วันนี้ 17/09/68 เป็นวันที่สยามประกาศใช้ "เงินเหรียญบาท" เมื่อปี พ.ศ. 2403
ก่อนที่สังคมไทยจะรู้จักธนบัตรและเหรียญที่คุ้นตาเช่นทุกวันนี้ การแลกเปลี่ยนในระบบเศรษฐกิจบ้านเราอาศัยวัตถุหลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นหอยเบี้ยที่ใช้เป็นเงินปลีกในธุรกิจขนาดเล็ก ดินเผาที่มีตราประทับ หรือแม้แต่ “ปี้” จากบ่อนการพนัน ต่อมา “เงินพดด้วง” กลายมาเป็นเงินตราหลักที่สะท้อนอัตลักษณ์ทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมของสยามมาอย่างยาวนาน
เงินพดด้วงนั้นมีต้นกำเนิดตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัย โดยใช้แท่งเงินทุบปลายให้งอเข้าหากัน แล้วประทับตราของแผ่นดิน รูปทรงกลมคล้ายตัวด้วงทำให้ได้ชื่อว่า “พดด้วง” และกลายเป็นเงินตราที่ไม่เหมือนชาติใดในโลก ตราที่ประทับมีความหมายสูงส่ง เช่น วัว ควาย กระต่าย หอยสังข์ หรือราชสีห์ ต่อมาเมื่อเข้าสู่ยุคกรุงศรีอยุธยาและกรุงธนบุรี รูปแบบของพดด้วงยังคงใช้ต่อ เพียงแต่เปลี่ยนตราประทับไปตามรัชสมัย เช่น ตราจักร ตราช้าง ตราครุฑ หรือเครื่องหมายประจำพระมหากษัตริย์ในแต่ละยุคสมัย
เข้าสู่กรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น เงินพดด้วงยังคงเป็นหลักสำคัญทางเศรษฐกิจ โดยมีการประทับตราประจำรัชกาล อาทิ รัชกาลที่ 1 ใช้ตราบัวอุณาโลม รัชกาลที่ 2 ใช้ตราครุฑ รัชกาลที่ 3 ใช้ตราปราสาท และในรัชกาลที่ 4 ใช้ตรามงกุฎ ทว่าบริบทของโลกกำลังเปลี่ยนแปลง สยามเปิดประเทศทำการค้ากับชาติตะวันตกภายหลังสนธิสัญญาเบาริ่ง การค้าขยายตัวอย่างรวดเร็ว พ่อค้าต่างประเทศนำเงินเหรียญของตนมาแลกเงินพดด้วงเพื่อใช้ซื้อขายกับประชาชน แต่เพราะเงินพดด้วงผลิตด้วยมือ ทำให้ไม่ทันต่อความต้องการ เกิดปัญหาความไม่สะดวกในการค้าระหว่างประเทศ
พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 จึงทรงเล็งเห็นความจำเป็นในการปรับเปลี่ยนระบบเงินตราให้ทันสมัย ทรงมีพระราชดำริจัดทำ “เงินเหรียญ” ด้วยเครื่องจักรตามแบบสากล ใน พ.ศ. 2400 เมื่อคณะทูตไทยเดินทางไปเจริญสัมพันธไมตรีกับราชสำนักอังกฤษ สมเด็จพระนางเจ้าวิคตอเรียได้พระราชทานเครื่องทำเหรียญขนาดเล็กเข้ามาถวายเป็นราชบรรณาการ พระองค์จึงโปรดเกล้าฯ ให้ทดลองผลิต “เหรียญเงินบรรณาการ” ซึ่งนับเป็นเหรียญกษาปณ์ที่ผลิตด้วยเครื่องจักรเป็นครั้งแรกของไทย
ต่อมาในปี พ.ศ. 2401 คณะทูตไทยได้สั่งซื้อเครื่องจักรทำเหรียญจากประเทศอังกฤษเข้ามา และโปรดเกล้าฯ ให้ตั้ง “โรงกระสาปน์สิทธิการ” ขึ้นที่หน้าพระคลังมหาสมบัติ ในพระบรมมหาราชวัง เพื่อใช้เป็นสถานที่ผลิตเหรียญกษาปณ์ของแผ่นดิน ถือเป็นการปฏิวัติระบบเงินตราครั้งสำคัญ เพราะประเทศไทยได้เริ่มใช้เหรียญกษาปณ์ตามมาตรฐานสากลเป็นครั้งแรก แม้จะไม่ได้ประกาศเลิกใช้เงินพดด้วงทันที แต่ก็หยุดผลิตเพิ่มเติม
เหรียญกษาปณ์รุ่นแรกที่ออกใช้เมื่อวันที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2403 มีทั้งเหรียญเงินและเหรียญทอง โดยด้านหน้าเป็นรูปพระมหามงกุฎ มีฉัตรประกบทั้งสองข้าง ส่วนด้านหลังเป็นรูปช้างอยู่กลางพระแสงจักร เหรียญเงินชนิดราคา 1 บาท มีน้ำหนัก 15.33 กรัม เส้นผ่าศูนย์กลาง 31 มิลลิเมตร นอกจากนี้ยังมีเหรียญกึ่งบาท สลึง เฟื้อง กึ่งเฟื้อง และเหรียญทองพัดดึงส์
นับจากวันนั้น เหรียญกษาปณ์กลายเป็นรากฐานของระบบเงินตราไทยที่เชื่อมโยงกับเศรษฐกิจโลก สะท้อนพระปรีชาสามารถและสายพระเนตรอันยาวไกลของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ทรงนำพาสยามเข้าสู่ความเป็นสากลอย่างมั่นคง
เขียนโดย dukedick
เขียนนิยายแฟนตาซีสนุกๆด้วย ในนามปากกา เหมียวกุ่ย หาอ่านได้ที่ Meb Market และ ReadAwrite ครับ ค้นหาด้วย นามปากกาได้เลยครับ หรือค้นหาใน Google ก็ได้ครับ ^_^
อำเภอที่มีชื่อเหมือนชื่อจังหวัด เพียงหนึ่งเดียวในประเทศไทย
มหาทักษา 1 ต.ค. 69 เทียบโพยหวยใน PostJung เลขไหนตรงกันบ้าง
ไขมันออกจากร่างกายอย่างไรเมื่อลดน้ำหนัก
ความเหงากับความสันโดษต่างกันตรงไหน
AI ไล่สถิติหวยย้อนหลัง 20 ปี งวด 1 ต.ค. 69 จับตาเลขท้าย 2 ตัว
เลขม้าสีหมอก 1/10/69 เปิดเลขเด่นบน-ล่าง พร้อมชุด 2 ตัว งวด 1 ตุลาคม 2569
จังหวัดใดขายบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมากที่สุดในไทย
เลขปฏิทินคำชะโนด 1 ต.ค. 69 เปิดเลขเด่น 9-5 ก่อนแตกชุด 2 ตัวและ 3 ตัว
โรงเรียนที่มีนักเรียนมากที่สุดในไทย
ทำไมปลอกปากกาลูกลื่นบางด้ามมีรูตรงปลาย
ทำไมนาฬิกาเดินจึงเด่นขึ้นตอนกลางคืน
จุดดำรอบกระจกรถยนต์ทำหน้าที่อะไร
มหาวิทยาลัยที่คนลาวชอบที่สุด และนิยมเข้าเรียนมากที่สุดในไทย
ลูกแรดเกิดมาไม่มีนอจริงไหม? แล้วนอของมันเริ่มพัฒนาตอนไหน
ทำไมนาฬิกาเดินจึงเด่นขึ้นตอนกลางคืน
ทำไมเส้นเลือดใต้ผิวจึงดูเขียวหรือฟ้า
อำเภอที่มีชื่อเหมือนชื่อจังหวัด เพียงหนึ่งเดียวในประเทศไทย



