หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

รอดชีวิตจากตาลีบัน เรื่องจริงของนักข่าว!

เขียนโดย jj000

ในโลกของนักข่าวสงคราม การรายงานความจริงมักต้องแลกด้วยความเสี่ยง แต่สำหรับ David Rohde นักข่าวรางวัลพูลิตเซอร์จาก The New York Times เหตุการณ์ในปี 2008 กลับกลายเป็นบททดสอบที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของเขา — การถูกลักพาตัวโดยกลุ่ม ตาลีบัน (Taliban) และการต่อสู้เพื่ออิสรภาพยาวนานกว่า 7 เดือน

 

ในเดือนพฤศจิกายน ปี 2008 Rohde พร้อมล่ามและคนขับรถ ได้เดินทางไปยังจังหวัดโลการ์ (Logar Province) ทางตะวันออกของอัฟกานิสถาน เพื่อสัมภาษณ์ผู้บัญชาการของตาลีบัน เขาคิดว่านี่คือโอกาสทองในการเข้าใจ “อีกมุมหนึ่งของสงคราม” แต่กลับกลายเป็นกับดัก

 

เมื่อถึงจุดนัดพบ พวกเขาถูกกลุ่มติดอาวุธควบคุมตัวไปทันที Rohde และเพื่อนร่วมทางถูกพาเดินทางผ่านภูเขาและชายแดน จนไปถึงพื้นที่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของ ปากีสถาน ซึ่งอยู่ภายใต้การควบคุมของตาลีบัน

 

ตลอดเวลาที่ถูกจับเป็นตัวประกัน เขาถูกบังคับให้อยู่ในบ้านเล็ก ๆ ที่มีกำแพงสูงรอบด้าน ถูกจับตาดูตลอด 24 ชั่วโมง Rohde พยายามรักษาความสงบของจิตใจโดยการสวดมนต์ เขียนบันทึกในความทรงจำ และสนทนากับผู้คุม เพื่อหาทางเข้าใจพวกเขา

 

เขาเล่าว่า “บางวันพวกเขาใจดี พูดคุยเรื่องศาสนา บางวันกลับโกรธเกรี้ยวและขู่จะฆ่าเรา” ความไม่แน่นอนนี้คือสิ่งที่กัดกินความหวังของเขาทุกวัน

 

หลังถูกกักตัวอยู่กว่า 7 เดือน Rohde และล่ามชาวอัฟกันชื่อ Tahir Ludin ตัดสินใจ หลบหนีในเวลากลางคืน ขณะที่ผู้คุมกำลังเผลอ ทั้งสองปีนข้ามกำแพงและวิ่งหนีไปในความมืด มุ่งหน้าไปยังฐานทัพของกองทัพปากีสถาน ซึ่งในที่สุดพวกเขาก็ได้รับความช่วยเหลือ

 

การหนีครั้งนั้นไม่เพียงแต่เป็นการกลับสู่เสรีภาพทางกาย แต่ยังเป็นการกลับมาของ “เสียงแห่งความจริง” ที่โลกเกือบสูญเสียไป

 

เมื่อกลับสู่สหรัฐฯ Rohde เขียนหนังสือชื่อ “A Rope and a Prayer: A Kidnapping from Two Sides” ร่วมกับภรรยา Kristen Mulvihill หนังสือเล่มนี้ถ่ายทอดทั้งมุมมองของผู้ถูกจับ และของคนที่รออยู่ข้างนอก — แสดงให้เห็นถึงพลังของความรัก ความหวัง และศรัทธาในมนุษย์

 

เขายังให้สัมภาษณ์ว่า ประสบการณ์ครั้งนั้นเปลี่ยนมุมมองของเขาต่อสงครามและมนุษยธรรมอย่างสิ้นเชิง “ผมได้เห็นทั้งความโหดร้ายและความกรุณาของมนุษย์ในเวลาเดียวกัน” เขากล่าว

 

เรื่องราวของ David Rohde ไม่ได้เป็นเพียงบันทึกของการเอาชีวิตรอด แต่ยังเป็นคำเตือนถึงพลังของความจริงและอิสรภาพในโลกที่เต็มไปด้วยความกลัว มันบอกเราว่า — แม้ในเงามืดที่สุดของสงคราม แสงแห่งความหวังยังคงมีอยู่เสมอ

แปลโดย: jj000
ที่มา: BBC
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
jj000's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 64 ครั้ง
เขียนโดย jj000
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
สสารมืดคืออะไร? ทำไมสิ่งที่มองไม่เห็นจึงสำคัญต่อจักรวาล5 มือถือสเปกดีแต่ไม่ค่อยได้รับความนิยมในประเทศไทยจังหวัดในประเทศไทย ที่ไม่มีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ตั้งอยู่เลยนอนดึกเป็นประจำ อาจกระทบมากกว่าความง่วงที่เห็นตอนเช้าต้อง Restart มือถือทุกวันไหม? คำตอบที่ผู้ใช้สมาร์ทโฟนควรรู้ค่าดองสาวลาวปัจจุบัน เรียกกันเท่าไหร่ ต้องเตรียมอะไรบ้างหวยลาว 30 มิถุนายน 2569รวมเลขเด่นในกระแสโซเชียล3 ปัจจัยหลักที่ทำให้ชาวฝรั่งเศสไม่นิยมติดตั้งเครื่องปรับอากาศสืบสวน สภ.ปลายพระยา ลุยกวาดล้างยาเสพติด รวบ 5 คดี จับผู้ต้องหา 5 รายรายได้ 10 สายการบินชั้นนำจังหวัดในไทยที่ชวนเข้าใจว่าติดทะเลรวมไอเดียตั้งชื่อสุนัขสุดกวน ฟังแล้วจำง่าย ไม่ซ้ำใครแน่นอน
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
4 สะพานที่แหวกแนวที่สุดในโลก
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
“หยดเลือดพิสูจน์สายเลือด” ในจีนโบราณ: เมื่อโลกยังไม่มี DNA Testรวมของขวัญยอดนิยมที่สนมชอบส่งไปเพื่อแซะกันแซลมอนสด อาหารยอดนิยมจากญี่ปุ่น ที่ครั้งหนึ่งคนญี่ปุ่นเคย "อี๋" มาก่อนงานวิจัย ม.เกียวโตเผย! ดมกลิ่นกุหลาบทุกวัน ช่วยลดความเสี่ยงสมองเสื่อม?
ตั้งกระทู้ใหม่