หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ผู้หญิงที่มี "ผิวสองสี" เพราะดูดกลืนฝาแฝดของตัวเอง


เขียนโดย dukedicknarak

เทย์เลอร์ มูห์ล (Taylor Muhl) หญิงสาวผู้ที่ครั้งหนึ่งเคยซ่อนปานแดงที่แบ่งครึ่งลำตัวของเธอไว้ เพราะคิดว่ามันคือปมด้อย แต่แท้จริงแล้วมันคือเรื่องราวที่น่าทึ่งของภาวะทางพันธุกรรมที่หาได้ยากยิ่ง นั่นคือ ไคเมอริสซึม (Chimerism) หรือที่รู้จักกันในนาม "ภาวะแฝดกลืนแฝด" เรื่องราวของเธอเผยให้เห็นถึงความมหัศจรรย์ของร่างกายมนุษย์ที่เหนือความคาดหมาย และเปลี่ยนปมด้อยให้กลายเป็นจุดเด่นที่สร้างแรงบันดาลใจ


 

ปานแดงที่ไม่ได้เป็นแค่ปาน

 

ตั้งแต่วัยเด็ก เทย์เลอร์สังเกตว่าร่างกายของเธอมีสีผิวที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน โดยแบ่งครึ่งตรงกลางลำตัว เธอคิดมาตลอดว่ามันเป็นเพียงแค่ปานแดงทั่วไป แต่เมื่อเข้ารับการตรวจทางการแพทย์ในปี 2016 เธอก็ได้รับรู้ความจริงที่น่าตกใจ: เธอคือฝาแฝดในร่างเดียว

ภาวะไคเมอริสซึมเกิดขึ้นตั้งแต่ในครรภ์ เมื่อตัวอ่อนของเธอได้ดูดซึมเซลล์ของฝาแฝดที่กำลังพัฒนาเข้ามาในร่างกายของเธอเอง ทำให้เธอกลายเป็นมนุษย์ที่มีเซลล์สองชุด มี DNA ถึงสองชุดในร่างกายเดียว โดยชุดหนึ่งเป็นของเธอ และอีกชุดเป็นของฝาแฝดที่หายไป สิ่งนี้ส่งผลให้ร่างกายของเธอมีความซับซ้อนมากกว่าคนทั่วไป เธอมีระบบภูมิคุ้มกันที่พิเศษและอ่อนไหว ทำให้แพ้อาหารและสารบางชนิดได้ง่ายกว่าคนอื่น บางครั้งอาการแพ้ก็เกิดขึ้นแค่เพียงร่างกายซีกเดียวเท่านั้น


 

จากความลับสู่แรงบันดาลใจ

 

ตลอดชีวิตในวงการบันเทิง เทย์เลอร์พยายามปิดบังเรื่องนี้มาโดยตลอดเพราะความกลัวว่ามันจะส่งผลกระทบต่ออาชีพการงาน เธอไม่เคยเปิดเผยร่างกายให้ใครเห็น จนกระทั่งได้รับการวินิจฉัยอย่างเป็นทางการในปี 2016 เทย์เลอร์ตัดสินใจที่จะก้าวข้ามความกลัวและเปิดเผยเรื่องราวของเธอสู่สาธารณะ การกระทำนี้ไม่เพียงแต่ทำให้เธอเป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น แต่ยังสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับภาวะไคเมอริสซึมที่เกิดขึ้นได้ยากยิ่งนี้

ภาวะไคเมอริสซึมเป็นเรื่องที่หาได้ยากมากจนมีรายงานทางการแพทย์ยืนยันว่ามีคนที่เป็นภาวะนี้เพียงแค่ไม่กี่สิบคนทั่วโลก เรื่องราวของเทย์เลอร์จึงไม่ใช่แค่เรื่องส่วนตัว แต่เป็นปรากฏการณ์ทางวิทยาศาสตร์ที่น่าสนใจ และเป็นบทเรียนที่สอนให้เราเห็นว่าสิ่งที่เราเคยคิดว่าเป็นปมด้อย อาจเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวที่พิเศษและงดงามที่สุดในชีวิตก็เป็นได้

เนื้อหาโดย: dukedicknarak
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
dukedicknarak's profile
เขียนโดย dukedicknarak
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
5 แมวพันธุ์ไทยยอดนิยม สัญลักษณ์แห่งโชคลาภและสิริมงคลคู่บ้านต้นไม้ที่คนเข้าใจผิดกันมาก ในพุทธประวัติ ว่าพระพุทธเจ้าท่านเคยประสูติใต้ต้นไม้ต้นนี้ "ต้นสาละอินเดีย"หมอปลาย พรายกระซิบ งวดวันที่ 1 เมษายน 2569 แนวทางรวยจากท่านยมทูตจังหวัดเดียวในประเทศไทยที่ไม่มีแม่น้ำ..แม้แต่สายเดียวก็ไม่มี10 อันดับโรงเรียนสาธิตที่มีจำนวนนักเรียน ระดับมัธยมปลายมากที่สุด"น้าเสือจัดให้" แนวทางรวยงวดประจำวันที่ 1 เมษายน 25694 อันดับประเทศที่มีความสุขที่สุดในเอเชีย ปี2026ถ้ารู้เร็วกว่านี้ คุณอาจมีรายได้มากกว่านี้แล้วผักป่าชนิดหนึ่ง มีประโยชน์เทียบเท่า "โสม"จากขอบหนังสือพิมพ์สู่ตำนานลูกทุ่ง: ชีวประวัติและการต่อรองทางวัฒนธรรมของ "อุดม ชวนชื่น" และ "ศรีหนุ่ม เชิญยิ้ม"ไทยติดอันดับสนามบินโลก สุวรรณภูมิที่ 36 ดอนเมืองที่ 7ศึกไก่ทอดสะท้านวงการ! KFC vs ห้าดาว ใครคือผู้ชนะตัวจริงในห่วงโซ่อาหาร?
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
เงินรั่วมากที่สุด 10 อย่างที่คนไทยทำทุกวันโดยไม่รู้ตัว7 มหาวิทยาลัยที่เปิดสอนคณะแพทย์หลักสูตรนานาชาติในปัจจุบันจังหวัดในเขตภาคอีสานของไทย ที่อยู่ใกล้กับชายฝั่งทะเลมากที่สุด
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
จังหวัดที่มีแม่น้ำมากที่สุดในไทย คือที่ไหน? และเพราะอะไรถึงต่างจากภูเก็ต5 พฤติกรรมที่คนจนทำทุกวันโดยไม่รู้ตัว (คนรวยไม่ทำ)เงินรั่วมากที่สุด 10 อย่างที่คนไทยทำทุกวันโดยไม่รู้ตัวอันดับ 1 ของรายจ่ายที่ทำให้เงินไม่พอใช้ทั้งเดือนแบบไม่รู้ตัว
ตั้งกระทู้ใหม่