การเผยแพร่คริสต์ศาสนาผ่านศิลปะภาพวาดแบบจีน
เส้นทางสายไหมทำหน้าที่เป็น "ทางหลวง" ในการเผยแพร่ศาสนาคริสต์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งศาสนาคริสต์นิกายเนสตอเรียน ซึ่งเดินทางจากตะวันตกสู่จีนตั้งแต่ราวศตวรรษที่ 7 เป็นต้นมา เนื่องจากพ่อค้าและมิชชันนารีใช้เส้นทางนี้เพื่อติดต่อค้าขายและแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม หลักฐานทางโบราณคดี เช่น แผ่นศิลาจารึกในซีอาน แสดงให้เห็นถึงการมีอยู่ของโบสถ์เนสตอเรียนในเมืองต่างๆ ตามเส้นทางสายไหม วันนี้ผู้เขียนจะพูดถึงการเผยแพร่คริสต์ศาสนาผ่านงานศิลปะภาพวาดแบบพู่กันจีนกัน
เริ่มต้นจากมิชชันนารีผ่านเส้นทางสายประวัติศาสตร์ นั่นคือเส้นทางสายไหมที่ไม่ได้มีแค่การค้าขายเท่านั้น แต่เป็นเส้นทางในการเชื่อมโลกเข้าหากัน ทำให้คนหลากหลายเชื้อชาติได้มีการติดต่อค้าขาย แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมและหนึ่งในนั้นคือ การเผยแพร่ศาสนาคริสต์
การเผยแผ่ศาสนาคริสต์ในจีนมีมาหลายระลอก ตั้งแต่ยุคราชวงศ์ถัง เมื่อศตวรรษที่ 7 และในสมัยราชวงศ์หมิง ศตวรรษที่ 16 โดย Matteo Ricci มิชชันนารีชาวอิตาลี เดินทางมาเผยแผ่ศาสนา ในปี ค.ศง 1583 เขาและยังได้นำความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และศิลปะตะวันตกติดตัวมาด้วย
Matteo Ricci มอบภาพวาดของพระเยซูและพระแม่มารี ให้แก่ เฉิง ต้าเยว่ พ่อค้าหมึกชื่อดังในยุคนั้น ก่อนจะถูกบันทึกลงในหนังสือ Ink Garden of the Cheng Family ค.ศ. 1605 ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในหลักฐานแรกๆ ของการเผยแผ่ภาพคริสต์ในสังคมจีน ในเวลาต่อมา
ในศตวรรษที่ 20 มหาวิทยาลัยคาทอลิกฝูเจิน ที่ปักกิ่ง กลายเป็นศูนย์กลางการสร้างศิลปะคริสต์แบบจีน ศิลปินรุ่นบุกเบิกอย่าง เฉิน หยวนตู (Luke Chen) ใช้พู่กันหมึกจีนวาดฉากพระคัมภีร์อย่างอ่อนช้อยเป็นเอกลักษณ์ และมีลูกศิษย์หลายคนที่สืบทอดแนวทางนี้ เกิดเป็นภาพเขียนหลายสไตล์
เรื่องแปลก… ที่ถูกทำไม่ให้ประหลาด คือ พื้นฐานของคริสต์ศาสนาแตกต่างจากความเชื่อดั้งเดิมของวัฒนธรรมของชาวจีนเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็น ปรัชญาขงจื๊อ เต๋า และพุทธ การปรับตัวจึงเป็นสิ่งจำเป็น มิชชันนารีเลือกใช้วิธี ‘ผสมผสาน’ มากกว่าการ ‘แทนที่’ ยกตัวอย่างเช่น ‘พระแม่มารี’ พระมารดาของพระเยซูคริสต์ ซึ่งเป็นตัวแทนของความโอบอ้อมอารี ความสง่างาม และความบริสุทธิ์ คุณลักษณะเหล่านี้ใกล้เคียงกับ ‘เจ้าแม่กวนอิม’ เทพีแห่งความเมตตาในพุทธศาสนา
ลองสังเกตดูดี ๆ ภาพวาดพระแม่มารีในศิลปะจีนมักมีความอิ่มเอิบ อบอุ่น และอ่อนโยนดังมารดา สวมชุดจีนโบราณ ห่มผ้าแบบฮั่น และยืนในท่าที่ผู้ชมชาวจีนคุ้นเคย ทว่าจุดที่ทำให้แปลกตาคือวงรัศมีและการอุ้มทารก ซึ่งสื่อถึงพระแม่มารีและพระบุตรนั่นเอง
ความเป็นจีนที่คุ้นเคย ส่งผลให้ภาพวาดมักถ่ายทอดเรื่องราวที่มาจากคัมภีร์ไบเบิล ศิลปินนำเรื่องราวมาตีความแบบจีน เช่น การแทนภาพสวรรค์ด้วยเมฆมงคล เพื่อให้ผู้ชมรู้สึกว่าคริสต์ศาสนาไม่ใช่สิ่งแปลกปลอม แต่สามารถอยู่ร่วมกับวัฒนธรรมเดิมได้ อาทิเช่นภาพ The Last Supper เวอร์ชันจีน โดย Wang Suda ถ่ายทอดมื้ออาหารสุดท้ายภายในสถาปัตยกรรมจีน มีโต๊ะ เก้าอี้ และโคมไฟแบบจีนโบราณ ดูกลมกลืนโดยไม่เคอะเขิน แต่เมื่อผู้ชมเห็นกลุ่มบุคคลที่อยู่ในห้องก็พอจะเดาได้ทันทีว่าคือพระเยซูและอัครสาวกทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นว่าคริสต์ศาสนาไม่ได้เข้ามาอย่างตรงไปตรงมา แต่ค่อย ๆ แทรกซึมผ่านภาพลักษณ์และความหมายที่ชาวจีนสามารถเชื่อมโยงได้ จนเกิดเป็นเอกลักษณ์ใหม่ เเละเข้าใจง่ายในวัฒนธรรมของจีน อาจกล่าวได้ว่า ศิลปะตะวันออก ที่บอกเล่าเรื่องราวศาสนาจากตะวันตก
โพสท์โดย แด๊ดดี้จอแดน โค้ดชีวิตพลิกชะตา
ค่าดองสาวลาวปัจจุบัน เรียกกันเท่าไหร่ ต้องเตรียมอะไรบ้าง
นอนดึกเป็นประจำ อาจกระทบมากกว่าความง่วงที่เห็นตอนเช้า
สสารมืดคืออะไร? ทำไมสิ่งที่มองไม่เห็นจึงสำคัญต่อจักรวาล
สืบสวน สภ.ปลายพระยา ลุยกวาดล้างยาเสพติด รวบ 5 คดี จับผู้ต้องหา 5 ราย
จังหวัดในไทยที่ชวนเข้าใจว่าติดทะเล
จังหวัดในประเทศไทย ที่ไม่มีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ตั้งอยู่เลย
ต้อง Restart มือถือทุกวันไหม? คำตอบที่ผู้ใช้สมาร์ทโฟนควรรู้
สถิติหวยออกวันพุธย้อนหลัง แนวโน้มเลขซ้ำและรูปแบบที่คนชอบใช้วิเคราะห์
ทำไมกระเป๋าเดินทางรุ่นใหม่ถึงใช้ 4 ล้อ? เรื่องเล็กที่คนเดินทางบ่อยถึงรู้ว่าต่างกันมาก
3 ปัจจัยหลักที่ทำให้ชาวฝรั่งเศสไม่นิยมติดตั้งเครื่องปรับอากาศ
วิเคราะห์ปกสลากฯ1/7/69
รายได้ 10 สายการบินชั้นนำ
จังหวัดในประเทศไทย ที่ไม่มีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ตั้งอยู่เลย
404 Not Found คืออะไร? ทำไมจู่ ๆ เข้าเว็บไซต์ไม่ได้
ทำไมกระเป๋าเดินทางรุ่นใหม่ถึงใช้ 4 ล้อ? เรื่องเล็กที่คนเดินทางบ่อยถึงรู้ว่าต่างกันมาก
ร้อนทุบสถิติ! เยอรมนีเดือด 41.7 องศา วิกฤตจนยางมะตอยรางรถไฟ "ละลาย"
4 จุดสะสมเชื้อโรคในบ้านที่คนมักมองข้าม ใช้ทุกวันแต่ไม่ค่อยได้เช็ด



