ปลาอะราไพม่า หรือที่นิยมเรียกกันในภาษาไทยว่า ปลาช่อนยักษ์อเมซอน arapaima
ปลาอะราไพม่า (Arapaima) หรือที่คนไทยมักเรียกกันว่า ปลาช่อนยักษ์อเมซอน เป็นหนึ่งในปลาน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในโลก และถือเป็นสัญลักษณ์แห่งลุ่มน้ำแอมะซอน ด้วยรูปร่างที่สง่างามและขนาดมหึมา จึงมักถูกกล่าวถึงอยู่เสมอทั้งในมิติของความยิ่งใหญ่และความน่าเกรงขาม
ปลาชนิดนี้มีรูปร่างคล้ายปลาช่อนบ้านเรา (Channa striata) แต่แตกต่างอย่างชัดเจนในเรื่องขนาดและสีสัน เกล็ดของมันใหญ่และแข็งแรง มีสีดำมันเงา แซมด้วยแถบสีแดงส้มหรือสีบานเย็นที่ปลายหางและครีบ ทำให้ดูโดดเด่นท่ามกลางผืนน้ำอเมซอน ขณะที่ยังเล็ก ลำตัวจะมีสีเขียวเข้มค่อนไปทางดำ รูปร่างออกทรงกระบอก แต่เมื่อโตเต็มที่ สีแดงและชมพูจะค่อย ๆ กระจายทั่วลำตัว จนกลายเป็นปลาที่มีสีสันงดงามและดุดันในเวลาเดียวกัน
สิ่งที่ทำให้ปลาอะราไพม่าพิเศษยิ่งขึ้นคือความแข็งแกร่ง ส่วนหัวของมันหนาและหนักมาก ใช้เป็นอาวุธสำคัญในการป้องกันตัว โดยสามารถพุ่งชนหรือกระโดดใส่ศัตรูได้อย่างรุนแรง เมื่อตกใจหรือถูกคุกคาม การเคลื่อนไหวที่ทรงพลังนี้ทำให้มันรอดพ้นจากนักล่ามาได้หลายครั้งในธรรมชาติ
แม้จะไม่มีหนวดเหมือนปลาน้ำจืดชนิดอื่น ๆ ในวงศ์เดียวกัน แต่อะราไพม่ากลับมีความสามารถพิเศษตรงที่การเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว ภายในเวลาเพียง 1–2 ปี น้ำหนักของมันสามารถเพิ่มขึ้นหลายเท่า จนกลายเป็นสัตว์น้ำเศรษฐกิจที่มีคุณค่าในบางท้องถิ่น ข้อมูลการบันทึกสถิติระบุว่า ปลาอะราไพม่าที่โตเต็มวัยอาจยาวได้ถึง 4.5 เมตร และมีน้ำหนักมากกว่า 400 กิโลกรัมเลยทีเดียว
บ้านเกิดของมันอยู่ในแม่น้ำแอมะซอนและลุ่มน้ำสาขาในทวีปอเมริกาใต้ ชาวพื้นเมืองรู้จักและใช้ประโยชน์จากมันมาช้านาน โดยมีชื่อเรียกแตกต่างกันไป เช่น "ปีรารูกู" (Pirarucu) หรือ "ไปเช" (Paiche) พวกเขาจับมาเป็นอาหารทั้งเนื้อสดและเนื้ออบแห้ง และในปัจจุบันก็มีการเพาะเลี้ยงเพื่อการบริโภคเชิงเศรษฐกิจในหลายพื้นที่
อาหารหลักของปลาอะราไพม่าคือปลาและสัตว์น้ำขนาดเล็ก ซึ่งมันใช้ลิ้นที่แข็งเป็นกระดูกบดอาหารกับเพดานปาก แต่สิ่งที่น่าทึ่งคือ ความสามารถในการกระโดดขึ้นเหนือน้ำเพื่อจับเหยื่อที่อยู่บนบก ไม่ว่าจะเป็นนก สุนัข หรือแม้กระทั่งลิงขนาดเล็ก เหยื่อเหล่านี้ล้วนตกเป็นอาหารของนักล่ามหึมาจากอเมซอน
ปลาอะราไพม่าไม่เพียงแต่สะท้อนถึงความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าและแม่น้ำแอมะซอน หากยังเป็นหลักฐานยืนยันถึงวิวัฒนาการอันน่าทึ่งของปลาน้ำจืดขนาดยักษ์สายพันธุ์หนึ่ง ที่ผสานทั้งความงดงาม ความแข็งแรง และความน่าเกรงขามไว้ในร่างเดียวอย่างสมบูรณ์แบบ.
จังหวัดที่มีรายได้น้อยที่สุด เป็นอันดับที่หนึ่งในประเทศไทย
ประเทศในทวีปเอเชีย ที่มีทุนสำรองระหว่างประเทศมากที่สุด
นักร้องชาวไทยคนแรก ที่มีผลงานเพลงติดชาร์ตในสหรัฐอเมริกา
วิธีซักถุงเท้าให้ขาวสะอาด: ควรซักด้านนอกหรือกลับด้าน? ผู้เชี่ยวชาญญี่ปุ่นมีคำตอบ
ตำนานที่ถูกจองจำด้วยศรัทธา: ชะตากรรม "แฝดลิ้นดำ" จากผู้นำกองทัพสู่บาดแผลที่ไม่มีวันหาย
กษัตริย์หลุยส์ที่ 14 อาบน้ำ 3 ครั้งในชีวิต
งานก่อสร้างลานจอดรถ นำไปสู่การค้นพบฟอสซิลไดโนเสาร์ครั้งประวัติศาสตร์
ระทึก! เพลิงไหม้กระบะวอดทั้งคันหน้า รพ.เกษมราษฎร์ บางแค โชคดีไร้ผู้บาดเจ็บ
สิงคโปร์โมเดล! เปลี่ยนอาหารเหลือทิ้งจากโรงแรม เป็นมื้อฟรีในตู้ล็อกเกอร์อัจฉริยะ
ทัวร์ฮาร์บินนรก ไม่จ่ายค่า รร. ทิ้งลูกทัวร์ เสียหายกว่า 7 แสน
เคล็ดลับกินหัวไชเท้าให้ได้สารต้านมะเร็งสูงสุด: มากกว่าแค่เมนูต้มจืดที่คุ้นเคย
"ฮุนเซน" ฝาก "เตีย บันห์" บอก "ไทย"..ให้เชื่อใจเขมร จะไม่เป็นเหมือนเดิมแล้ว!
สิงคโปร์โมเดล! เปลี่ยนอาหารเหลือทิ้งจากโรงแรม เป็นมื้อฟรีในตู้ล็อกเกอร์อัจฉริยะ
ยอดเขาชื่อดังระดับโลก ที่ถือว่าอันตรายมากที่สุดสำหรับนักปีนเขา
"ฮุนเซน" ฝาก "เตีย บันห์" บอก "ไทย"..ให้เชื่อใจเขมร จะไม่เป็นเหมือนเดิมแล้ว!
ระทึก! เพลิงไหม้กระบะวอดทั้งคันหน้า รพ.เกษมราษฎร์ บางแค โชคดีไร้ผู้บาดเจ็บ
หลายคนไม่รู้! Google ใช้เป็นเครื่องคิดเลขได้ แค่พิมพ์เลขแล้วกดค้นหา
เคล็ดลับกินหัวไชเท้าให้ได้สารต้านมะเร็งสูงสุด: มากกว่าแค่เมนูต้มจืดที่คุ้นเคย
รู้หรือไม่..."อูฐ" ไม่ได้เป็นสัตว์พาหนะหลักหรือสัตว์เศรษฐกิจในช่วงยุคทองของฟาโรห์
เพื่อนๆรู้หรือไม่ว่า...ลายบนหูของ "เสือโคร่งมี" ไว้เพื่ออะไร ?
นี่คือภาพของโครงกระดูกของปลาปักเป้า "ชุดเกราะ" และ "กลไกการพองตัว" ที่ไม่มีใครเหมือน
"ระบบสหกรณ์ในโลกของสัตว์ปีก" ความสามัคคีอันยิ่งใหญ่ของ "นกหัวขวานนักสะสมลูกโอ๊ก"เพื่อแบ่งปันกันกิน
