ลงทุนหุ้นโดย ลงทุนศาสตร์
ต่อไปนี้คือปัจจัยที่ต้องวิเคราะห์หากสนใจจะลงทุนหุ้นตัวใดตัวหนึ่ง จะว่าไป มันไม่มีหุ้นตัวไหนหรอกที่สมบูรณ์แบบ แต่ถ้าหากเราเลือกได้ มันก็ช่วยให้เราเข้าใจความเสี่ยงถึงหุ้นตัวนั้นได้ ช่วยให้เราเข้าใจว่าจะจัดการกับความเสี่ยงอย่างไรต่อ
1) ปัจจัยมหภาค
บริษัทได้รับผลกระทบจากปัจจัยมหภาคอย่างไรบ้างนั้น ผมแนะนํา ให้พิจารณาจาก PESTEL Analysis ได้แก่ การเมือง (Political) เศรษฐกิจ (Economic) โครงสร้างสังคม (Social) เทคโนโลยี (Technological) สิ่งแวดล้อม (Environmental) และกฎหมาย (Legal)
2) ลักษณะอุตสาหกรรม
บริษัทนั้นอยู่ในอุตสาหกรรมแบบใด และมีความสามารถในการ แข่งขันมากแค่ไหน แนะนําให้พิจารณาจาก 5 Forces Model ได้แก่ ปัจจัยจากลูกค้า ปัจจัยจากคู่ค้า ปัจจัยจากการแข่งขันในอุตสาหกรรมเอง ปัจจัยจากผู้เล่นรายใหม่ และปัจจัยจากสินค้าทดแทน
3) พื้นฐานบริษัทเชิงคุณภาพ
บริษัททําธุรกิจอะไร และมีโครงสร้างกิจการอย่างไร แนะนํา ให้พิจารณาจาก Business Model Canvas ได้แก่ คุณค่าของบริษัท ความสัมพันธ์กับลูกค้า ช่องทางการจําหน่าย กิจกรรมหลัก พาร์ตเนอร์ หลัก ทรัพยากรหลัก โครงสร้างรายได้ และโครงสร้างต้นทุน รวมถึง อีกปัจจัยที่สําคัญมาก คือ ความเสี่ยงของกิจการ
4) พื้นฐานบริษัทเชิงปริมาณ
บริษัทมีงบการเงินอย่างไร และงบการเงินมีคุณภาพมากแค่ไหน แนะนําให้พิจารณาจากงบการเงินทั้งหมด ได้แก่ งบแสดงฐานะการเงิน งบกําไรขาดทุนเบ็ดเสร็จ งบกระแสเงินสด งบแสดงการเปลี่ยนแปลง ส่วนของผู้ถือหุ้น และหมายเหตุประกอบงบการเงิน รวมถึงความคิดเห็น ของผู้สอบบัญชีด้วย
5) ผู้บริหารและบุคคลที่เกี่ยวข้อง
อีกสิ่งที่สําคัญไม่แพ้ตัวบริษัท คือ คนที่เกี่ยวข้องกับบริษัทนั้น ไม่ ตั้งแต่ผู้บริหาร ที่ปรึกษา ไปจนถึงผู้ถือหุ้นใหญ่ นักลงทุนควรสืบค้นประวัติ แรงจูงใจ หรือโอกาสที่จะทุจริตของแต่ละคนอย่างละเอียด
6) โอกาสเติบโต
นักลงทุนควรวิเคราะห์โอกาสเติบโตของรายได้ กําไรสุทธิ และ เงินปันผลของบริษัท ผ่านแง่มุมต่าง ๆ เช่น โอกาสขึ้นราคาสินค้า การ ขยายสาขา การไปทําธุรกิจในตลาดใหม่ ๆ และการควบรวมกิจการ
7) มูลค่าพื้นฐานของกิจการ
บริษัทควรมีมูลค่าเท่าไหร่ นักลงทุนต้องพิจารณาถึงปัจจัยที่จะ ใช้ประเมินมูลค่าอย่างสมเหตุสมผล เลือกวิธีที่ดีและเหมาะสมกับกิจการ จุดนี้คือตัวชี้วัดของการลงทุนที่เดียว เพราะแม้หุ้นนั้นจะดี หากซื้อราคาแพงไป อาจไม่ใช่การลงทุนที่ดีก็ได้
8) กลยุทธ์การลงทุน
ก่อนจะซื้อขายหุ้นทุกครั้ง นักลงทุนต้องมีแผนในใจเสมอว่า จะมีเป้าการลงทุนอย่างไร เมื่อไหร่จะซื้อ เมื่อไหร่จะถือ และเมื่อไหร่ จะขาย การวางแผนไว้ล่วงหน้าจะทําให้การลงทุนมีประสิทธิภาพ ส่วน การมีแผน มีวินัย และมีระบบ จะช่วยให้อยู่รอดในระยะยาว
9) การจัดพอร์ตโฟลิโอ
นอกจากจะซื้อหุ้นไหนแล้ว นักลงทุนยังต้องรู้ด้วยว่าจะซื้อหุ้น ในปริมาณเท่าไหร่ รวมถึงการจัดสรรความเสี่ยงของพอร์ตโฟลิโอ โดย พื้นฐานแล้วเราควรมีหุ้นไม่น้อยเกินไปจนความเสี่ยงกระจุกตัว แต่ก็ไม่ มากเกินไปจนติดตามข่าวสารไม่ไหว ตามความเห็นผม สัก 8 - 12 ตัว ถือว่ากําลังดี
10) จิตวิทยาการลงทุน
นักลงทุนต้องรู้จักตัวเอง และรู้จักผู้อื่นด้วยว่าแต่ละคนกําลังคิดอะไร หรือมีความรู้สึกแบบไหน พวกเขามีอคติหรือเผชิญความผิดพลาดใดอยู่ เราต้องก้าวข้ามอคติในใจ และรู้จักใช้อคติที่อยู่ในใจคนอื่นให้เป็นประโยชน์ ผมไม่ได้คาดหวังให้คุณเลือกหุ้นด้วยตัวเองเป็นจากการอ่านหัวข้อ คร่าว ๆ ไม่กี่บรรทัดข้างต้นนี่หรอก แค่พยายามจะบอกว่า เราต้องศึกษาเรื่องการลงทุนในหุ้นอีกมากหากอยากเป็นนักลงทุนจริงๆ
จังหวัดเดียวในประเทศไทย ที่ไม่มีอำเภอเมืองเหมือนจังหวัดอื่น
นกเพียง 4 ชนิด ที่มีชื่อเป็นสัตว์ป่าสงวนของประเทศไทย
5 ดินแดนที่สหรัฐอเมริกาเคยพยายามขอซื้อแต่ล้มเหลว
โซฟาตัวนี้ สร้างความงุนงงให้กับนักวิทยาศาสตร์ มานานกว่า 60 ปีแล้ว!!
4 ส่วนที่สกปรกที่สุดของหมู ที่คุณไม่ควรซื้อและรับประทาน
ผู้ใช้งานกว่า 90% ไม่ทราบว่าร่องเล็กๆบนเขียงไม้ มีไว้เพื่ออะไร?
ประเทศที่มีแหล่งน้ำมันดิบ ปริมาณมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งของโลก
เผยสถิติเลขออกบ่อย ย้อนหลัง 20 ปี..งวดวันที่ 17 มกราคม 69
"คาร์โบไฮเดรตที่ดีที่สุดในโลก" ไม่ใช่ข้าวกล้อง...
ทึ่งทั่วโลก : "The Boneyard" หรือสุสานเครื่องบินที่ใหญ่ที่สุดในโลก
ซีแลนเดีย (Zealandia): ทวีปที่ 8 ของโลก ขุมทรัพย์ลึกลับใต้ก้นมหาสมุทรแปซิฟิก
รู้จัก QF-16 เครื่องบินรบผีสิงไร้นักบิน ดัดแปลงจาก F-16
ทำไมแมวถึงกัดและข่วน วิธีฝึกให้แมวเลิกกัด
เนื้อสัตว์ประเภทนี้ไม่ควรนำไปปรุงในหม้อทอดไร้น้ำมันอย่างเด็ดขาด
สินค้าของป่านำเข้าของไทย ที่มีมูลค่ามากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง



