ทำตามเป้าหมายไม่สำเร็จสักที แต่ถ้าอยากทำให้สำเร็จ ต้องปรับที่พฤติกรรม ไม่ใช่ปรับที่นิสัย
อริสโตเติล นักปรัชญากรีกโบราณเคยกล่าวเอาไว้ว่า “นิสัยของคนคือ ผลของพฤติกรรม”
ในมุมมองทางจิตเวชศาสตร์มองว่า ‘หากใช้เวลานานมากพอ อาจเปลี่ยนนิสัยได้ แต่การเปลี่ยนนิสัยไม่อาจทำได้เพียงชั่วข้ามคืน ดังนั้น การเปลี่ยนพฤติกรรมจึงง่ายกว่า’
‘การเปลี่ยนพฤติกรรมจะก่อให้เกิดแอ็กชันในการลงมือทำ ไม่ใช่การสะกดจิตตัวเองว่า ฉันจะเปลี่ยนนิสัยจากข้างใน’ หากทำพฤติกรรมดีอย่างต่อเนื่อง จะกลายเป็นนิสัยที่ดีในอนาคตได้ ดังนั้น หากอยากเปลี่ยนนิสัยบางอย่างให้ดีขึ้นกว่าเดิม ลองปรับมาเป็นการเปลี่ยนพฤติกรรมบางอย่างเพื่อให้ได้มาซึ่งนิสัยที่ดีกว่าเดิม เช่น อยากเปลี่ยนจากคนนิ่งเงียบ ดูเย็นชา เป็นคนที่น่าคบหามากขึ้น ก็ต้องปรับพฤติกรรมไม่ใช่ปรับที่นิสัย
ลิซ่า ลาฮีย์ ผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด พบสถิติที่บ่งบอกถึงความเป็นจริงอันน่าตกใจว่า ‘เมื่อแพทย์แจ้งผู้ป่วยโรคหัวใจว่า พวกเขาจะเสียชีวิตในไม่ช้า หากไม่ยอมเปลี่ยนพฤติกรรมและการใช้ชีวิต มีเพียง 1 ใน 7 เท่านั้นที่จะเปลี่ยนพฤติกรรมของตัวเองได้สำเร็จ’
จากงานศึกษาวิจัยตลอดช่วงเวลาหลายสิบปีที่ผ่านมาล้วนชี้ให้เห็นตรงกันว่า ‘มนุษย์เราเกิดมาพร้อมกับความดื้อรั้นต่อการเปลี่ยนแปลง แม้จะเป็นเรื่องของความเป็นความตายก็ตาม’ ลาฮีย์ต้องการให้ผู้คนเข้าใจว่าความดื้อรั้นเหล่านั้น จะทำลายเป้าหมายของเราได้อย่างไร เธอกล่าวว่า ‘คนเราเข้าใจผิดว่าการเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่างมันทำได้ง่ายและรวดเร็ว แต่ความจริงแล้วไม่ใช่เลย เราต้องให้เวลากับตัวเองมากกว่านี้’
แต่ไม่ใช่ว่าการเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นไม่ได้ ถ้าเราสามารถเอาชนะความรู้สึก ‘ช่างมันเถอะ ยังไงก็ทำไม่ได้ ออกไป เราจะทำมันได้อย่างแน่นอน’ ลาฮีย์ยกตัวอย่าง ถึงคนที่ไม่เคยมีความคิดว่า อยากเลือกกินอาหารที่ดี หรือ อยากออกกำลังกาย เมื่อคนคนนี้พบว่า ระบบเผาผลาญทำงานช้าลงตามอายุ ความคิดเรื่องการเปลี่ยนพฤติกรรมตัวเองจะเริ่มเข้ามาวนเวียนอยู่ในหัว หรือ ที่คนไทยเรียกกันว่า ‘ไม่เห็นโลงศพ ไม่หลั่งน้ำตา’
เพื่อให้การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นจริงและไปถึงเป้าหมาย ลาฮีย์ มีวิธีการแนะนำ ซึ่งทำได้ง่ายดายใน 4 ขั้นตอน
ขั้นตอนที่ 1 ตั้งเป้าหมายว่าอยากทำอะไร อยากพัฒนาตัวเองในทางไหน และ ต้องทำอย่างไรบ้างถึงจะสามารถทำได้สำเร็จ
ขั้นตอนที่ 2 มองกลับมาที่ตัวเองว่า ตอนนี้เรามีพฤติกรรมอะไรบ้างที่ทำให้เป้าหมายนั้นไม่สำเร็จเสียที ถึงจุดนี้เราจะเริ่มเข้าใจแล้วว่าปัญหาที่แท้จริงคืออะไร
ขั้นตอนที่ 3 ขุดค้นลงไปในใจตัวเองว่าเพราะอะไรกันแน่ เราถึงมีพฤติกรรมที่เป็นอุปสรรคกับเป้าหมายของตัวเอง
ขั้นตอนที่ 4 สารภาพความรู้สึกทั้งหมดในใจออกมาว่า เรารู้สึกอย่างไรกับเป้าหมายนี้ พฤติกรรมที่ทำให้เป้าหมายนี้สำเร็จสักที
ลาฮีย์กล่าวว่า ‘ด้วยวิธีนี้จะทำให้ผู้คนรู้สึกผิดหรือรู้สึกอับอายน้อยลง เมื่อทำตามเป้าหมายที่เคยวางไว้ไม่สำเร็จ พวกเขาไม่ได้เป็นคนขี้เกียจอย่างที่เข้าใจผิดไป เพียงแค่แก้ปัญหาไม่ถูกจุดเท่านั้นเอง เมื่อเข้าใจตัวเองแล้ว ได้รับวิธีแก้ไขปัญหาที่ตรงจุดแล้ว อะไรก็เป็นไปได้’
อ้างอิงจาก: https://thestandard.co/new-years-resolution/
https://thestandard.co/pop-tip-231265/
จังหวัดล่าสุดของประเทศไทยที่ถูกยุบเลิก (ในทางประวัติศาสตร์)
10 ประเทศในทวีปเอเชีย ที่มีกองกำลังทหารแข็งแกร่งมากที่สุด
แมวเพียงชนิดเดียวในประเทศไทย ที่ถูกขึ้นบัญชีให้เป็นสัตว์ป่าสงวน
เปิดแนวทางตัวเลข "อาจารย์เบียร์ คนตื่นธรรม" งวดวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569
อำเภอพิเศษของประเทศไทย ที่ถูกประกาศจัดตั้งขึ้นพร้อมกัน
แฝดสยาม อิน-จัน จาก 'ตัวประหลาด' สู่ 'เศรษฐีที่ดิน' ในอเมริกา
จังหวัดไหนในไทย มีโรงแรมมากที่สุด
5 ประเทศในเอเชียที่มีการบริโภค ข้าวเหนียว มากที่สุด
10 ไม้ประดับราคาแพงที่สุดในประเทศไทย
5 ยี่ห้อน้ำปลาร้าที่คนไทยนิยมมากที่สุด
"งูจงอาง" โผล่หน้ารถใช้เวลา 4 ชั่วโมง กว่าจะจับได้ คอหวยแห่ส่องเลขทะเบียนรถ
ฟ้าผ่าท้องถิ่นขอนแก่น! กกต. แจกใบแดง “สจ.ภู” พรรคประชาชน ปมแจกเสื้อ-จัดเลี้ยง สั่งเลือกตั้งใหม่เขต 1 เมือง
นกที่เชื่อว่าสูญพันธุ์ไปแล้ว แต่กลับถูกค้นพบอีกครั้งในภายหลัง









