หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

เมื่อโควิดระบาดประเทศไทยปิดประเทศ กลับบ้านไม่ได้ เดินทางมาต่อวีซ่าที่เวียดนาม

เนื้อหาโดย Jamsaengpoo

      ความเงียบเข้าครอบงำในทุกประเทศ แม้ประเทศตนเองก็ยังคงกลับไม่ได้  หนึ่งเดือนที่พยายามจะกลับไทย แต่ต้องรอหนังสืออนุญาติบอกได้กลับได้เลย หากว่าหนังสือนั้นออก จะต้องออกภายในสองวันทันไหม เดินทางจองตั๋วเร็วไว ขึ้นรถได้เขาประเทศไปกักตัว 14 วัน 

   ช่วงเวลาที่ไม่สามารถที่จะกลับประเทศได้ตอนนั้นถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีที่หาได้ยากมาก ช่วงนั้นเป็นช่วงที่กลับไปสอนในประเทศอีกครั้งแต่เป็นครั้งที่ยากมากเพราะว่ามีการระบาดของโรคโควิดนั้นระบาดเป็นครั้งที่สองและระบาดหนักมาก ในประเทศบ้านเรานั้นเป็นโควิดมากกว่าห้าพันคนในแต่ละวัน และมีการเสียชีวิตนั้นนับได้น่าจะเสียชีวิตหนึ่งพันกว่าคน จนไม่มีเงินแม้จะทำศพ ให้โรงพยาบาลนั้นจัดการให้เลย  

     สถานการณ์ที่ทำให้จะต้องกลับประเทศนั้นเพราะว่าวีซ่านั้นได้หมดไปแล้ว พยายามแล้วกับการที่จะทำวีซ่าใหม่ ไม่ว่าจะไปสถานทูตของกัมพูชา คนที่มีประสบการณ์ในการทำวีซ่าได้ แต่ก็ไม่มีใครที่สามารถที่จะทำวีซ่าให้เรานั้นได้ เพราะว่าในนั้นเขียนไว้ว่า  หากว่าวีซ่านั้นหมดจะต้องออกนอกประเทศเท่านั้น แต่แล้วคนที่ทำวีซ่าแนะนำว่าหากว่าไม่สามารถที่จะกลับไทยได้ก็ลองไปตีตั๋วออกที่เวียดนามแล้วก็กลับเข้ามาใหม่ เขาทำให้ได้

    ตกลงเลือกที่จะเดินทางมาที่เวียดนามชายแดนที่จะข้ามไปประเทศเวียดนาม ใช้เวลาในการเดินทางเกือบจะสามชั่วโมงเพราะด้วยเส้นทางที่เรานั้นไม่เคยมาและ มาตามจีพีเอสโทรศัพท์บอก  นอกจากนั้นก็มาถึงช้ามาถึงต้องเดินข้ามไปอีกฝั่ง แต่เมื่อมาถึง เขาก็บอกกับเราว่า ไม่ได้มาตีตั๋วกลับที่นี่ไม่น่าได้ เพราะหลังจากที่เขาดูวีซ่าแล้ว จะต้องกลับเข้าไปที่เดียวคือกลับเข้าประเทศไทย ไม่สามารถทำอะไรกับวีซ่านี้ได้  

    สุดท้ายคือเรานั้นขับรถมาเที่ยวเล่นเท่านั้นเอง ไม่มีทางแล้ว หาทางมามากกว่าสามสี่ทาง ไปที่กงสุนของกัมพูชาแล้ว ไปที่สนามบิน ให้คนที่ต่อวีซ่าในกัมพูชาหลายเจ้าต้องยอมทำอะไรไม่ได้ เพราะจะถือเป็นการผิด

   ตอนนี้คือเรานั้นนั่งรถมาถึงแล้วเลยเดินเข้าไปทักทายเวียดนามหน่อย ชายแดนเวียดนามและกัมพูชาก็เหมือนกับไทยเลย แผ่นดินต่อกัน เพียงเดินข้ามเก้าเดียวก็ถึงแล้ว ประหนึ่งว่าขาหนึ่งอยู่กัมพูชาอีกขาหนึ่งอยู่เวียดนาม ที่นี่ถือเป็นด่านที่สามารถข้ามได้สบาย ไปกลับ ไปตอนเช้ากลับมาตอนเย็นยังได้เลย 

   หากว่าเรานั้นมองไปเบื้องหน้าคือเวียดนาม เรานั้นขับรถข้ามไปไม่นาน ก็ขับรถกลับเพราะว่ากลัวว่าจะกลับถึงพนมเปญค่ำ ระยะทางในการมาที่นี่คือ 98 กิโล แต่ว่าใช้เวลานานกว่าในการขับที่ไทย เพราะที่นี่นั้นจะไม่ขับรถเร็ว หากว่าขับเร็วอาจจะโดนตำรวจนั้นจับได้ จึงใช้เวลาค่อนข้างเยอะมาก 

   เราเองมายืนตรงนี้ คนฝั่งนั้นเรียกเรากลับว่า ช่วงนี้คนเวียดนามนั้นข้ามประเทศได้สบายไม่มีหนังสือผ่านแดนข้ามไปได้เลย เพราะช่วงของการระบาดโควิด ใส่หน้ากากให้เราเห็นว่าใช่คนเวียดนามเข้าไปได้เลย

    เราเองจึงมองหน้าคนขับรถว่า เขาคิดว่าเรานั้นเป็นคนเวียดนาม ทั้งที่เรานั้นมาติดต่อเรื่องวีซ่า แสดงว่าเขาไม่ได้อ่านชัดเจนไหม หากอ่านชัดเจนน่าจะได้ แต่จริงๆ แล้วไม่เพราะในวีซ่านั้นได้พูดชัดว่าหากว่าหมดสัญญาแล้ว จะต้องออกจากประเทศกัมพูชากลับประเทศไทยเท่านั้น เราจะทิ้งวีซ่าเดิมแล้วทำใหม่ก็ไม่ได้ ต้องออกไปไทยแล้วกลับเข้ามาใหม่ค่อยจะทำได้ 

   ตอนที่เรานั้นยืนในชายแดนทั้งสองประเทศ บรรยากาศตรงนี้ลมโกรกมาก อากาศในประเทศเวียดนามน่าจะอากาศเย็นเพราะว่าเรามองไปนั้นมีแต่ภูเขาสวยงามทั้งนั้น บรรยากาศน่าไปเที่ยว 

    เราอยู่ตรงนั้นประมาณชั่วโมงหนึ่งคุยเขาเข้าใจแล้วเราก็กลับพนมเปญเพื่อที่จะไปติดต่อสถานทูตไทยเพื่อขอหนังสือกลับไทย ใช้ระยะเวลาในการส่งและอนุมัติประมาณหนึ่งเดือน พออนุมัติออกมาปรากฎว่าออกด่านผิด ด่านนั้นออกได้แต่ว่าเมื่อเรานั้นออกไปแล้ว จะไม่มีรถไปต่อเราจะต้องไปกักตัวที่สระแก้วหรือไปกักตัวที่กรุงเทพฯ ลำบาก จึงเปลี่ยนสถานที่ออกทางด่านปอยเปต 

    และแล้วรออีกสามวันเราก็ได้อนุมัติในการกลับประเทศ รอหนังสือปริ้นออกมาเดินทางในคืนนั้นเลย  ในรถนั้นคนส่วนมากแม้แต่คนขับรถยังมองเราแล้วบอกว่าจะข้ามไปได้อย่างไร เดี๋ยวมันก็ได้กลับมา เราได้ฟังคิดในใจ ทำไมจะเข้าไม่ได้เรานั้นมีหนังสือแล้วสามารถไปหาใบรับรองความปลอดภัยหรือใบรับรองแพทย์จากชายแดน   สุดท้ายแล้วเราก็สามารถที่จะข้ามมาได้แต่ต้องเดินประมาณ 1 กิโลผ่านทั้งสองชายแดน แถมได้เดินกลับไปกลับมาด้วย เดินไปเอาใบรับรองแพทย์ แล้วกลับมาประทับตาอีก ที่สุดของที่สุดคือการข้ามประเทศ ระหว่างชายแดนสองประเทศในเวลาเดียวและคนเดียวด้วยไม่มีใครเลย มีเราคนเดียว เหมือนประเทศร้างมาก คงไม่มีใครที่มีประสบการณ์แบบนี้ เหมือนว่าวันนั้นจะมีคนมาด้วยแต่มีเราเพียงคนเดียว ทหารนั้นต้อนรับการกลับมาของเราอย่างดี กระเป๋าที่นำมานั้นถูกราดพ่นด้วยแอลกอฮอล์ ล้างแล้วล้างอีก จนเราจะเปื่อยคิดในใจตอนที่รายงานนั้นไทยน่าจะระบาดหนักกว่าที่ที่เราจากมา แทบไม่มีคนเป็นเยอะ มีข่าวเพียงสี่คน เขาก็แตกตื่นกันทั้งประเทศ

เนื้อหาโดย: Jamsaengpoo
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
Jamsaengpoo's profile


โพสท์โดย: Jamsaengpoo
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: Jamsaengpoo
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
สิบเลขขายดี สลากตัวเลขสามหลัก N3 งวด 17/1/69อาชีพสำคัญในประเทศไทย ที่กำลังขาดแคลนและเป็นที่ต้องการมากที่สุดธนาคารสัญชาติไทย ที่ทำกำไรได้มากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งอำเภอในประเทศไทย ที่มีประชากรมากกว่าอำเภอเมืองของจังหวัดตัวเองสิบเลขขายดีแม่จำเนียร งวด 17/1/69ห้างสรรพสินค้าในประเทศไทย ที่สวยงามและหรูหรามากที่สุดทายนิสัยจากการนอน ท่านอนบอกนิสัยเมืองโบราณลึกลับในตำนาน ที่อยู่ในเขตพื้นที่ของประเทศกัมพูชาสาวโพสต์อาลัยพ่อก่อนขึ้นรถไฟขบวนมรณะ สุดท้ายกลายเป็นร่างไร้วิญญาณพลังโซเชียลช่วยแชร์! สาวโพสต์ตามหาพ่อแม่ นั่งโบกี้ 2 ขบวนรถด่วนที่ 21 หลังขาดการติดต่อ90% คนส่วนใหญ่ไม่รู้ว่า สามารถทำความสะอาดไมโครเวฟ ได้ด้วยมะนาวเพียงลูกเดียวข่าวดีท่ามกลางวิกฤต! ลูกชายพบตัวคุณแม่แล้ว หลังโพสต์ตามหาวุ่น เหตุย้ายจากตู้แรกไปตู้ที่ 2 ก่อนเครนถล่ม
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
กองทัพเขมรโชว์ "หน่วยรบหนุมาน" เน้นใช้ศอกเข่าแทนการใช้อาวุธข่าวดีท่ามกลางวิกฤต! ลูกชายพบตัวคุณแม่แล้ว หลังโพสต์ตามหาวุ่น เหตุย้ายจากตู้แรกไปตู้ที่ 2 ก่อนเครนถล่มธนาคารสัญชาติไทย ที่ทำกำไรได้มากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง
กระทู้อื่นๆในบอร์ด นิยาย เรื่องเล่า
"แกงปลาค้อโหลงเส่อผักขี้ขม" ความหอมกรุ่นที่แสนกลมกล่อมและอร่อยเหนียวแน่น"ของหวานและของคาว" เข้ากันได้อย่างลงตัวจิ้มและสร้างความสุขในการทานอาหารความเชื่อและสีสันของ "ความเชื่อของเจ้าเต่าหลังตุง" สีสันของบ้านที่ทรงคุณค่า"เข้าตู้อบสมุนไพร" สร้างภูมิต้านทานอากาศหนาวด้วยไอร้อน
ตั้งกระทู้ใหม่