หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

📱 เด็กชายวัย 13 ไขมันพอกตับเพราะ "ติดมือถือ" เกินวันละ 10 ชั่วโมง! เรื่องจริงที่พ่อแม่อาจไม่ทันคิด

เนื้อหาโดย sansanti

 

เมื่อวานผมไปอ่านเจอข่าวจาก Sanook แล้วต้องหยุดอ่านแล้วนั่งคิดยาวเลยครับ เพราะมันเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวมากกว่าที่คิด คือกรณีของ เด็กชายวัย 13 ปีชาวไต้หวัน ที่อยู่ดี ๆ ก็กลายเป็นผู้ป่วยไขมันพอกตับ ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้ดื่มเหล้าเลยสักหยด แถมยังไม่มีโรคเบาหวานหรือความดันใด ๆ ทั้งสิ้น

สาเหตุที่หมอสรุปไว้คือ... “ติดมือถือหนักเกินไป”

หมอเล่าว่า ช่วงปิดเทอมที่ผ่านมา เด็กคนนี้ใช้ชีวิตอยู่กับมือถือแบบ non-stop มากกว่า 10 ชั่วโมงต่อวัน แทบไม่ได้ขยับตัวออกกำลังกายเลย ซึ่งเป็นเวลาที่สูงมากจนพาไปสู่ “ภาวะไขมันพอกตับระดับปานกลาง” ค่าตับพุ่ง ค่าไตรกลีเซอไรด์สูง และเริ่มมีภาวะดื้อต่ออินซูลินแล้วด้วย

ฟังดูเหมือนเว่อร์ใช่มั้ยครับ? แต่พอผมลองไปหาข้อมูลต่อ ก็เจองานวิจัยจากอเมริกาที่ชี้ตรงกันเลยว่าเด็กที่ใช้เวลาอยู่หน้าจอเกิน 5 ชั่วโมงต่อวัน มีความเสี่ยงเป็นไขมันพอกตับ มากกว่าเด็กที่ใช้น้อยกว่าสองเท่า! และจริง ๆ ไม่ได้มีแค่ตับนะ แต่ยังเสี่ยงต่อความอ้วน ความดันสูง น้ำตาลในเลือดพุ่งตามมาด้วย

 

สิ่งที่น่าคิดคือ… บางทีเรามัวแต่ห่วงไม่ให้ลูกติดเกมหรือเสพเนื้อหารุนแรง แต่ดันลืมไปว่าแค่ “นั่งจ้องหน้าจอเฉย ๆ” ก็เสี่ยงสุขภาพพังได้เหมือนกัน

หมอเขาแนะนำไว้แบบนี้ครับ:

จำกัดเวลาใช้หน้าจอในเด็ก ไม่เกิน 1-2 ชั่วโมงต่อวัน

หมั่นพาเด็กออกไปเคลื่อนไหว วิ่งเล่น ปั่นจักรยาน หรือแค่เดินเล่นบ้างก็ยังดี

เลี่ยงการกินจุบจิบระหว่างดูมือถือ โดยเฉพาะขนมหวาน น้ำอัดลม

และควรตรวจสุขภาพลูก ๆ โดยเฉพาะเด็กที่มีน้ำหนักเกินหรืออ้วน เพราะเสี่ยงไขมันพอกตับได้แบบไม่รู้ตัว


สรุปเลยคือ... มือถือไม่ใช่ผู้ร้าย แต่พฤติกรรมแบบนั่งนิ่ง ๆ ทั้งวันต่างหากที่น่ากลัว
ใครมีลูกหลานอยู่ในวัยนี้ ลองแอบสังเกตพฤติกรรมดูนะครับ ไม่ใช่แค่เรื่องสายตาหรือสมาธิ แต่สุขภาพภายในเขาก็สำคัญมากเหมือนกัน


---

📌 แหล่งที่มา:

ข่าวต้นฉบับจาก: Sanook

งานวิจัยเกี่ยวกับ screen time & ไขมันพอกตับ: HCPLive.com

ข้อมูลเสริมจากแพทย์ไทย: โรงพยาบาลสมิติเวช

 

---

#แท็ก:
#เด็กติดมือถือ #ไขมันพอกตับ #สุขภาพเด็ก #พฤติกรรมเสี่ยง #ข่าวสุขภาพ #เทคโนโลยีกับเด็ก #ติดจออันตราย #สุขภาพครอบครัว

เนื้อหาโดย: sansanti
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
sansanti's profile


โพสท์โดย: sansanti
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
AI พลิกโฉมวงการ "หนังสั้นของจีน"..ไม่รู้งานนี้มีคนตกงานหรือไม่ ?สิบเลขขายดี สลากตัวเลขสามหลัก N3 งวด 17/1/69ทำไมคุณไม่ควรใส่เกลือ เมื่อเริ่มเคี่ยวกระดูก?เมืองโบราณลึกลับในตำนาน ที่อยู่ในเขตพื้นที่ของประเทศกัมพูชาธนาคารสัญชาติไทย ที่ทำกำไรได้มากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งนักสกีอังกฤษวัย 50 ปีถูกหิมะฝังลึก 2.5 เมตร เสียชีวิต ขณะกู้ภัย 50 นายค้นหานานหลายชั่วโมง หลังเกิดเหตุมีผู้เสียชีวิตรวม 6 คนในพื้นที่เสี่ยงสูง.แรงงานเขมร 30 คน แฉ เขมรประสบกับปัญหาเศรษฐกิจสุดย่ำแย่ประชาชนไม่มีงาน ราคาสินค้าแพง ยอมทิ้งบ้านเกิดเข้ามาหางานในประเทศไทย สุดท้ายเจ้าหน้าที่รวบตัวดำเนินคดีตามกฎหมายมัดรวมเลขเด่น 3 เจ้าแม่ดัง! เจ๊นุ๊ก-เจ๊ฟองเบียร์-แม่น้ำหนึ่ง ลุ้นโชคงวด 17 ม.ค. 69"กินสี่ถ้วย" มรดกหวานล้ำจากแผ่นดินพระร่วง ธรรมเนียมมงคลที่เชื่อมสองตระกูลเป็นหนึ่งเดียวเบื้องหลัง "ซูชิแซลมอน" จากเมนูที่คนญี่ปุ่นปฏิเสธ สู่ความสำเร็จระดับโลกด้วยฝีมือชายนอร์เวย์สาว "กัมพูชา" พ่นสีทองทั้งตัว..!! นั่งสามล้อปั่นรอบเมือง แล้วจากนั้นก็บอกว่านี่แหละ คือชุด "เขมรโบราณ"ชาวโซเชียล ไทย ฮือฮา เต้ มงคลกิตติ์ นำเสนอ 5 นโยบายหลักที่ประเทศไทยต้องจารึกไว้ในประวัติศาสตร์การเมือง
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ธนาคารสัญชาติไทย ที่ทำกำไรได้มากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง
ล็อก 100 เป้าหมาย! ไทยเดินหน้าปฏิบัติการกดดันกัมพูชา – เป้าหมายชัด “รบให้สุด…หยุดเมื่ออีกฝ่ายยอม”สหรัฐ–ยุโรป–รัสเซีย–จีน “ไฟเขียว” ไทยตอบโต้กัมพูชา? นักวิเคราะห์ชี้เป็นโอกาสเชิงยุทธศาสตร์ไม่ค่อยเกิดขึ้นบ่อย! 🔥เกมพลิกกลางอากาศ! คลิปรายการดังชำแหละ “ดราม่าไทย–กัมพูชา” สื่อตะวันตกชี้ชัดใครเริ่มก่อน?ทำไมสุนัขถึงรู้ว่าเจ้าของกำลังจะกลับบ้าน? ไม่ได้เดา มัน “รู้จริง” นะ
ตั้งกระทู้ใหม่