หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

“ตำนานผีดิบดูดเลือด มีจริงมั้ย? วิทยาศาสตร์ว่าด้วยแวมไพร์ กับความกลัวที่ฝังหัวคนทั้งโลก”


เขียนโดย แสงแห่งโชคชะตา

 

สวัสดีทุกคน วันนี้ขอพาไปขนหัวลุกกันหน่อย กับตำนาน แวมไพร์ ที่เราเห็นบ่อยมากในหนัง ซีรีส์ หรือแม้แต่โฆษณาน้ำหอม (แปลกดีเนอะ)

แต่รู้หรือเปล่าว่า… เบื้องหลังตำนานผีดูดเลือดนี้ จริง ๆ แล้วมันไม่ได้เริ่มจาก ‘แดร็กคูล่า’ ของบราม สโตกเกอร์อย่างเดียว แต่เกิดจากความเข้าใจผิดบวกกับโรคจริง ๆ ที่เคยเกิดขึ้นจริง

ย้อนกลับไปยุโรปยุคกลาง… คนสมัยนั้นกลัวโรคระบาดมาก เพราะยังไม่รู้ว่ามันเกิดจากไวรัสหรือแบคทีเรีย เวลามีคนตายปริศนา บางหมู่บ้านก็ขุดศพขึ้นมาเจอศพ ไม่เน่า! เลือดดูสด ๆ เหมือนเพิ่งกินอะไรมา เลยตีความง่าย ๆ ว่า “ศพนี่ฟื้นมากินเลือดคน” นี่แหละคือจุดเริ่มของตำนานแวมไพร์

จริง ๆ แล้ว ปรากฏการณ์ศพ ‘ไม่เน่า’ หรือมีเลือดซึมปาก เป็นเรื่องวิทยาศาสตร์ล้วน ๆ ศพบางคนตายกลางฤดูหนาว ร่างกายถูกแช่แข็งตามธรรมชาติ จุลินทรีย์ทำงานช้า เลือดก็ไม่แห้งไหลหมดเหมือนบ้านเรา ส่วนเลือดที่ซึมปากเกิดจาก ของเหลวในร่างกาย ที่ขยายออกมาเวลาศพเริ่มย่อยตัวเอง ฟังดูแหวะ แต่ไม่ใช่แวมไพร์

นอกจากนี้ นักประวัติศาสตร์เชื่อว่า โรคจริงบางอย่าง ก็สร้างภาพผีดูดเลือดได้เหมือนกัน โรคยอดฮิตคือ โรคพิษสุนัขบ้า (Rabies) คนติดเชื้อจะกลัวแสง น้ำลายฟูมปาก โจมตีคนอื่นได้ถ้าอาการรุนแรง อีกโรคคือ Porphyria ซึ่งเป็นโรคทางพันธุกรรม ทำให้ผิวหนังคนไข้ไวต่อแสงแดดจัดมาก ๆ ถ้าออกแดดแรงจะพอง แสบ เจ็บปวด — คนเลยเข้าใจว่าพวกเขา “กลัวแดด” เหมือนผีดูดเลือด

แต่ทำไม ‘แวมไพร์’ ถึงอยู่ยั้งยืนยงมาตั้งแต่ยุคโบราณยันหนังฮอลลีวูด? นักจิตวิทยาบอกว่า เพราะมันแตะใจมนุษย์หลายอย่างพร้อมกัน — มันรวมทั้ง ความกลัวการตาย, ความกลัวการถูก ‘กิน’ ซึ่งฝังรากในสัญชาตญาณมนุษย์ตั้งแต่ยุคต้องหนีสัตว์นักล่า แถมแวมไพร์ยังถูกออกแบบให้ดูมีเสน่ห์ หลอกเหยื่อด้วยความสวย ความหล่อ ตรงนี้ก็เชื่อมกับจิตวิทยา “ความกลัวสิ่งที่ดูดีเกินจริง” เพราะอะไรที่สวยเกินไป มักซ่อนพิษ

สรุปง่าย ๆ ตำนานแวมไพร์เลยไม่ใช่แค่เรื่องสยอง แต่คือกระจกสะท้อนจิตใจคน ว่าเรากลัวอะไรบ้าง — กลัวตาย กลัวโรค กลัวสิ่งที่เรามองไม่เห็น และกลัวโดนหลอก

จะว่าไป ตำนานแวมไพร์ยังช่วยให้วิทยาศาสตร์พัฒนาด้วยนะ เพราะช่วงศตวรรษที่ 19 มีคดีคนขุดศพพิสูจน์ว่าเป็นผีจริงรึเปล่า แล้วหมอที่ไม่เชื่อก็เริ่มศึกษากายวิภาคจริงจังมากขึ้น พอหมอเก่งขึ้น ก็เลิกโทษว่าเป็นผี เลิกเผาศพมั่ว ๆ แล้วหันไปหาสาเหตุโรคแทน

ใครอ่านจบคืนนี้ ถ้าได้ยินเสียงฟันกระทบกัน หรือเสียงดูดเลือดในห้องมืด ๆ อย่าเพิ่งโทษแวมไพร์นะ… อาจจะเป็นแมลงสาบก็ได้! 🧛‍♂️🦇

เนื้อหาโดย: แสงแห่งโชคชะตา
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
แสงแห่งโชคชะตา's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 54 ครั้ง
เขียนโดย แสงแห่งโชคชะตา
นักวิเคราะห์ดวงและเลขดัง เชี่ยวชาญการจับ “กระแสเลขมาแรง” จากโซเชียลและสายมูแบบเรียลไทม์ พร้อมสรุปให้เข้าใจง่าย ใช้ต่อได้ทันที
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
คนเป็นแสน แย่งชิงตำแหน่งงานเพียง 1,000 ตำแหน่ง15 ลักษณะของคนที่มี EQ ต่ำย้อนวันวาน “7 สีคอนเสิร์ต” เวทีในตำนาน! เริ่มต้นด้วยคู่ขวัญ มยุรา เศวตศิลา – ธงไชย แมคอินไตย์ ครองใจคนไทยทั้งประเทศ5 จังหวัดที่กำลังจะกลายเป็นเมืองหลวงแห่งที่ 2 จังหวัดไหนพุ่งแรงสุดประเทศที่งบทางการทหาร มากที่สุดในโลกไม้มงคลที่ควรปลูกมากที่สุด10วิทยาลัยที่น่าเรียนที่สุดในประเทศไทยนิสัยจากวันเกิดคณะที่เรียนยากที่สุด แต่คุ้มค่าที่สุดในระยะยาว“จังหวัดไหนในไทย น่าอยู่ที่สุดในปีนี้?”ภาษาท้องถิ่นในไทยที่ไม่มีตัวอักษรและไม่สามารถเขียนได้มีบ้านหลายหลัง เป็น "เจ้าบ้าน" ในทะเบียนบ้านได้กี่หลัง?
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
จังหวัดที่พูดภาษาเขมรมากที่สุดในประเทศไทยทำไมเวียดนาม ถึงทำนาได้ประสิทธิภาพสูง แซงน่าไทยไปแล้วF-20 Tigershark พยัคฆ์ร้ายที่โลกไม่ต้องการ?รีวิวหนังดัง Tomorrow Never Dies 007 พยัคฆ์ร้ายไม่มีวันตาย"อิโมจิ" เครื่องรางดิจิทัล เสริมดวงรัก 7 วันเกิด ช่วงสงกรานต์
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
มหาวิทยาลัยและสาขา ที่ค่าเรียนแพงที่สุดในประเทศไทยF-20 Tigershark พยัคฆ์ร้ายที่โลกไม่ต้องการ?จังหวัดที่พูดภาษาเขมรมากที่สุดในประเทศไทยมาสก์หน้ายังไงให้ได้ผลจริง?
ตั้งกระทู้ใหม่