รู้หรือไม่ ? บนวงโคจรโลกมีดาวเทียมอยู่กี่ดวง และเพราะอะไร ทำไมพวกมันถึงไม่ชนกัน ?
ปัจจุบัน วงโคจรรอบโลกเต็มไปด้วยดาวเทียมและวัตถุที่มนุษย์สร้างขึ้นจำนวนมหาศาล ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงยุคที่กิจกรรมด้านอวกาศเติบโตอย่างรวดเร็ว ข้อมูลล่าสุดเมื่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2568 ระบุว่า มีดาวเทียมที่ยังใช้งานอยู่ราว 11,700 ดวง และในจำนวนนี้มากกว่าครึ่งเป็นของกลุ่มดาวเทียม Starlink ของ SpaceX ซึ่งมีประมาณ 7,500 ดวง หรือคิดเป็นกว่า 60% ของดาวเทียมทั้งหมดที่ใช้งานอยู่
นอกเหนือจากดาวเทียมที่ยังทำงานอยู่แล้ว บนท้องฟ้ายังเต็มไปด้วย วัตถุในวงโคจรอื่น ๆ เช่น ดาวเทียมที่หมดอายุการใช้งาน ชิ้นส่วนจรวด และเศษซากจากการชนกัน ซึ่งเมื่อรวมทั้งหมดแล้วมีมากกว่า 45,000 ชิ้น วัตถุเหล่านี้กลายเป็นสิ่งที่เรียกว่า ขยะอวกาศ (Space Debris) ซึ่งหากไม่มีการจัดการที่ดี อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อดาวเทียมที่ยังใช้งานอยู่ได้
ถึงแม้ว่าวงโคจรรอบโลกจะมีวัตถุจำนวนมาก แต่ความเสี่ยงที่ดาวเทียมจะชนกันถูกควบคุมด้วยกลไกและมาตรการหลายประการ
-
การจัดวางวงโคจรอย่างเป็นระบบ
ดาวเทียมถูกส่งขึ้นไปในวงโคจรที่มีระดับความสูงและระนาบต่างกัน ทำให้โอกาสโคจรมาชนกันลดลงอย่างมาก -
ทิศทางการโคจรที่สอดคล้องกับการหมุนของโลก
ดาวเทียมส่วนใหญ่โคจรไปในทิศทางเดียวกับโลกหมุน ส่งผลให้ความเร็วสัมพัทธ์ระหว่างวัตถุในวงโคจรต่ำลง ลดโอกาสเกิดการชน -
การเฝ้าระวังและติดตามโดยหน่วยงานอวกาศ
องค์กรต่าง ๆ เช่น กองบัญชาการอวกาศสหรัฐฯ (USSPACECOM) และเครือข่ายเฝ้าระวังอวกาศทั่วโลก ใช้ทั้งกล้องโทรทรรศน์และเรดาร์เพื่อตรวจจับและติดตามเส้นทางของทุกวัตถุ ไม่ว่าจะเป็นดาวเทียมที่ทำงานอยู่หรือขยะอวกาศที่เคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงหลายกิโลเมตรต่อวินาที -
การคำนวณและพยากรณ์การโคจรอย่างต่อเนื่อง
ระบบติดตามจะคำนวณ Time of Closest Approach (TCA) หรือเวลาที่ดาวเทียมและวัตถุอื่นเข้าใกล้กันที่สุด หากพบว่ามีความเสี่ยงที่จะเข้าใกล้ในระยะอันตราย (เช่น น้อยกว่า 1 กิโลเมตร) เจ้าของดาวเทียมจะได้รับการแจ้งเตือนล่วงหน้าหลายวัน -
การปรับวงโคจรเพื่อหลบหลีก
เจ้าของดาวเทียมสามารถสั่งปรับความเร็วหรือทิศทางเล็กน้อย เพื่อเปลี่ยนเส้นทางหลบหลีกวัตถุที่อาจชนได้ และเมื่อพ้นจากจุดเสี่ยงแล้ว ดาวเทียมจะถูกปรับกลับสู่วงโคจรเดิม หากเป็นดาวเทียมที่ควบคุมได้ทั้งสองฝ่าย ก็จะต้องมีการประสานงานกันเพื่อหลีกเลี่ยงการปรับในทิศทางเดียวกันโดยไม่ตั้งใจ -
การจัดการดาวเทียมหมดอายุและลดขยะอวกาศ
เมื่อดาวเทียมหมดอายุการใช้งาน มักถูกย้ายไปยัง “วงโคจรสุสาน” (Graveyard Orbit) ที่อยู่สูงขึ้นเพื่อไม่ให้รบกวนวงโคจรหลัก หรือถูกปรับลดระดับลงเข้าสู่ชั้นบรรยากาศให้เผาไหม้ไป นอกจากนี้ การออกแบบดาวเทียมและจรวดรุ่นใหม่ยังคำนึงถึงการลดการสร้างขยะอวกาศให้น้อยที่สุด
แม้จะมีกลไกเหล่านี้ ความท้าทายก็ยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะเมื่อ จำนวนดาวเทียมขนาดใหญ่เพิ่มขึ้น และขยะอวกาศมีแนวโน้มสะสมมากขึ้น หากเกิดเหตุการณ์การชนกันครั้งใหญ่ เศษซากอาจสร้างปฏิกิริยาลูกโซ่ตามทฤษฎี Kessler Syndrome ทำให้พื้นที่วงโคจรยิ่งแออัดและอันตราย การจัดการ “การจราจรในอวกาศ” (Space Traffic Management) จึงกลายเป็นประเด็นสำคัญที่ทั่วโลกต้องร่วมมือกันดูแลอย่างจริงจังในอนาคต.
AI วิเคราะห์เลขท้าย 2 ตัว งวดวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 69..โดยใช้สถิติย้อนหลัง 20 ปี
มหาวิทยาลัยในประเทศไทย ที่มีจำนวนนักศึกษามากที่สุด
อาชีพสำคัญในประเทศไทย ที่คนไทยไม่นิยมทำเป็นอาชีพ
รวม เลขปฏิทินจีน งวด 16/2/69
มหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงที่สุดในภาคอีสาน
กระทรวงที่ร่ำรวยที่สุด ได้รับงบประมาณมากที่สุดในประเทศไทย
5 อันดับประเทศที่มีค่าไฟฟ้า'ถูก'ที่สุดในโลก
สายพันธุ์ข้าวที่คนนิยมที่สุด มีการบริโภคมากเป็นอันดับหนึ่งของโลก
อำเภอเดียวในประเทศไทย ที่มีป้ายทะเบียนรถเป็นของตัวเอง
วิเคราะห์เพลง "ควายหาย" สุรพล สมบัติเจริญ: สถาบันความเชื่อและการต่อรองเชิงอำนาจในวิถีชาวนา
ส่องข้อกฎหมายปม "ปู - เด๋อ" เมื่อรัก 29 ปีต้องพ่ายให้กับทะเบียนสมรส
ช็อกนักท่องเที่ยว! พบหมึกยักษ์เกยตื้นหาด Long Beach เคปทาวน์ คาดอาจปะทะวาฬสเปิร์มก่อนตๅย
ประเทศที่นิยมปลาร้าไทย นำเข้าปลาร้าจากไทยมากเป็นอันดับหนึ่ง
เพชรสังเคราะห์จีน ทำมูลค่าเพชรแท้ทั่วโลกดิ่ง คุณสมบัติทางกายภาพและเคมีเทียบเพชรจริง
เหลือเชื่อ! ผู้โดยสารขึ้นเครื่องผิดลำ บินมาราธอนข้ามโลกไปโผล่อีกทวีป




