วันแห่งความรักตามคตินิยมของชาวจีน ที่มาของตำนานสาวทอผ้ากับหนุ่มเลี้ยงวัว
หากพูดถึง วันที่ 14 กุมภาพันธ์ ของทุกปีแล้วหลายคนคงรู้ว่า นี่คคือวันวาเลนไทน์ ที่มีนักบุญทาทอลิค นามว่า เซนส์วาเลนไทน์ เป็นต้นกำเนิดวันแห่งความรัก แต่ประเทศจีน ก็มีวันแห่งความรัก หรือเรียกว่า 七夕快乐 (Qīxī kuàilè) วันชีซี โดยตามคตินิยมคือ วัน 7 ค่ำ เดือน 7 ตามปฏิทินจันทรคติ ในปีนี้ตรงกับวันศุกร์ที่ 29 สิงหาคม 2568 ถือเป็น "วันชีซี” วันแห่งความรักของชาวจีน
เทศกาลดั้งเดิมที่โรแมนติกที่สุดของชาวจีนนี้เกิดขึ้นจากการเล่าขานของตำนานปรัมปราที่เกี่ยวข้องกับ “ตำนานรักหนุ่มเลี้ยงวัวกับสาวทอผ้า" เรื่องมีอยู่ว่า หนิวหลาง ชายหนุ่มเลี้ยงวัวคนหนึ่ง ได้เคยความช่วยเหลือของควายแก่ (ผู้เคยเป็นเทพในสวรรค์มาก่อน แต่โดนลงโทษให้มาเป็นควาย) ด้วยความมีน้ำใจ ควายแก่ตัวนั้น เลยได้บอกความลับกับ หนิวหลางว่า “ในคืนหนึ่งจะมีนางฟ้าเจ็ดองค์จากสวรรค์ลงมาเล่นน้ำที่สระบนโลก และออกอุบาย ให้เขาลองซ่อนอาภรณ์ของนางฟ้าองค์หนึ่งเอาไว้” และหนิวหลางก็ได้ทำตามที่ควายแก่บอก ในคืนนั้นหลังจากที่นางฟ้าทั้งเจ็ดเล่นน้ำเสร็จ ต่างก็รีบคว้าอาภรณ์กลับคืนขึ้นสวรรค์ไปหมด ยกเว้นเพียงน้องสาวองค์เล็กนามว่า จือหนี่ นางจึงไม่อาจกลับสู่สวรรค์ได้(เพราะไม่มีอาภรณ์นางฟ้า) ซึ่งนั่นก็ทำให้หนิวหลาง และ จือหนี่ได้พบกันและทั้งคู่ก็รู้สึกถูกชะตาต่อกันมาก หลังจากนั้นเป็นต้นมา จือหนี่ ก็แอบลงมาหา หนิวหลาง อยู่บ่อยๆ จนกระทั่ง ทั้งสองตกลงปลงใจในการแต่งงานชีวิตคู่ร่วมกัน และมีบุตรด้วยกันสองคน จือหนี่เป็นนางฟ้าที่มีความสามารถในการทอผ้า จึงอาศัยความสามารถในการทอผ้าที่งดงามนี้เลี้ยงครอบครัวและมีความสุขไปตามอัตภาพ แต่ความสุขนั้นก็อยู่ไม่นาน เมื่อความนี้ล่วงรู้ถึงเจ้าแม่ซีหวังมู่ แห่งสวนดอกท้อ ก็กริ้วโกรธเป็นอย่างมาก และบังคับให้ จือหนี่กลับสวรรค์ ด้วยการให้เลือกระหว่างการกลับ กับการที่สามีและลูกถือสังหารโทษทัณฑ์จนสิ้นชีวิต ด้วยความรักเธอ ทำให้จือหนี่ไม่มีทางเลือกจึงเลือกที่จะเดินทางกลับ แต่หนิวหลางผู้เป็นสามีก็ไม่ยอมให้จือหนี่กลับ จึงได้ติดตามนางไป โดยได้รับการช่วยเหลือจากควายเฒ่าอีกครั้ง โดยการขี่หลังควายเฒ่าติดตามจือหนี่ขึ้นสู่ท้องฟ้า
เจ้าแม่ซีหวังมู่เห็นเช่นนั้น จึงได้ดึงปิ่นปักผมตนเอง เสกให้เป็นแม่น้ำสีน้ำเงินอันใหญ่กว้างขวางทาง (ทางช้างเผือก) แต่ก็ไม่สามารถขัดขวางความรักความผูกพันของทั้งคู่ลงได้ ทำให้เจ้าแม่เห็นในและอนุญาตให้ทั้งสองพบกันได้ปีละครั้ง ในคืนวันขึ้น 7 ค่ำ เดือน 7 โดยในคืนนี้ ฝูงนกกางเขนที่ซาบซึ้งในความรักของทั้งสองได้เหินมาเรียงตัวกันจนกลายเป็น ‘鹊桥 [quèqiáo] สะพานนกกางเขน’ ให้คู่รักได้ดำเนินมาพบกัน
แต่เริ่มเดิมที วันที่ 7 เดือน 7 จีน เดิมเป็นเทศกาลขอพรด้านฝีมือด้านการทอผ้า หญิงสาว เพื่อการบูชาดาวเวกา (ดาวสาวทอผ้า) เพื่ออธิษฐานขอให้มีฝีมือทอผ้า ปักผ้า และมีความรักที่สมหวัง และเป็นการบอกว่าเทศกาลสิ้นฤดูร้อนเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง ซึ่งตรงกับช่วงที่ดาวเวกา และดาวอัลแทร์ และทางช้างเผือกปรากฏเด่นชัดบนท้องฟ้า (หรืออาจจะเรียกว่า นี่คือสามเหลี่ยมฤดูร้อน) แต่เมื่อมีตำนานเรื่องเล่าของหนุ่มเลี้ยงวัวและสาวทอผ้าแพร่หลายมากขึ้น วันดังกล่าวจึงกลายเป็นวันพบกันของคู่รักบนฟ้า และพัฒนาสู่ “วันวาเลนไทน์ของชาวจีน” ในปัจจุบัน
“วันวาเลนไทน์ของชาวจีน” นี้ คู่รักจะใช้เวลาด้วยกันในวันพิเศษนี้ ไปรับประทานอาหารค่ำแสนอร่อย และแลกเปลี่ยนของขวัญ เช่นเดียวกับวันวาเลนไทน์ในวัฒนธรรมตะวันตก และการทำขนม "เฉียว กั๋ว" เป็นขนมหวานทอดที่ทำจากแป้ง น้ำผึ้ง และส่วนผสมอื่นๆ เป็นสัญลักษณ์ของสะพานนกกางเขนสวรรค์ที่เชื่อมโยงคู่รัก รวมถึงการนั่งชมดาวเพื่อตามหาดาววีกา (Vega) และดาวอัลแตร์ (Altair) ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของหนุ่มเลี้ยงวัวและสาวทอผ้าตามตำนานเล่าขาน เพื่ออธิฐษนขอพรความรัก
******
สิบเลขขายดี สลากตัวเลขสามหลัก N3 งวด 17/1/69
ธนาคารสัญชาติไทย ที่ทำกำไรได้มากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง
90% คนส่วนใหญ่ไม่รู้ว่า สามารถทำความสะอาดไมโครเวฟ ได้ด้วยมะนาวเพียงลูกเดียว
อาชีพสำคัญในประเทศไทย ที่กำลังขาดแคลนและเป็นที่ต้องการมากที่สุด
ทายนิสัยจากการนอน ท่านอนบอกนิสัย
เมืองโบราณลึกลับในตำนาน ที่อยู่ในเขตพื้นที่ของประเทศกัมพูชา
ห้างสรรพสินค้าในประเทศไทย ที่สวยงามและหรูหรามากที่สุด
52Hz เสียงเรียกแห่งความเหงา
อำเภอในประเทศไทย ที่มีประชากรมากกว่าอำเภอเมืองของจังหวัดตัวเอง
เบื้องหลัง "ซูชิแซลมอน" จากเมนูที่คนญี่ปุ่นปฏิเสธ สู่ความสำเร็จระดับโลกด้วยฝีมือชายนอร์เวย์
พลังน้ำใจคนไทย! ร่วมบริจาคโลหิตช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ เหตุเครนถล่มทับรถไฟสีคิ้ว
รีวิวหนังดัง THIS MEANS WAR สงครามหัวใจ คู่ระห่ำพยัคฆ์ร้าย
จังหวัดเดียวในประเทศไทย ที่ทุกอำเภออยู่ติดฝั่งทะเลและชายแดน
Ledger Nano: กระเป๋าเงินดิจิทัลที่คนเล่นคริปโตไว้ใจมากที่สุด





