ขนมครก : เสน่ห์ขนมไทยโบราณที่ยังคงอยู่ในหัวใจคนไทย
ขนมครกเป็นหนึ่งในขนมไทยโบราณที่ยังคงมีเสน่ห์และมนต์ขลังจนไม่เคยเลือนหายไปจากวัฒนธรรมอาหารไทย ไม่ว่ากาลเวลาจะผ่านไปนานเพียงใด ขนมชนิดนี้ยังคงถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นสัญลักษณ์ของความเรียบง่าย ความผูกพัน และความพิถีพิถันในการทำอาหารของคนไทยมาแต่โบราณ ว่ากันว่าขนมครกนั้นมีรากเหง้ามาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา หลักฐานใน จดหมายเหตุคำให้การของขุนหลวงหาวัด ได้กล่าวถึงการทำขนมและอุปกรณ์ต่าง ๆ รวมถึงกระทะเตาขนมครก ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญในการหยอดแป้งลงไปในหลุมกลมเล็ก ๆ เพื่อทำให้ได้ชิ้นขนมที่สวยงามพอดีคำ
ด้วยความที่ประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรมซึ่งใช้ข้าวเป็นอาหารหลัก การทำขนมครกจึงเกิดจากการนำข้าวสารมาโม่เป็นแป้ง ผสมเข้ากับกะทิสดหอมมัน เติมรสหวานจากน้ำตาลและปรุงรสกลมกล่อมด้วยเกลือเล็กน้อย ส่วนผสมง่าย ๆ ที่หาได้จากครัวเรือนทั่วไปนี้ ได้หล่อหลอมให้ขนมครกกลายเป็นขนมหวานที่แพร่หลายและเข้าถึงทุกชนชั้น ไม่ว่าจะเป็นชาวบ้านที่ทำกินกันเองอย่างเรียบง่าย โดยหยอดแป้งโรยเพียงต้นหอมซอยเล็กน้อยเพื่อเพิ่มกลิ่นหอม ไปจนถึงชาววังที่ประณีตพิถีพิถัน พัฒนาให้ขนมครกกลายเป็นเมนูหรูหราที่โรยหน้าด้วยกุ้ง หมูสับ ไก่พะแนง หรือแม้แต่ไข่ เพื่อสร้างรสชาติใหม่ ๆ ที่ซับซ้อนและแปลกตา
ชื่อของขนมครกนั้นเองก็มีเรื่องเล่าที่น่าสนใจ บ้างก็ว่าได้มาจากลักษณะของกระทะที่มีหลุมคล้ายครกเล็ก ๆ ซึ่งใช้สำหรับหยอดแป้งลงไป แต่ก็มีตำนานเล่าขานกันอีกว่าสองฝาขนมครกที่ถูกแคะออกมาจากเตาแล้วนำมาประกบเข้าด้วยกันนั้นเปรียบเสมือนคู่รักที่ได้อยู่เคียงคู่กัน จึงเป็นที่มาของความเชื่อว่าขนมครกหมายถึง “ขนมคนรักกัน” ซึ่งช่วยเพิ่มเสน่ห์โรแมนติกเล็ก ๆ ให้กับขนมพื้นบ้านชนิดนี้
เมื่อมองไปในปัจจุบัน แม้โลกจะเปลี่ยนไปและรสนิยมการกินของผู้คนจะหลากหลายขึ้น แต่ขนมครกก็ยังคงครองใจผู้คนอย่างเหนียวแน่น ตลาดสดยามเช้า รถเข็นริมทาง หรือแม้แต่ร้านอาหารไทยในเมืองใหญ่ก็ยังคงมีกระทะขนมครกตั้งเรียงราย กลิ่นหอมของกะทิที่กำลังเดือดปุด ๆ บนเตาไฟและเสียงแคะขนมที่ดังเบา ๆ ยังคงดึงดูดให้ผู้คนเข้ามาซื้อหากันอย่างไม่ขาดสาย อีกทั้งยังมีการพัฒนาให้หลากหลายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นหน้าข้าวโพด เผือก ฟักทอง ลูกเกด หรือแม้แต่ชีสที่สะท้อนความคิดสร้างสรรค์ของคนรุ่นใหม่ บางแห่งยังมีการดัดแปลงเป็นเมนูคาว เพิ่มรสจัดจ้านให้แปลกใหม่และน่าลิ้มลอง
แม้จะถูกตีความและปรับเปลี่ยนไปตามยุคสมัย แต่สิ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนคือความเป็นเอกลักษณ์ของขนมครกที่หอมมันจากกะทิ เนื้อแป้งนุ่มละมุนตรงกลาง ตัดกับขอบกรอบบางรอบนอก ทุกคำที่กัดลงไปจึงเป็นทั้งรสชาติและความทรงจำที่ผูกพันกับวิถีชีวิตไทยมาตลอดหลายร้อยปี ขนมครกจึงไม่ได้เป็นเพียงของหวาน แต่เป็นเครื่องบอกเล่าถึงวัฒนธรรม ความรัก และความผูกพันของผู้คนที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น และยังคงอบอวลอยู่ในหัวใจของคนไทยอย่างไม่มีวันเลือนหาย
จังหวัดล่าสุดของประเทศไทยที่ถูกยุบเลิก (ในทางประวัติศาสตร์)
อำเภอพิเศษของประเทศไทย ที่ถูกประกาศจัดตั้งขึ้นพร้อมกัน
5 ยี่ห้อน้ำปลาร้าที่คนไทยนิยมมากที่สุด
7 ต้นไม้ปลูกต้นไม้ในแจกัน ปลูกในน้ำได้
เปิดแนวทางตัวเลข "อาจารย์เบียร์ คนตื่นธรรม" งวดวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569
"งูจงอาง" โผล่หน้ารถใช้เวลา 4 ชั่วโมง กว่าจะจับได้ คอหวยแห่ส่องเลขทะเบียนรถ
หนังผีไทยเรื่องแรก ที่ถูกส่งชื่อเพื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์
10 ประเทศในทวีปเอเชีย ที่มีกองกำลังทหารแข็งแกร่งมากที่สุด
แมวเพียงชนิดเดียวในประเทศไทย ที่ถูกขึ้นบัญชีให้เป็นสัตว์ป่าสงวน
5 ประเทศในเอเชียที่มีการบริโภค ข้าวเหนียว มากที่สุด
10 ไม้ประดับราคาแพงที่สุดในประเทศไทย
จุดจบรถ EV จีนราคาถูก กับ "ยุคทองของการช้อนซื้อของถูก"
เปิดเมนู "ปาชั่วท้อง" กินอย่างไรให้มีเงินเก็บ มีกินมีใช้ไม่ขาดมือ
เขมรประท้วงไทย ให้เลิกใช้คำว่า ตำไทย ให้ใช้ "ตำขอม" อ้าง เขมรคือต้นตำหรับส้มตำ
ย้อนวันวานก๋วยเตี๋ยวเรือบังมาลย์ อยุธยา พ.ศ.2523 ชามละ 4 บาท กลยุทธ์ชามเล็ก อร่อยเพลิน กินไม่รู้ตัว อิ่มจริง เงินยังอยู่
แนะนำร้านSushiในสาขาตลาดมีนบุรี
