ฉีด Radiesse Biostimulator ฟื้นฟูคอลลาเจนชั้นลึก พร้อมปรับปรุงคุณภาพผิว
เขียนโดย chalisa18
ฉีด Radiesse Biostimulator ฟื้นฟูคอลลาเจนชั้นลึก พร้อมปรับปรุงคุณภาพผิว
Biostimulator ถือเป็นเทคโนโลยีที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในวงการความงามระดับโลก ด้วยคุณสมบัติที่ไม่เพียงแค่ช่วยเติมเต็มปริมาตรใต้ผิว แต่ยังสามารถกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินจากภายใน ส่งผลให้ผิวดูเต่งตึง เรียบเนียน และอ่อนกว่าวัยอย่างยาวนาน
ในบทความนี้ รมย์รวินท์คลินิกจะพาคุณไปรู้จักกับ Radiesse Biostimulator ว่าแท้จริงแล้วคืออะไร? มีส่วนประกอบอะไรบ้าง? ช่วยเรื่องผิวอย่างไร? และใครบ้างที่เหมาะกับการฉีด Radiesse เพื่อฟื้นฟูผิวจากภายในอย่างแท้จริง
Radiesse Biostimulator คืออะไร?
Radiesse Biostimulator คือสารกระตุ้นคอลลาเจนที่มีส่วนประกอบหลักเป็น Calcium Hydroxylapatite (CaHA) แร่ธาตุที่พบได้ในกระดูกและฟันของมนุษย์ มาในรูปแบบเนื้อเจลสีขาวขุ่น มีความหนืดสูง เมื่อฉีดเข้าสู่ผิว จะช่วยเติมเต็มปริมาตรผิวที่ฝ่อลง พร้อมกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินตามธรรมชาติ ทำให้ผิวแน่นฟู เรียบเนียน และกระชับยาวนาน โดยผลลัพธ์อาจคงอยู่ได้นานถึง 24 เดือน ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล
Radiesse Biostimulator มีส่วนประกอบอะไรบ้าง?
Radiesse Biostimulator มีส่วนผสมหลัก 2 ชนิด ได้แก่
- Calcium Hydroxylapatite (CaHA): อนุภาคไมโครสเฟียร์ขนาด 25–45 ไมครอน ซึ่งพบได้ในกระดูกและฟันของมนุษย์ มีคุณสมบัติกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ทำให้ผิวแข็งแรง ยืดหยุ่น และเต่งตึงอย่างยาวนาน
- Carboxymethylcellulose (CMC) Gel: เจลนำพา CaHA เข้าสู่ชั้นผิว ช่วยเติมเต็มผิวทันทีหลังฉีด โดยเจลจะค่อย ๆ สลายตัวเองภายใน 1–3 เดือน และถูกแทนที่ด้วยคอลลาเจนใหม่ที่ร่างกายสร้างขึ้นตามธรรมชาติ
Radiesse Biostimulator มีกระบวนการทำงานอย่างไร?
เมื่อฉีด Radiesse Biostimulator เข้าสู่ผิว สาร CaHA จะช่วยเติมเต็มผิวทันที พร้อมทำหน้าที่เป็นโครงสร้าง 3 มิติ (3D Matrix) เพื่อกระตุ้นเซลล์ Fibroblast ให้สร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ ส่งผลให้ผิวแข็งแรง ยืดหยุ่น และเรียบเนียนอย่างเป็นธรรมชาติ
Radiesse Biostimulator มีจุดเด่นอะไร?
Radiesse Biostimulator มีคุณสมบัติพิเศษในการกระตุ้นให้ร่างกายสร้างสารสำคัญที่มีบทบาทต่อสุขภาพผิวถึง 5 ชนิด ได้แก่:
- เพิ่ม Collagen Type I ได้ถึง 150%
- เพิ่ม Collagen Type III ได้ถึง 130%
- กระตุ้นการสร้าง Elastin ได้มากถึง 260%
- ส่งเสริมการผลิต Proteoglycan ซึ่งช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นในผิว
- กระตุ้น Angiogenesis หรือการสร้างเส้นเลือดใหม่ในชั้นผิว เพิ่มการไหลเวียนและบำรุงผิวจากภายใน
ฉีด Radiesse Biostimulator ให้ผลลัพธ์อะไร?
หลังการฉีด Radiesse ร่างกายจะค่อย ๆ สร้างคอลลาเจนใหม่อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ผิวฟื้นฟูลึกจากภายใน พร้อมให้ผลลัพธ์ 3 ประการที่แตกต่าง:
- Healthier : ผิวแน่น กระชับ เรียบเนียน ดูอิ่มฟูและสุขภาพดี
- Younger : ริ้วรอยจางลง ผิวยกกระชับ ดูอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติ
- Longer : ผิวมีคุณภาพดีขึ้นอย่างยั่งยืน พร้อมชะลอความเสื่อมในระยะยาว
ฉีด Radiesse Biostimulator ตำแหน่งไหนได้บ้าง?
Radiesse สามารถใช้ฉีดได้ในหลายจุดเพื่อฟื้นฟูผิวและเติมเต็มปริมาตร โดยบริเวณที่นิยม ได้แก่:
- หน้าแก้ม : เพิ่มความแน่นฟูและคอลลาเจน
- ร่องแก้ม / ร่องน้ำหมาก : เติมเต็มร่องลึกให้ดูตื้นขึ้น ผิวกระชับ
- หลุมสิว : ช่วยให้ผิวเรียบเนียนขึ้น
- ลำคอ : ลดความหย่อนคล้อยและรอยเหี่ยวย่น
- หลังมือ : เติมเต็มริ้วรอย คืนความเต่งตึง
ฉีด Radiesse Biostimulator เหมาะกับใคร?
- ผู้ที่มีผิวเสื่อมสภาพตามวัย โดยเฉพาะอายุ 30 ปีขึ้นไป
- ผู้ที่ต้องการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน
- ผู้ที่มีริ้วรอย ร่องลึก ผิวหย่อนคล้อย หรือขาดความกระชับ
- ผู้ที่มีผิวบาง ยุบตัว ขาดวอลลุ่ม หรือไม่เรียบเนียน
- ผู้ที่มีหลุมสิว รอยแผลเป็น หรือรูขุมขนกว้าง
- ผู้ที่ผิวแห้ง ขาดน้ำ หยาบกร้าน และดูโทรม
- ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูคุณภาพผิวอย่างยั่งยืน
คำแนะนำ: ควรปรึกษาแพทย์ก่อนฉีด พร้อมแจ้งประวัติสุขภาพ โรคประจำตัว การแพ้ ยา หรือการรักษาอื่น ๆ อย่างครบถ้วน
Radiesse Biostimulator ไม่เหมาะกับใคร?
- ผู้ที่ตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร
- ผู้ที่แพ้ส่วนประกอบของ Radiesse
- ผู้ที่มีปัญหาเลือดออกง่าย หรือใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด
- ผู้ที่มีโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง
- ผู้ที่มีการติดเชื้อผิวหนัง สิวอักเสบ เริม หรือผื่นแพ้
- ผู้ที่มีประวัติเป็นแผลคีลอยด์ง่าย
คำแนะนำ: ควรปรึกษาแพทย์ก่อนฉีด พร้อมแจ้งประวัติสุขภาพ โรคประจำตัว การแพ้ ยา หรือการรักษาอื่น ๆ อย่างครบถ้วน
ฉีด Radiesse Biostimulator ช่วยเรื่องอะไร?
Radiesse ช่วยฟื้นฟูผิวอย่างครอบคลุม โดยให้ผลลัพธ์ที่หลากหลาย ได้แก่:
- กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่
- เติมเต็มผิวที่ยุบตัว และเพิ่มวอลลุ่ม
- ยกกระชับ ลดริ้วรอย ร่องลึก และความหย่อนคล้อย
- เพิ่มความแน่น ยืดหยุ่น และความชุ่มชื้นให้ผิว
- กระชับรูขุมขน ลดหลุมสิว รอยแผลเป็น
- ปรับผิวให้เรียบเนียน สดใส และดูสุขภาพดี
- ฟื้นฟูโครงสร้างและคุณภาพผิวจากภายใน
ฉีด Radiesse Biostimulator ดีอย่างไร?
- กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน Type 1 และ 3
- เห็นผลเร็วและต่อเนื่องจากการสร้างคอลลาเจนใหม่
- ผลลัพธ์อยู่ได้นานถึง 24 เดือน ไม่ต้องฉีดบ่อย
- ไม่อันตราย ไม่กระตุ้นภูมิคุ้มกัน หรือแพ้หลังฉีด
- เหมาะกับปัญหาผิวหลากหลาย เช่น ผิวหย่อนคล้อย ริ้วรอย รูขุมขนกว้าง และหลุมสิว
- สารประกอบเป็นธรรมชาติ มีงานวิจัยรองรับมากกว่า 250 ฉบับ
- ได้รับการรับรองจาก อย. อย่างถูกต้อง
ฉีด Radiesse Biostimulator กับ ฉีดฟิลเลอร์ ต่างกันไหม?
ความแตกต่างระหว่าง Radiesse Biostimulator กับฟิลเลอร์
Radiesse Biostimulator
- ส่วนประกอบหลัก: Calcium Hydroxylapatite (CaHA)
- ทำงานโดยเติมเต็มปริมาตรและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิว
- เนื้อเจลแข็ง เหมาะกับการฉีดลึก
- ผลลัพธ์มีทั้งระยะสั้น (เติมเต็มทันที) และระยะยาว (กระตุ้นคอลลาเจน)
- อยู่ได้นานถึง 24 เดือน ขึ้นอยู่กับสภาพผิว
ฟิลเลอร์
- ส่วนประกอบหลัก: Hyaluronic Acid (HA)
- เติมเต็มริ้วรอย ร่องลึก และยกกระชับเฉพาะจุด
- เนื้อเจลหลากหลายแบบ ตามความยืดหยุ่นและการกระจายตัว
- เห็นผลรวดเร็วและชัดเจน
- อยู่ได้นาน 6–18 เดือน ขึ้นอยู่กับสภาพผิว
ก่อนฉีด Radiesse Biostimulator ควรเตรียมตัวอย่างไร?
- เข้ารับการประเมินใบหน้าจากแพทย์
- งดยาและอาหารเสริมที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด เช่น แอสไพริน ไอบูโพรเฟน และวิตามินบางชนิด
- งดสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์
- งดใช้ผลิตภัณฑ์ระคายเคืองผิว เช่น AHA หรือ BHA
- งดออกกำลังกายหนัก หรือกิจกรรมที่ทำให้เลือดสูบฉีด
- นอนหลับให้เพียงพอเพื่อร่างกายพร้อมรับการฉีด
การฉีด Radiesse Biostimulator มีขั้นตอนอะไรบ้าง?
- ปรึกษาและประเมินผิว
แพทย์วิเคราะห์ปัญหาและวางแผนการรักษาให้เหมาะสม - เตรียมผิวก่อนฉีด
ผู้ช่วยแพทย์ทำความสะอาดผิว และทายาชาหรือฉีดยาชาเฉพาะจุด - ตรวจสอบผลิตภัณฑ์
ผู้รับบริการสามารถตรวจสอบความแท้ของ Radiesse ผ่านเลข Lot หรือ QR Code - ฉีด Radiesse โดยแพทย์
แพทย์ฉีดสารในบริเวณที่วางแผนไว้ ตามเทคนิคที่เหมาะสม - คำแนะนำหลังฉีด
แพทย์ให้คำแนะนำการดูแลตัวเองและนัดติดตามผล
หลังฉีด Radiesse Biostimulator ควรปฏิบัติตัวอย่างไร?
- หลีกเลี่ยงการจับ นวด หรือกดทับบริเวณที่ฉีด
- งดแต่งหน้าในวันแรก
- หลีกเลี่ยงแสงแดดและความร้อนสูง
- งดนอนคว่ำหรือตะแคง ควรนอนหมอนสูงเล็กน้อย
- งดสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์
- งดใช้ผลิตภัณฑ์ระคายเคืองผิว เช่น AHA, BHA
- งดออกกำลังกายหนักหรือเคลื่อนไหวรุนแรง
- ดื่มน้ำมาก ๆ และพักผ่อนให้เพียงพอ
ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจากการฉีด Radiesse Biostimulator
- ทันทีหลังฉีด: เติมเต็มปริมาตรผิว ลดริ้วรอย ร่องลึก เห็นผลคล้ายฟิลเลอร์
- หลัง 1 เดือน: ผิวยืดหยุ่น อิ่มฟู และเรียบเนียนขึ้น จากการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน
- หลัง 6–24 เดือน: โครงสร้างผิวแข็งแรง กระชับ และดูอ่อนเยาว์ขึ้นอย่างยาวนาน
Radiesse Biostimulator ช่วยเติมเต็มปริมาตรผิวในระยะสั้น พร้อมกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนระยะยาว ทำให้ผิวแน่นกระชับ อิ่มฟู และดูอ่อนเยาว์ เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อย ริ้วรอย ร่องลึก หรือผิวขาดน้ำ ผลลัพธ์คงทนนานถึง 24 เดือน ขึ้นกับสภาพผิวแต่ละคน หากสนใจฟื้นฟูผิวด้วย Radiesse สามารถปรึกษาและประเมินสภาพผิวได้ที่ รมย์รวินท์คลินิก
5 จังหวัด เมืองเกษียณ ที่คนวัย 30+ แห่ไปจองที่ดิน ค่าครองชีพถูก
จังหวัดไหนของไทย กำลังถูกมองว่าเป็นอนาคตความเจริญรุ่งเรืองของไทย
บริษัทผลิตรถไถสัญชาติไทย ที่ประสบความสำเร็จและเป็นที่รู้จักมากที่สุด
สะพานที่ข้ามแหล่งน้ำจืดที่มีความยาวมากที่สุดในประเทศไทย
พื้นที่จังหวัดที่มาแรงที่สุดในฐานะเมืองหลวงแห่งที่2ของไทย
ผลหวยงวด 16 เมษายน 2569 ออกแล้ว ตรวจครบทุกเลขที่นี่
จังหวัดจับปลาหมึกได้มากที่สุด 5 อันดับแรกของประเทศไทย
ธงชาติที่ไม่ใช่ทรงสี่เหลี่ยม เพียงหนึ่งเดียวเท่านั้นที่มีในโลก
"เมือง"ที่อากาศเย็นกำลังดีตลอดทั้งปี
จังหวัดที่มีอุตสาหกรรมน้อยมากที่สุดในประเทศ
3ชนิดต้นไม้ “หน้าบ้าน” ที่เน้นความสวยงามและความเขียวสดตลอดปี
กินแล้วอย่าทิ้งเมล็ด! 5 ผลไม้ "ปลูกต่อได้" ในกระถาง เปลี่ยนระเบียงบ้านให้เป็นสวนผลไม้จิ๋ว 🌳🍋
สภาพ “เอริญ” วง ENO เขมร เงียบเหงาช่วงสงกรานต์ หลังไร้งาน ไม่มีคอนเสิร์ต
คน 8 คนทำลายสถิติโลกกินเนสส์ด้วยการวิ่ง 80 กิโลเมตรใน 24 ชั่วโมงพร้อมกับกินอาหารไปด้วย
ยอดพุ่งเฉียด 6,200 คดี! ปิดจ็อบสงกรานต์ 69 "เชียงใหม่" ยืนหนึ่งแชมป์เมาขับสะสม กรมคุมประพฤติเข้มดัดนิสัย
เครื่องบินรบรุ่นสุดทันสมัย ที่กองทัพของไทยต้องการซื้อมากที่สุด
ไขความลับมะม่วง 5 สายพันธุ์ยอดฮิต คนไทยกินมากที่สุด




