกรรม: รอยต่อระหว่างวินัยสงฆ์ อาถรรพ์ความเชื่อ และบทเรียนจากวัดพุทไธศวรรย์


