"บุหงารำไป" เครื่องหอมในราชสำนักไทย หนึ่งในมรดกทางวัฒนธรรมที่อยู่คู่คนไทยมาหลายชั่วอายุคนละเด้อครับเด้อ
ในความงดงามของวัฒนธรรมไทยที่ถ่ายทอดกันมาหลายร้อยปี “บุหงารำไป” นับเป็นหนึ่งในเครื่องหอมที่สะท้อนถึงความประณีตบรรจงของผู้คนในสมัยโบราณได้อย่างชัดเจน กลิ่นหอมที่อบอวลไม่ได้เป็นเพียงเครื่องประดับประสาทสัมผัส หากแต่เป็นเสมือนงานศิลป์ที่ผสมผสานความรู้ด้านพฤกษศาสตร์ ศิลปะ และความพิถีพิถันในการปรุงกลิ่น กลายเป็นเอกลักษณ์ที่ทั้งงดงามและมีคุณค่าเชิงวัฒนธรรม
บุหงารำไปปรากฏหลักฐานมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย โดยมีการกล่าวถึงไว้ในกาพย์เห่เรือ บทเห่ชมไม้ของเจ้าฟ้าธรรมาธิเบศร์ (เจ้าฟ้ากุ้ง) ซึ่งถือเป็นหลักฐานสำคัญว่าความหอมนี้ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน แต่ยังเป็นแรงบันดาลใจในเชิงกวีนิพนธ์อีกด้วย คำว่า “บุหงา” หมายถึง “ดอกไม้” ส่วน “รำไป” แปลว่า “เบ็ดเตล็ด” หรือ “หลากหลาย” เมื่อนำมารวมกันจึงสื่อถึงดอกไม้หลายชนิดที่รวมตัวกันในความงดงามและกลิ่นหอมอย่างกลมกลืน ราวกับธรรมชาติได้มอบความหลากหลายมาสร้างเป็นบทกวีแห่งกลิ่น
ดอกไม้ที่ถูกเลือกมาใช้ในการทำบุหงารำไป มักเป็นดอกหอมพื้นบ้านที่งดงามและทรงคุณค่า เช่น มะลิ พิกุล กุหลาบมอญ กระดังงา จำปา และจำปี กลีบดอกเหล่านี้ถูกเด็ดอย่างเบามือเพื่อตรึงความสมบูรณ์ จากนั้นผ่านกระบวนการที่ต้องอาศัยความละเอียดละเมียดละไม ตั้งแต่การตากแดดให้แห้งสนิท การอบร่ำด้วยควันเทียน 3–4 รอบ เพื่อให้กลีบดอกไม้ดูดซับกลิ่นควันหอมละมุน แล้วพรมน้ำปรุงที่ปรุงขึ้นจากดอกไม้หลากหลายชนิด ก่อนโรยพิมเสนแท้เพื่อเพิ่มความสดชื่น สุดท้ายบรรจุลงในผ้าลูกไม้หรือตลับงามวิจิตร กลายเป็นเครื่องหอมที่ทั้งหรูหราและทรงเสน่ห์
ยุครุ่งเรืองของบุหงารำไปคือในสมัยรัชกาลที่ 5 ที่ถือเป็น “ยุคทองแห่งเครื่องหอมไทย” จากเดิมที่เคยใช้กันในเฉพาะชาววัง บุหงารำไปได้แพร่หลายออกสู่ประชาชนทั่วไป กลายเป็นของชำร่วยในงานมงคลสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการฉลองวันเกิดของเจ้านาย งานแต่งงาน หรือพิธีเฉลิมฉลองต่าง ๆ แต่ละวังต่างก็มีสูตรลับเฉพาะที่ไม่เหมือนใคร ทำให้บุหงารำไปไม่เพียงแต่เป็นเครื่องหอม หากแต่เป็นมรดกแห่งภูมิปัญญา
สิ่งที่ทำให้บุหงารำไปพิเศษกว่ากลิ่นหอมใด ๆ คือความหมายที่ซ่อนอยู่ในกลิ่นนั้น คนโบราณใช้มันเพื่ออบเสื้อผ้าในหีบให้มีกลิ่นหอมติดทนนาน เชื่อกันว่ายังช่วยยืดอายุผ้าและมอบความสดชื่นให้แก่จิตใจ กลิ่นหอมของบุหงารำไปจึงไม่ได้เป็นเพียงเครื่องหอม แต่ยังทำหน้าที่บำบัดความเหนื่อยล้า เติมความสุขสงบในจิตวิญญาณ
แม้กาลเวลาจะหมุนเวียนเข้าสู่ยุคของน้ำหอมสังเคราะห์ที่ผลิตกันอย่างมหาศาล แต่บุหงารำไปก็ยังคงมีเสน่ห์ไม่เสื่อมคลาย ปัจจุบันยังเป็นที่นิยมใช้เป็นของชำร่วยในงานแต่งงาน ของฝาก และของตกแต่งบ้าน ทั้งสำหรับคนไทยและชาวต่างชาติ ความหอมละมุนที่ผสานกลีบดอกไม้กับเทคนิคโบราณยังคงมอบความสดชื่น และสร้างบรรยากาศแห่งความอ่อนหวานอบอุ่นเสมอ
ในโลกที่เต็มไปด้วยกลิ่นปรุงแต่งจากสารเคมี บุหงารำไปเปรียบเสมือนเสียงสะท้อนจากอดีต ที่บอกเล่าเรื่องราวความงดงามของธรรมชาติ ความพิถีพิถันของคนโบราณ และเสน่ห์ที่เหนือกาลเวลา กลิ่นหอมเหล่านี้ยังคงปลอบประโลมใจผู้คนได้เสมอ ราวกับว่าเรายังคงได้สัมผัสความละเมียดละไมแบบชาววัง แม้เวลาจะผ่านไปกี่ยุคก็ตาม
เขียนโดย dukedick
เขียนนิยายแฟนตาซีสนุกๆด้วย ในนามปากกา เหมียวกุ่ย หาอ่านได้ที่ Meb Market และ ReadAwrite ครับ ค้นหาด้วย นามปากกาได้เลยครับ หรือค้นหาใน Google ก็ได้ครับ ^_^
รู้หรือไม่? เปิดรายได้พนักงานส่งพัสดุของแต่ละแอป วันหนึ่งได้เท่าไร
อำเภอที่มีชื่ออำเภอสั้นที่สุด 3 อำเภอเท่านั้นในประเทศไทย
เปิดศึกเลขเด็ดงวดนี้! เจ้าพ่อปากแดง ปะทะ เจ้าแม่ตะเคียนทอง งวด 1 ต.ค. 59 คัดมาให้เน้นๆ พร้อมลุ้นรวย
ความลับ 30 ล้านปีของ “แม่น้ำไนล์”: ทำไมสายน้ำสายนี้ถึงไม่เคยเหือดแห้งกลางทะเลทรายซาฮารา
เปิด 5 สินค้าส่งออกของลาวที่คนไทยอาจคาดไม่ถึง หนึ่งในนั้นทำเงินเกือบ 1 พันล้านดอลลาร์
โรงเรียนเพียงแห่งเดียวของประเทศไทย ที่อยู่มาตั้งแต่ยุครัชกาลที่ 4
แปลปกสลาก งวด 1 ต.ค. 69 ส่องตัวเลขจากภาพปกสลากกินแบ่งรัฐบาล
โรงเรียนที่มีนักเรียนมากที่สุดในไทย
ตาราง “เด่นเหนือเด่นใต้” งวด 1 ต.ค. 69 เปิดข้อมูลตามโพย เลขไหนอยู่ตรงไหน
เปิด 5 โรงเรียนหญิงล้วนเก่าแก่ของไทย ที่มีประวัติยาวนานกว่าศตวรรษ
โรงเรียนหญิงล้วนของรัฐบาล ที่เด็กอยากเข้าเรียนที่สุด
ส่องเลข 3 สำนักพิมพ์ งวด 1 ต.ค. 69 ตัวไหนมีข้อมูลตรงกัน
เปิด 5 สินค้าส่งออกของลาวที่คนไทยอาจคาดไม่ถึง หนึ่งในนั้นทำเงินเกือบ 1 พันล้านดอลลาร์
เปิด 5 โรงเรียนหญิงล้วนเก่าแก่ของไทย ที่มีประวัติยาวนานกว่าศตวรรษ
โรงเรียนเพียงแห่งเดียวของประเทศไทย ที่อยู่มาตั้งแต่ยุครัชกาลที่ 4

