"วาฬสีน้ำเงิน" สัตว์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก
วาฬสีน้ำเงิน (Blue whale; Balaenoptera musculus) คือสิ่งมีชีวิตที่เปรียบเสมือนตำนานแห่งท้องทะเล และเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่โลกเคยมีมา ร่างกายอันมหึมาของมันยาวโดยเฉลี่ยถึง 25–30 เมตร และตัวที่ใหญ่ที่สุดที่ถูกบันทึกไว้มีความยาวมากถึง 33.5 เมตร น้ำหนักอาจสูงถึง 200 ตัน เทียบเท่ากับช้างถึงสามสิบกว่าตัวรวมกัน การได้เผชิญหน้ากับวาฬสีน้ำเงินในธรรมชาติจึงเป็นประสบการณ์ที่ทำให้มนุษย์รู้สึกตัวเล็กจ้อยยิ่งกว่าที่เคย
รูปร่างของวาฬสีน้ำเงินเพรียวยาว ดูสง่างามราวกับเส้นโค้งของมหาสมุทร หัวของมันกว้างและมีลักษณะคล้ายตัว U ใต้คางเต็มไปด้วยร่องยืดหยุ่นที่สามารถขยายออกเมื่อมันอ้าปากกลืนอาหารเข้าไปในปริมาณมหาศาล ผิวหนังของมันมีสีเทาอมฟ้า บางครั้งแซมด้วยจุดสีอ่อนกระจายไปทั่ว เมื่อแสงอาทิตย์ส่องทะลุน้ำลงมา สีสันเหล่านี้ทำให้มันดูราวกับเงาใหญ่สีฟ้าที่เคลื่อนไหวช้า ๆ ใต้ผืนน้ำกว้าง
สิ่งที่น่าทึ่งที่สุดอย่างหนึ่งคือขนาดอวัยวะภายในของมัน หัวใจของวาฬสีน้ำเงินมีขนาดใหญ่เท่ารถยนต์ขนาดเล็ก เต้นช้าและหนักแน่นเพียงไม่กี่ครั้งต่อนาทีเพื่อหล่อเลี้ยงร่างยักษ์ ส่วนลิ้นของมันก็มีน้ำหนักเทียบเท่าช้างหนึ่งตัว เพียงคิดภาพตามก็ยากจะเชื่อว่านี่คือสิ่งมีชีวิตจริง ๆ บนโลกใบเดียวกับเรา
แม้จะมีร่างกายใหญ่โต แต่วาฬสีน้ำเงินกลับเลือกกินสิ่งมีชีวิตเล็กจิ๋วอย่าง “เคย” (krill) เป็นอาหารหลัก มันใช้วิธีอ้าปากกลืนเอาน้ำทะเลจำนวนมหาศาลเข้าไป จากนั้นใช้แผ่นกรองหรือ baleen plates ที่เรียงอยู่บนขากรรไกรกรองเอาเฉพาะกุ้งตัวเล็ก ๆ ไว้ภายใน แต่ละวันวาฬสีน้ำเงินสามารถกินเคยได้มากถึง 4 ตัน การดำรงชีวิตของยักษ์ใหญ่แห่งท้องทะเลนี้จึงผูกพันโดยตรงกับสิ่งมีชีวิตตัวเล็กที่สุดตัวหนึ่งในห่วงโซ่อาหาร
นอกจากรูปร่างอันน่าทึ่ง วาฬสีน้ำเงินยังครองสถิติการเป็นสัตว์ที่ส่งเสียงดังที่สุดในโลก เสียงร้องของมันมีความดังสูงสุดถึง 188 เดซิเบล ดังกว่าเครื่องยนต์เจ็ตเสียอีก และเสียงเหล่านี้สามารถเดินทางในมหาสมุทรได้ไกลหลายร้อยกิโลเมตร เสียงจึงเป็นภาษาสำคัญของมันในการติดต่อสื่อสารกับวาฬตัวอื่น ๆ ที่อยู่ห่างไกลสุดลูกหูลูกตา
ทุกปี วาฬสีน้ำเงินจะอพยพไกลนับพันกิโลเมตร จากน่านน้ำเย็นที่อุดมสมบูรณ์ด้วยอาหารในฤดูร้อน ไปยังน่านน้ำอุ่นเพื่อผสมพันธุ์และเลี้ยงลูกในฤดูหนาว พวกมันสามารถดำน้ำได้ลึกถึง 100 เมตร และกลั้นหายใจใต้น้ำได้นานถึง 20–36 นาที กำลังอันมหาศาลนี้ทำให้พวกมันกลายเป็นนักเดินทางผู้ยิ่งใหญ่ของท้องทะเล
อย่างไรก็ตาม ความยิ่งใหญ่ก็ไม่ได้ทำให้พวกมันรอดพ้นจากภัยมนุษย์ ในอดีต วาฬสีน้ำเงินเคยถูกล่าอย่างหนักเพื่อเอาเนื้อและไขมันมาใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ จนประชากรลดลงอย่างน่าตกใจ ใกล้จะสูญพันธุ์ไปจากโลก โชคดีที่มีมาตรการห้ามล่าและความพยายามในการอนุรักษ์ ทำให้พวกมันยังคงมีชีวิตอยู่จนถึงทุกวันนี้ แต่จำนวนประชากรทั่วโลกยังคงอยู่ในระดับที่เปราะบาง เพียงราว 10,000–25,000 ตัวเท่านั้น
การได้รู้จักวาฬสีน้ำเงินจึงไม่ใช่เพียงการชื่นชมความมหัศจรรย์ของสิ่งมีชีวิตที่ใหญ่ที่สุดในโลก หากแต่เป็นการตระหนักว่า ยักษ์ใหญ่ผู้ยิ่งใหญ่นี้ยังคงต้องการการปกป้องจากเรา เพื่อให้เสียงร้องของพวกมันยังคงก้องกังวานในท้องทะเล และเงาร่างสีฟ้ายังคงล่องลอยอยู่ใต้ผืนน้ำของโลกต่อไป
เขียนโดย dukedick
เขียนนิยายแฟนตาซีสนุกๆด้วย ในนามปากกา เหมียวกุ่ย หาอ่านได้ที่ Meb Market และ ReadAwrite ครับ ค้นหาด้วย นามปากกาได้เลยครับ หรือค้นหาใน Google ก็ได้ครับ ^_^
ปล่อยพังพอนปราบงูพิษ แต่จบด้วยหายนะ! บทเรียนราคาแพงเกือบ 50 ปีของญี่ปุ่น
จงอางสีทองที่ใหญ่ที่สุด
ถูกรางวัลที่ 1 ต้องทำอะไรก่อน 10 ขั้นตอนกันพลาดก่อนขึ้นเงิน
Oxford ชี้ 20 เมืองเสี่ยงร้อนสูง ช่วงเอลนีโญที่โลกต้องจับตา
10 ความเข้าใจผิดเรื่องกาแฟที่คนทำงานทำทุกเช้า ดื่มถูกเวลาอาจได้ผลต่างกัน
10 ความเชื่อผิดเรื่องความจำ ทำไมเราจำอดีตได้ชัดแต่ยังอาจผิด
ดื่มน้ำวันละ 8 แก้วพอไหม เปิด 10 ความเข้าใจผิดที่ควรรู้
คอมพิวเตอร์แบรนด์ไทย ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดตลอดกาล
แนวทางเจ๊ฟองเบียร์ 16/6/69
3 มหาวิทยาลัยที่มีจำนวนนักศึกษาน้อยที่สุดในประเทศไทย
ซักผ้าแบบนี้อยู่หรือเปล่า 10 ความเข้าใจผิดที่ทำให้เสื้อผ้าพังเร็ว
10 ความเข้าใจผิดเรื่องรักษ์โลก ใช้แบบไหนถึงช่วยจริง
Oxford ชี้ 20 เมืองเสี่ยงร้อนสูง ช่วงเอลนีโญที่โลกต้องจับตา
ถูกรางวัลที่ 1 ต้องทำอะไรก่อน 10 ขั้นตอนกันพลาดก่อนขึ้นเงิน
ปลากระทิงไฟเลี้ยงยากไหม เช็กตู้ อาหาร และข้อควรรู้ก่อนซื้อ
งูกะปะ งูพิษสวนยางที่ควรระวัง เพราะนิ่งจนมองไม่เห็น
ไก่ฟ้าสีทอง นกป่าจีนที่สวยเหมือนภาพวาด แต่ซ่อนกลยุทธ์เอาตัวรอดไว้ในสีขน
เต่ามะเฟือง เต่าทะเลขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ที่ต้องการๆอนุรักษ์และดูแล