“เสวยต้น” และ “ประพาสต้น” ต่างกันอย่างไร?
เมื่อกล่าวถึงพระราชกรณียกิจในอดีตของพระมหากษัตริย์ไทย หลายท่านอาจเคยได้ยินคำว่า “ประพาสต้น” ในรัชกาลที่ 5 และ “เสวยต้น” ในรัชกาลที่ 6 ซึ่งแม้จะมีคำว่า “ต้น” ปรากฏอยู่เช่นเดียวกัน แต่ในข้อเท็จจริงแล้ว พระราชกิจทั้งสองอย่างมีความหมายและบริบทที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
“ประพาสต้น” ในรัชกาลที่ 5
ประพาสต้น เป็นพระราชกรณียกิจสำคัญในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ซึ่งทรงเสด็จประพาสหัวเมืองต่าง ๆ ทั่วราชอาณาจักร โดยเสด็จอย่างไม่เป็นทางการ ไม่โปรดให้มีพิธีรับเสด็จแบบราชสำนัก เรียกได้ว่าเป็นการเสด็จอย่าง “สามัญ” เพื่อใกล้ชิดกับราษฎรและทรงตรวจสอบการบริหารราชการแผ่นดินอย่างเป็นกันเอง
พระองค์ทรงฉลองพระองค์แบบสามัญชน เรียกว่า “ทรงเครื่องต้น” และประทับแรม ณ ที่ใดก็ได้ตามพระราชหฤทัย โดยไม่กำหนดไว้ล่วงหน้า และไม่มีการตั้งท้องตราให้หัวเมืองเตรียมรับเสด็จล่วงหน้าแต่อย่างใด
พระราชกรณียกิจประพาสต้นมีบันทึกไว้ 2 ครั้ง ได้แก่
ครั้งแรก ในปี ร.ศ. 123 (พ.ศ. 2447)
ครั้งที่สอง ในปี ร.ศ. 125 (พ.ศ. 2449)
นับเป็นการวางรากฐานของพระมหากษัตริย์ที่เข้าถึงราษฎร และแสดงพระราชประสงค์ให้ข้าราชการทุกระดับมีความตระหนักในการดูแลบ้านเมืองอย่างใกล้ชิด
“เสวยต้น” ในรัชกาลที่ 6
เสวยต้น เป็นพระราชประเพณีที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ทรงถือปฏิบัติเป็นกิจวัตรตลอดรัชสมัย โดยเฉพาะในช่วงพระกระยาหารกลางวัน พระองค์โปรดให้ประทับเสวยพระกระยาหารอย่างเรียบง่ายบนพื้น ไม่โปรดการตั้งโต๊ะเสวยแบบราชสำนัก
แม้พระองค์จะทรงศึกษา ณ ประเทศอังกฤษตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ แต่เมื่อเสด็จนิวัติสู่พระนครแล้ว กลับทรงยึดถือแบบแผนดั้งเดิมตามพระราชนิยมของพระราชบิดา และทรงเน้นอาหารไทยแบบพื้นบ้านที่ประณีตงดงามในการปรุงถวาย
ลักษณะการเสวยนั้นจัดเป็นหมวดหมู่ ครบถ้วนด้วยคาว หวาน ผัก เครื่องจิ้ม เครื่องแนม โดยมีเครื่องราชูปโภคสำคัญ เช่น พระสุพรรณภาชน์ หรือพานปากแบน ซึ่งเรียกกันสามัญว่า “โต๊ะ”
พระราชประเพณี เสวยต้น ดำเนินมาจนถึงวันที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2468 ซึ่งเป็นวันที่พระองค์ทรงพระประชวร และต่อมาเพียงสองสัปดาห์ก็เสด็จสวรรคต
คำราชาศัพท์ รัชกาล ความหมายหลัก ลักษณะ
ประพาสต้น รัชกาลที่ 5 เสด็จเยี่ยมราษฎรโดยไม่เป็นทางการ เป็นการเสด็จประพาสในลักษณะสามัญ
เสวยต้น รัชกาลที่ 6 เสวยอาหารแบบเรียบง่ายตามธรรมเนียมไทย เป็นการเสวยพระกระยาหารโดยประทับกับพื้น
แม้ทั้งสองคำจะลงท้ายว่า “ต้น” เหมือนกัน แต่ “ต้น” ในที่นี้หมายถึงความเรียบง่าย หรือพื้นฐานสามัญ” อันสะท้อนพระราชนิยมของทั้งสองพระองค์ที่เน้นการลดพิธีรีตองบางประการ เพื่อมุ่งสู่ความใกล้ชิดกับราษฎร และเน้นความเรียบง่ายแบบไทยเดิม
เขียนโดย หนึ่งล้านเรื่องเล่า
เลขปฏิทินหลวงพ่อรวย งวด 1 ตุลาคม 69
อำเภอที่เจริญที่สุด มีเศรษฐกิจดีที่สุดในประเทศไทย
เปิดหลักฐานความทาสแมว 1,000 ปี! เรื่องเล่าของเจ้าเหมียวแห่งเส้นทางสายไหม... บาดเจ็บ-ฟันร่วงหมดปาก แต่คนก็ยังป้อนข้าวดูแลจนวันตาย!
ผลสลากกินแบ่งรัฐบาลงวดวันที่ 1 ตุลาคม ย้อนหลัง 5 ปี
จากดินแดนภารตะสู่ดินแดนสุวรรณภูมิ... พุทธศาสนาเดินทางมาถึงบ้านเราได้อย่างไร?
เทียบ 5 สำนักงวด 1 ต.ค. 69 เลขไหนซ้ำกัน? 3-5-8 โผล่หลายโพย
ไม่ใช่ญาติ แล้วทำไมคนไทยเรียกกันว่า “พี่ ป้า น้า อา”? คำเรียกญาติกำลังทำอะไรกับระยะห่างของคน
โอกาส 1 ในล้านที่จะถูกลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 มันยากขนาดไหนกัน?
เปิดรายได้ยุคล่าอณานิคมฉาวโฉ่ของอังกฤษ รวยจากขายฝิ่น ได้เงินกี่บาท?
ปฏิทินคำชะโนด 1 ต.ค. 69 เลข 56-08-69 เปิดอีกชั้น 95 จากวันออกรางวัล
ไขปริศนาใกล้ตัว: รูเล็กๆ บนขาปลั๊กไฟ มีไว้ทำไมและช่วยอะไรได้บ้าง
รางวัลที่ 1 เลขไหนที่ไม่ค่อยโผล่มา? ดูสถิติ 478 งวดแล้วจะเข้าใจว่าทำไมเราถึงไม่ถูกสักที
เปิดหลักฐานความทาสแมว 1,000 ปี! เรื่องเล่าของเจ้าเหมียวแห่งเส้นทางสายไหม... บาดเจ็บ-ฟันร่วงหมดปาก แต่คนก็ยังป้อนข้าวดูแลจนวันตาย!
จากดินแดนภารตะสู่ดินแดนสุวรรณภูมิ... พุทธศาสนาเดินทางมาถึงบ้านเราได้อย่างไร?
เปิดรายได้ยุคล่าอณานิคมฉาวโฉ่ของอังกฤษ รวยจากขายฝิ่น ได้เงินกี่บาท?
ผลสลากกินแบ่งรัฐบาลงวดวันที่ 1 ตุลาคม ย้อนหลัง 5 ปี
ช็อค! พบจระเข้หลุด 4 ตัว ในพื้นที่เขาฉกรรจ์ จ.สระแก้ว..ชาวบ้านรีบหนีปีนขึ้นต้นไม้
ทำไมเคเบิลไทร์รูดเข้าได้ แต่ดึงย้อนกลับไม่ได้? ความลับอยู่ในเขี้ยวเล็ก ๆ ที่หัวสาย


