ปวดหัวไม่หายเกิดจากอะไร? รู้เท่าทันสาเหตุและอาการ
หลายคนมักเคยประสบกับอาการปวดหัวที่รบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน แต่สำหรับบางคน อาการปวดหัวไม่หายกลายเป็นปัญหาที่เรื้อรังและส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตอย่างมาก เมื่อกินยาแก้ปวดแล้วอาการไม่ดีขึ้น หรือปวดหัวหลายวันไม่หาย ก็ทำให้เกิดความกังวลว่าอาจมีสาเหตุร้ายแรงแอบแฝงอยู่
บทความนี้จะพาไปทำความรู้จักกับอาการปวดหัวเรื้อรัง สาเหตุที่ทำให้ปวดหัวไม่หายสักที วิธีการรักษา และการป้องกันที่มีประสิทธิภาพ เพื่อให้กลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขโดยไม่ต้องทนปวดหัวอีกต่อไป
ปวดหัวปวดหัวไม่หายบ่งบอกถืงความผิดปกติใด?
อาการปวดหัวไม่หายเป็นสัญญาณเตือนที่ร่างกายพยายามสื่อสารว่ามีบางอย่างผิดปกติ โดยทั่วไปแล้ว อาการปวดหัวมักจะเกิดขึ้นเป็นครั้งคราวและหายไปเมื่อได้รับการรักษาหรือพักผ่อนเพียงพอ แต่เมื่อปวดหัวตลอดเวลา ไม่มีไข้ หรือปวดหัวกินยาไม่หาย นั่นอาจบ่งบอกถึงภาวะที่ควรได้รับการตรวจวินิจฉัยจากแพทย์
อาการปวดหัวที่เรื้อรังสามารถบ่งบอกถึงหลายสิ่ง ตั้งแต่ความเครียดสะสม ปัญหาการนอนหลับ ไปจนถึงโรคที่ร้ายแรงบางประเภท เมื่อคุณปวดหัวไม่หายติดต่อกันเกิน 15 วันต่อเดือน และเป็นเช่นนี้นานกว่า 3 เดือน แพทย์จะวินิจฉัยว่าคุณมีภาวะปวดหัวเรื้อรัง ซึ่งต้องได้รับการดูแลรักษาอย่างต่อเนื่อง
หากคุณมีอาการปวดหัวหนักมากจนรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน มีอาการร่วมอื่นๆ เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ตาพร่ามัว หรือปวดหัวรุนแรงเมื่อตื่นนอนตอนเช้า นี่อาจเป็นสัญญาณเตือนว่าคุณควรพบแพทย์โดยเร็วที่สุด เพราะบางครั้งปวดหัวไม่หาย เกิดจากอะไรที่ซับซ้อนกว่าที่คิด และอาจต้องการการรักษาเฉพาะทาง
ปวดหัวไม่หายสาเหตุเกิดจากอะไร?
ปวดหัวไม่หายอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ ดังนี้
- ภาวะไมเกรน - อาการปวดหัวไม่หายข้างเดียวที่มักมาพร้อมกับความรู้สึกคลื่นไส้ อาเจียน และความไวต่อแสงหรือเสียง
- ภาวะปวดหัวจากความตึงเครียด (Tension Headache) - ลักษณะอาการคือปวดตึงบริเวณขมับหรือท้ายทอย เหมือนมีแรงกดรอบศีรษะ มักเกิดจากความเครียดสะสม การใช้สายตามากเกินไป หรือท่าทางการทำงานที่ไม่เหมาะสม จนเกิดการตึงตัวของกล้ามเนื้อบริเวณไหล่และต้นคอ
- โรคไซนัสอักเสบ - มักมีอาการปวดบริเวณหน้าผาก โหนกแก้ม หรือสันจมูก ร่วมกับมีน้ำมูก คัดจมูก หรือมีอาการไอ โดยเฉพาะในช่วงเปลี่ยนฤดูหรือมีภูมิแพ้
- ภาวะขาดน้ำ - การดื่มน้ำไม่เพียงพอเป็นสาเหตุที่พบบ่อยของอาการปวดหัวหลายวันไม่หาย เพราะเมื่อร่างกายขาดน้ำ สมองจะหดตัวและดึงรั้งเยื่อหุ้มสมอง ทำให้เกิดอาการปวดหัวได้
- การพักผ่อนไม่เพียงพอ - การนอนหลับน้อยเกินไปหรือนอนไม่มีคุณภาพ ทำให้เกิดอาการปวดหัวและปวดศีรษะเรื้อรังได้ โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาโรคนอนกรน หรือภาวะหยุดหายใจขณะหลับ
- การใช้ยาแก้ปวดมากเกินไป - ทำให้เกิดภาวะปวดหัวจากการใช้ยาเกิน (Medication Overuse Headache) เมื่อใช้ยาแก้ปวดเป็นประจำติดต่อกันเป็นเวลานาน จนร่างกายเกิดการดื้อยา
- ภาวะร้ายแรง - ในกรณีที่มีอาการปวดหัวหนักมากผิดปกติ เช่น ปวดหัวทันทีอย่างรุนแรง มีอาการอ่อนแรงครึ่งซีก พูดไม่ชัด หรือมีอาการชักร่วมด้วย อาจบ่งชี้ถึงโรคร้ายแรง เช่น เส้นเลือดในสมองแตก เนื้องอกในสมอง หรือโรคหลอดเลือดสมองตีบ ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน
วิธีรักษาอาการปวดหัวไม่หาย
การรักษาอาการปวดหัวที่ไม่หายขาดมีหลายวิธี ทั้งการรักษาโดยไม่ใช้ยาและการรักษาด้วยยา ยกตัวอย่างเช่น
การรักษาโดยไม่ใช้ยา
- การพักผ่อนให้เพียงพอ - ควรนอนหลับอย่างน้อย 7-8 ชั่วโมงต่อคืน
- การจัดการความเครียด - ใช้เทคนิคผ่อนคลายความเครียด เช่น การทำสมาธิ การหายใจลึกๆ โยคะ หรือการนวด
- การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน - รับประทานอาหารให้ตรงเวลาและไม่งดอาหาร การหลีกเลี่ยงอาหารที่กระตุ้นอาการ เช่น เหล้า ไวน์แดง ช็อกโกแลต ชีส เนื้อหมักดอง และอาหารที่มีสารกันบูดหรือผงชูรส
- การประคบเย็นหรือร้อน - การประคบเย็นที่ขมับหรือหน้าผากสามารถช่วยบรรเทาอาการปวดหัวไม่หาย โดยเฉพาะอาการไมเกรน
- การปรับท่าทางและสภาพแวดล้อมการทำงาน - จัดโต๊ะทำงานและจอคอมพิวเตอร์ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม
การรักษาด้วยยา
- ยาแก้ปวดที่ไม่ต้องใช้ใบสั่งแพทย์ - ยาพาราเซตามอลหรือยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) เช่น ไอบูโพรเฟน สามารถช่วยบรรเทาอาการปวดหัวเฉียบพลันได้
- ยาป้องกันไมเกรน - หากมีอาการไมเกรนบ่อยครั้ง แพทย์อาจพิจารณาให้ยาป้องกันไมเกรน เช่น ยาบีต้าบล็อกเกอร์ ยาต้านเซโรโทนิน หรือยากันชัก
- ยาชนิดใหม่ - ยาในกลุ่มที่ออกฤทธิ์ต่อตัวรับ CGRP (Calcitonin Gene-Related Peptide) เป็นทางเลือกใหม่ในการรักษาไมเกรนเรื้อรัง ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงในการป้องกันอาการปวดหัวตลอดเวลา กินยาไม่หาย
วิธีการป้องกันปวดหัวไม่หาย
วิธีป้องกันอาการปวดหัวไม่หายมีหลายวิธี ซึ่งสามารถนำไปปฏิบัติในชีวิตประจำวันได้ง่าย ๆ ดังนี้
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ อย่างน้อย 8 แก้วต่อวัน
- รักษาตารางการนอนที่สม่ำเสมอ
- ออกกำลังกายสม่ำเสมอ อย่างน้อย 30 นาทีต่อวัน 3-5 วันต่อสัปดาห์
- จัดการความเครียด
- รับประทานอาหารให้ตรงเวลาและไม่งดอาหาร โดยเฉพาะมื้อเช้า
- หลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นอาการปวดหัว เช่น อาหารบางชนิด เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนหรือแอลกอฮอล์ กลิ่นบางอย่าง หรือแสงที่สว่างจ้า
- พักสายตาจากหน้าจอ ทุก ๆ 20 นาที โดยมองไปที่วัตถุที่อยู่ไกลประมาณ 20 ฟุต เป็นเวลา 20 วินาที (กฎ 20-20-20)
- จัดท่าทางการนั่งและการนอนที่ถูกต้อง
- ตรวจวัดสายตาเป็นประจำ เพราะปัญหาสายตาสามารถทำให้เกิดอาการปวดหัวได้
- ตรวจสุขภาพประจำปี
ปวดหัวไม่หาย ป้องกันได้ ถ้ารู้วิธี
อาการปวดหัวไม่หายอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตอย่างมาก แต่หากมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับสาเหตุและวิธีการจัดการกับอาการก็จะสามารถควบคุมและบรรเทาอาการเหล่านี้ได้ การรู้จักสังเกตอาการผิดปกติ หลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้น และปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตให้เหมาะสม จะช่วยลดความถี่และความรุนแรงของปวดหัวเรื้อรังอย่างได้ผล อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่มีปวดหัวหนักมากผิดปกติหรือมีอาการที่น่ากังวล ควรปรึกษาแพทย์โดยเร็วที่สุด เพื่อรับการวินิจฉัยและการรักษาที่เหมาะสม
สถานที่สำคัญแห่งล่าสุดของไทย ที่ได้รับการยกย่องให้เป็นแหล่งมรดกโลก
การถาม AI หนึ่งครั้ง เท่ากับเทน้ำทิ้ง 1 ขวด
ทำไมประเทศไทยถึงต้องมี "Land" ต่อท้าย?
เซอร์เบีย ให้เงินสนับสนุนแก่เขมรแล้ว 500,000 ดอลลาร์
"โถส้วมแบบนั่งยองๆ หรือ โถส้วมแบบกดน้ำ" แบบไหนดีกว่ากัน?
วิธีปฏิเสธ "คำขอทำงานล่วงเวลาเร่งด่วน" แบบคนมี EQ สูง
พืชพรรณไม้น่าสนใจ : อาร์ทิโชก "ราชาแห่งผักบำรุงตับ" พืชผักบำรุงสุขภาพชั้นยอดอีกชนิดหนึ่ง ในไทยเราก็มีเพาะจำหน่ายแล้วน๊า...
เหรียญราคา 10 บาทของไทย รุ่นที่หาได้ยากมากที่สุดระดับตำนาน
"หมอบอย" เผย 5 ราศีที่ได้รับข่าวดีจากการย้ายดาวเกตุในปีใหม่ 2569 ชีวิตจะเปลี่ยนและมีโชคก้อนใหญ่ไม่คาดคิด
อาชีพที่น่าสนใจในปี 2026 ใครปรับตัวไว มีโอกาสก่อน
สินค้าของป่านำเข้าของไทย ที่มีมูลค่ามากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง
จังหวัดที่มีคนจนมากที่สุด อันดับหนึ่งของประเทศไทย
เซอร์เบีย ให้เงินสนับสนุนแก่เขมรแล้ว 500,000 ดอลลาร์
เหมืองแร่ทองคำ ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดอันดับหนึ่งของไทย





