เมืองไทย…สวรรค์ หรือ กับดักเงียบ เรื่องจริงจากชายต่างชาติที่มาเริ่มต้นชีวิตใหม่
วันนี้ผมมีเรื่องเล่าแบบได้คิดหนัก ๆ มาฝาก เรื่องของ “โจ” ชายหนุ่มต่างชาติอายุ 24 ปี ที่ตัดสินใจบินข้ามโลกมาเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ประเทศไทยในปี 2022 ตอนนั้นเขามีแต่ความฝันเต็มหัว ได้แรงบันดาลใจจากคลิปบนยูทูบที่มีแต่ภาพหาดทรายสวย อาหารอร่อย รอยยิ้มผู้คน ทุกอย่างดูง่าย ๆ สบาย ๆ เหมือนเมืองไทยคือ “สวรรค์ของนักเดินทาง”
แต่พอมาอยู่จริง…เขากลับเจออีกด้านที่หลายคนไม่เคยพูดถึง
ฝันสีชมพูที่เจอความจริงสีเทา
ตอนโจเล่า เขาบอกว่าแรก ๆ ทุกอย่างมันดีจริงครับ อยากกินอะไรก็มี อยากเที่ยวก็มีคนชวน ไปปาร์ตี้ ไปเดท ไปใช้ชีวิตกลางคืนได้ตลอดเวลา เมืองไทยไม่เคยขัดขวางใครเลย
ฟังดูโคตรฟินใช่มั้ยครับ?
แต่พออยู่ไปนาน ๆ เขาก็เริ่มเห็นว่า “อิสระที่มากเกินไป” มันก็เหมือนดาบสองคม คนที่ไม่มีวินัยพอจะถูกกลืนหายไปในวงจรชีวิตแบบวันต่อวันง่ายมาก หลายคนตั้งใจมาทำงาน ตั้งใจสร้างอนาคต แต่สุดท้ายติดแสงสี ความสบาย ความสนุก และกลายเป็น “พรุ่งนี้ค่อยเริ่มใหม่” ไปเรื่อย ๆ จนชีวิตพังไม่รู้ตัว
เมืองไทยไม่ผิด แต่คนไม่พร้อมอาจจะพังเอง
โจพูดตรง ๆ ว่า เมืองไทยเป็นที่เปิดกว้างจริงครับ คุณจะเป็นใครก็ได้ ทำอะไรก็ได้ เมืองไทยไม่ตัดสินคุณด้วยซ้ำ แต่สิ่งที่หลายคนมองข้ามก็คือ…เสรีภาพนี่แหละที่เป็นกับดัก
เขายกตัวอย่างว่าเพื่อนฝรั่งบางคนมาพร้อมแผนงานชัดเจน มีทุนจากครอบครัวด้วย แต่ภายในปีเดียวก็หลุดไปกับวงจรปาร์ตี้ ความสัมพันธ์ที่วุ่นวาย แล้วสุดท้ายก็ต้องบินกลับบ้านพร้อมปัญหาเต็มมือ
โจเลยเปรียบเมืองไทยเหมือน “ทะเลสวย” ที่ทั้งกว้างและลึก ถ้าคุณว่ายน้ำแข็ง คุณจะเห็นความงดงามทั้งหมด แต่ถ้าแค่เดินเล่นริมน้ำแล้วเผลอหลุดออกไปโดยไม่มีหลักยึด มันก็พร้อมจะกลืนคุณได้เหมือนกัน
ความสบายก็มีราคาที่ต้องจ่าย
ประโยคที่โจพูดแล้วผมจำขึ้นใจเลยคือ
“เมืองไทยไม่ใช่ที่สำหรับทุกคน และไม่ใช่เพราะเมืองไทยไม่ดี แต่เพราะบางคนยังไม่รู้ว่าความสบายก็มีราคาที่ต้องจ่าย”
ราคาที่ว่า คือการที่คุณต้องมีวินัย ควบคุมใจตัวเองให้ได้ ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักหยุด สุดท้ายก็เสียทั้งเงิน เสียทั้งเวลา เสียทั้งอนาคตไปกับชีวิตที่เหมือนวันหยุดยาวไม่มีวันสิ้นสุด
เสียงสะท้อนจากคนที่มาอยู่จริง
หลังจากคลิปของโจถูกเผยแพร่ ก็มีคอมเมนต์จากชาวต่างชาติเพียบเลยครับ แต่ละเสียงนี่โคตรจริง
-
บางคนบอกว่า “ถ้าคุณไม่มีวินัยที่บ้านเกิด คุณก็ไม่มีที่นี่เหมือนกัน”
-
บางคนบอกว่า “เมืองไทยคือสวนสนุก แต่คุณต้องรู้ว่าเล่นอะไร และจะออกจากเครื่องเล่นเมื่อไหร่ ไม่งั้นก็จะวนไม่จบ”
-
อีกคนบอกว่า “ผมอยู่ไทยได้เพราะไม่ดื่ม ไม่เที่ยวกลางคืน อยู่กับแฟนคนไทย ใช้ชีวิตเรียบง่าย ผมรู้ว่าตัวเองต้องการอะไร”
-
มีฝรั่งคนหนึ่งบอกตรง ๆ ว่า “ผมไม่ได้ล้มเหลวเพราะเมืองไทย ผมล้มเหลวเพราะผมไม่พร้อมจะรับผิดชอบกับเสรีภาพของตัวเอง”
อ่านแล้วสะอึกเลยครับ เพราะมันจริงสุด ๆ
เมืองไทย = กระจกสะท้อนตัวเอง
สิ่งที่ผมได้จากเรื่องนี้ก็คือ เมืองไทยไม่ได้ทำให้ใครดีขึ้นหรือแย่ลงหรอกครับ แต่มันเหมือน “กระจก” ที่สะท้อนตัวคุณชัดขึ้นมากกว่า
-
ถ้าคุณมีเป้าหมาย มีวินัย เมืองไทยจะให้คุณใช้ชีวิตได้อย่างอิสระและมีความสุขจริง ๆ
-
แต่ถ้าคุณหลงง่าย ไม่มีหลักในใจ เมืองไทยก็จะเร่งให้คุณเจ๊งเร็วขึ้น
พูดง่าย ๆ ก็คือ เมืองไทยเป็นเวทีที่ใหญ่มาก แต่คุณจะเล่นบทไหน ก็อยู่ที่คุณเลือกเอง
ฟังแล้วได้อะไร
ส่วนตัวผมมองว่า เรื่องของโจเป็นเหมือน “คำเตือน” สำหรับทั้งชาวต่างชาติและแม้แต่คนไทยเราเองด้วยนะครับ เพราะบางทีเราก็ใช้ชีวิตแบบวันต่อวัน ปล่อยไปเรื่อย ๆ จนลืมว่าจริง ๆ เราต้องการอะไร
และที่น่าคิดคือ…บางครั้งสิ่งที่ทำให้เราพัง ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตหรอกครับ แต่มันคือ “เสรีภาพเล็ก ๆ” ที่เราไม่เคยปฏิเสธมันได้เลย
ผมอยากถามเพื่อน ๆ ว่า…
ถ้าอยู่ในที่ที่ให้อิสระเต็มที่แบบเมืองไทย คุณคิดว่าตัวเองจะเอาอยู่มั้ยครับ? จะเลือกเส้นทางชีวิตยังไงไม่ให้หลุดไปกับความสบายตรงหน้า
ราคาทอง 30 เม.ย. 69 พุ่งแรง คนถือทองเช็กจังหวะก่อนขาย
10นามสกุลที่นำมาใช้จากชื่ออำเภอมากที่สุด
😁 ชวนเข้ามาดูเคล็ดลับในครัวง่าย ๆ ที่คนส่วนน้อยรู้ ซึ่งมีประโยชน์อย่างเหลือเชื่อ 😉
7 ข้อผิดพลาดในการใช้แอร์ที่ทำให้ค่าไฟสูงกว่าที่ควร
ชุมชนคนไทยในเมืองนอก ที่มีขนาดใหญ่และมีคนไทยอยู่มากที่สุด
ประเทศที่นอนน้อยที่สุด
ชื่อจริงคนไทยซ้ำมากแค่ไหน สมชายยังนำอันดับ 1 เกือบ 5 แสนคน
ประเทศที่ "เงินเดือนวิศวกร" สูงที่สุดในโลก
ประเทศที่แบนราบที่สุด พื้นที่อยู่ต่ำติดน้ำทะลมากที่สุดในโลก


