หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ต่างชาติยกนิ้วให้ ครอบครัวอเมริกันบอก เมืองไทยคือบ้านหลังที่สอง อบอุ่นจนไม่อยากไปไหนแล้ว

เขียนโดย coffeeman

วันนี้ผมมีเรื่องเล่าที่อ่านแล้วแอบยิ้มแก้มปริ มันทั้งอบอุ่น ทั้งน่าภูมิใจในความเป็นไทยของเรา เรื่องมันเกี่ยวกับครอบครัวเล็ก ๆ ชาวอเมริกัน ที่ตะลุยเที่ยวหลายประเทศในเอเชีย ทั้งญี่ปุ่น ทั้งมาเลเซีย แต่สุดท้ายกลับพูดตรง ๆ ว่า “ดีหมดแหละ แต่ไม่ใช่เมืองไทย”

เอ้า! ฟังแล้วมันชื่นใจเนอะ 

เริ่มต้นจากครอบครัวเล็ก ๆ

เรื่องนี้เป็นของคุณแม่ชาวอเมริกันชื่อ เคร่า (Kera) เดินทางมากับสามี และลูกชายวัยเพียง 1 ขวบ พวกเขาเป็นครอบครัวสายเที่ยว ชอบพาลูกออกไปเปิดโลกกว้าง ไม่ใช่แค่มานั่งดูรีวิว แต่ไปจริง เจอจริง

พวกเขาไปมาแล้วหลายประเทศครับ ญี่ปุ่นก็ไป สัมผัสระเบียบสุดเป๊ะ มาเลเซียก็ไป เห็นความคึกคักและวัฒนธรรมที่หลากหลาย แต่สุดท้ายหัวใจกลับวิ่งกลับมาหาไทยบ้านเรา

“ที่นี่ก็ดี…แต่ไม่ใช่เมืองไทย”

เคร่าเล่าว่าตอนอยู่มาเลเซีย เธอเดิน ๆ อยู่ยังเผลอนึกถึงเมืองไทยตลอด ทั้งบรรยากาศบ้าน ๆ ที่มีรอยยิ้มให้กันง่าย ๆ ร้านอาหารริมทางที่หอมฉุย กินแล้วฟินโคตร หรือแม้แต่เวลาที่ลูกชายหัวเราะสดใสเพราะมีคนไทยเข้ามาหยอกเล่น

ความทรงจำเหล่านี้มันฝังในใจจนทำให้ทุกประเทศที่ไป แม้สวยแค่ไหน ก็รู้สึกเหมือนขาดอะไรบางอย่าง เธอถึงขั้นพูดออกมาตรง ๆ ว่า “ที่นี่ก็ดี แต่ไม่ใช่เมืองไทย” โอ้โห คำพูดสั้น ๆ แต่ทำเอาคนไทยอย่างเรานี่แอบยิ้มไม่หุบเลยครับ

ประสบการณ์ที่โรงพยาบาลในไทย

จุดที่ทำให้เคร่ามั่นใจมากขึ้นว่าเมืองไทยเหมาะกับครอบครัวของเธอจริง ๆ คือวันที่ต้องพาลูกไปหาหมอที่ โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท

ตอนนั้นลูกชายอายุแค่ขวบเดียว เธอบอกว่าเรื่องแรกที่ทำให้ทึ่งคือ “ความรวดเร็ว” นัดหมอวันนี้ วันนี้ได้เจอเลย เช็กอินบ่ายโมงครึ่ง เข้าห้องตรวจบ่ายโมง 31 …นี่มันสปีดกี่นาทีเนี่ย 

พอเข้าไปที่แผนกเด็กเล็ก ยิ่งทึ่งกว่าเดิม เพราะมีเก้าอี้ตัวจิ๋ว มุมของเล่น น้ำดื่มขวดเล็ก แจกฟรีด้วย ทุกอย่างเหมือนออกแบบมาเพื่อให้เด็กสบายใจจริง ๆ

หมอกับพยาบาลก็พูดอังกฤษได้ชัด ตรวจละเอียด อธิบายครบ ทบทวนประวัติวัคซีน แล้วแถมให้ สมุดวัคซีนเล่มใหม่ฟรี ๆ ต่างจากที่อเมริกาที่เธอเคยได้มาแค่กระดาษแผ่นบาง ๆ

วันนั้นลูกได้ฉีดวัคซีนเพิ่มสองเข็ม ทุกขั้นตอนเต็มไปด้วยความอ่อนโยน จนเธอบอกว่า “ไปหาหมอที่นี่ เหมือนไม่ได้ไปโรงพยาบาล แต่เหมือนอยู่บ้านที่มีครอบครัวใหญ่คอยดูแล”

พอถึงเวลาจ่ายเงินก็ยิ่งประทับใจ…ทั้งหมดแค่ราว ๆ 5,000 บาท ถูกกว่าที่คิดมาก แถมได้เอกสารพร้อมส่งเคลมประกันที่อเมริกาอีกต่างหาก เธอสรุปสั้น ๆ ว่า “10 เต็ม 10 ไม่มีที่ติ”

ความใจดีที่ไม่ต้องปรุงแต่ง

สิ่งที่เคร่าหลงรักเมืองไทยไม่ใช่แค่ระบบการแพทย์นะครับ แต่เป็น “หัวใจของผู้คน”

มีครั้งหนึ่งเธอนั่งแท็กซี่กับลูก คนขับหยิบไข่ต้มออกมาแล้วยื่นให้เด็กน้อย พร้อมบอกว่า “นี่คือไข่ต้มแห่งความสุข” โอ้โห มันคือการแสดงน้ำใจที่เล็กมากแต่ซึ้งโคตร เธอหัวเราะทั้งน้ำตาเลยครับ

อีกครั้งไปกินข้าวที่ร้าน พนักงานเสิร์ฟเอาถั่วกับมันฝรั่งทอดมาเสิร์ฟฟรี บอกว่าเอาไว้ให้ลูกชายกินเล่น ทั้งที่ครอบครัวไม่ได้สั่งเมนูเด็กพิเศษอะไรเลย เธอบอกว่านี่แหละ “ความใจดีที่ไม่มีเงื่อนไข”

การเป็นแม่ที่ไทย…ง่ายกว่าที่คิด

เคร่าเปรียบเทียบให้ฟังว่า ที่อเมริกา เวลาเธอพาลูกออกไปข้างนอก มักจะรู้สึกเหมือนเป็นภาระ ต้องคอยขอโทษคนรอบข้างถ้าลูกงอแงหรือเสียงดังนิดหน่อย สายตาที่มองมามักจะเป็นแบบตำหนิ

แต่ในไทยกลับตรงข้ามเลยครับ ทุกครั้งที่คนเห็นลูกวัยหนึ่งขวบของเธอ ใบหน้าทุกคนก็เต็มไปด้วยรอยยิ้ม มีคนโบกมือทัก บางคนถึงขั้นเดินมาชมว่าลูกน่ารักขนาดไหน หรือแม้แต่ขออุ้มเล่นด้วย

เวลาไปร้านอาหาร ถ้าลูกงอแง พนักงานไม่ใช่ทำหน้าเบื่อ แต่กลับช่วยเล่น ช่วยหยอก จนเด็กหัวเราะเสียงดัง สร้างบรรยากาศอบอุ่นเหมือนมีพี่ ๆ น้อง ๆ มาช่วยดูแลลูกแทน

เธอสรุปเลยว่า “ในอเมริกาฉันรู้สึกเหมือนถูกตัดสินตลอดเวลา แต่ในไทยฉันรู้สึกเหมือนได้รับการสนับสนุน”

ไทยไม่ใช่แค่จุดหมายท่องเที่ยว

ทั้งหมดนี้ทำให้เคร่ามั่นใจว่า เมืองไทยไม่ใช่แค่ที่เที่ยวผ่าน ๆ แต่เป็น บ้านหลังที่สอง ที่ให้ทั้งความสะดวก ความปลอดภัย และความสุขใจ

เธอและสามีกำลังรออนุมัติวีซ่า 5 ปีจากสถานทูตไทยในมาเลเซีย และพูดไว้ชัดเจนว่า “ถ้าได้วีซ่าปุ๊บ จองตั๋วกลับไทยทันที” เพราะที่ที่หัวใจของพวกเขาเรียกหา ก็คือเมืองไทยนี่แหละ

อ่านเรื่องนี้แล้ว ผมว่ามันไม่ใช่เรื่องเล็กเลยนะครับ มันสะท้อนว่าเสน่ห์ของเมืองไทยไม่ได้อยู่ที่ทะเลสวยหรือวัดงามเท่านั้น แต่อยู่ที่ “รอยยิ้มและหัวใจของคนไทย” ที่ทำให้คนต่างชาติเขารู้สึกเหมือนอยู่บ้าน

ก็ขอฝากไว้เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวดี ๆ ที่ทำให้เราภูมิใจครับว่า…
“ไทยแลนด์ ไม่ได้เป็นแค่ที่เที่ยว แต่เป็นบ้านของใครอีกหลายคนบนโลกใบนี้” 

เพื่อน ๆ คิดยังไงครับ? ถ้าคนต่างชาติมีประสบการณ์แบบนี้กับเมืองไทยเยอะ ๆ แบบนี้ เมืองไทยเราจะเป็นยังไงในอนาคต

โพสท์โดย: coffeeman
อ้างอิงจาก: coffeeman
https://www.youtube.com/watch?v=8VMGcYXHyuU
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
coffeeman's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 139 ครั้ง
เขียนโดย coffeeman
หยิบยก เรื่องใกล้ตัว หรือ เรื่องแปลกๆ มาเล่า แนว ความรู้ และ เรื่องไร้สาระ ปนๆกันไป
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
รู้หรือไม่? เปิดรายได้พนักงานส่งพัสดุของแต่ละแอป วันหนึ่งได้เท่าไรเปิดศึกเลขเด็ดงวดนี้! เจ้าพ่อปากแดง ปะทะ เจ้าแม่ตะเคียนทอง งวด 1 ต.ค. 59 คัดมาให้เน้นๆ พร้อมลุ้นรวยเปิด 5 โรงเรียนหญิงล้วนเก่าแก่ของไทย ที่มีประวัติยาวนานกว่าศตวรรษโรงเรียนเพียงแห่งเดียวของประเทศไทย ที่อยู่มาตั้งแต่ยุครัชกาลที่ 4อำเภอที่มีชื่ออำเภอสั้นที่สุด 3 อำเภอเท่านั้นในประเทศไทยมูลนิธิองค์กรทำดีชี้แจง บุคคลปริศนาไม่ใช่ทีมงานและไม่มีส่วนเกี่ยวข้องความลับ 30 ล้านปีของ “แม่น้ำไนล์”: ทำไมสายน้ำสายนี้ถึงไม่เคยเหือดแห้งกลางทะเลทรายซาฮาราตาราง “เด่นเหนือเด่นใต้” งวด 1 ต.ค. 69 เปิดข้อมูลตามโพย เลขไหนอยู่ตรงไหนโรงเรียนที่มีนักเรียนมากที่สุดในไทยส่องเลข 3 สำนักพิมพ์ งวด 1 ต.ค. 69 ตัวไหนมีข้อมูลตรงกันสถิติย้อนหลัง 10 ปี ออกเลขไหนบ้างมาดูกันแปลปกสลาก งวด 1 ต.ค. 69 ส่องตัวเลขจากภาพปกสลากกินแบ่งรัฐบาล
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
โรงเรียนเพียงแห่งเดียวของประเทศไทย ที่อยู่มาตั้งแต่ยุครัชกาลที่ 4เปิด 5 โรงเรียนหญิงล้วนเก่าแก่ของไทย ที่มีประวัติยาวนานกว่าศตวรรษ
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
รวมไฟล์ข้อสอบเก่า ก.พ. (ภาค ก) ปี 2557–25698 โมเดลรถเหล็ก Tomica ที่คุ้มค่าเก็บสะสม! รุ่นไหนหายากจนราคาพุ่ง7 บอร์ดเกมเศรษฐียุคแรก ๆ ของไทย! ของเล่นบนกระดานที่เคยอยู่ตามบ้าน วันนี้ชุดครบกลายเป็นของสะสม5 ของเล่นสมัยก่อนที่คนนิยมเล่นกันที่สุด! ผ่านมาหลายสิบปี เด็กยุคนี้ก็ยังเล่น
ตั้งกระทู้ใหม่