หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

“มือถือไม่ใช่พี่เลี้ยง!” รู้ยัง? จอทำร้ายพัฒนาการลูกแบบเงียบๆ

โพสท์โดย นางสาวทานตะวัน

 

ในยุคปัจจุบัน เทคโนโลยีเข้าถึงได้ง่าย มือถือและโทรทัศน์กลายเป็นสิ่งใกล้ตัวเด็กมากขึ้นเรื่อยๆ หลายครอบครัวอาจใช้จอภาพเป็นตัวช่วยเลี้ยงเด็กในเวลาที่ผู้ปกครองยุ่ง หรือเพื่อให้เด็กอยู่นิ่งๆ แต่รู้หรือไม่ว่า การให้เด็กดูจอมากเกินไป ส่งผลเสียต่อพัฒนาการหลายด้านอย่างคาดไม่ถึง

 

1. พัฒนาการสมองล่าช้า

 

สมองของเด็กเล็กจะพัฒนาได้ดีที่สุดจากการเล่น การสัมผัส การพูดคุย และการมีปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้าง แต่เมื่อเด็กอยู่หน้าจอ มือถือหรือทีวีจะให้ข้อมูลเพียงทางเดียว เด็กไม่ได้มีโอกาสโต้ตอบหรือคิดวิเคราะห์ ส่งผลให้การพัฒนาทางสมองและทักษะการเรียนรู้ช้าลง โดยเฉพาะด้านภาษาและความคิดสร้างสรรค์

 

2. พูดช้า ขาดทักษะทางสังคม

 

เด็กที่ใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับหน้าจอ มักพูดช้าหรือไม่กล้าพูด เพราะขาดการฝึกโต้ตอบจริงกับคนรอบตัว นอกจากนี้ยังมีแนวโน้มจะขาดความเข้าใจในอารมณ์และการสื่อสารของผู้อื่น เช่น ไม่เข้าใจสีหน้า น้ำเสียง หรือภาษากาย

 

3. พฤติกรรมเลียนแบบสิ่งไม่เหมาะสม

 

เนื้อหาที่เด็กดู ไม่ว่าจะเป็นการ์ตูน เพลง หรือคลิปต่างๆ อาจมีความรุนแรง ภาษาไม่เหมาะสม หรือพฤติกรรมไม่ดี ซึ่งเด็กในวัยนี้จะจดจำและเลียนแบบได้ง่ายโดยไม่รู้ว่าสิ่งนั้นผิด

 

 4. สมาธิสั้น เสพติดจอ

 

เด็กที่ดูจอนานๆ มักจะมีสมาธิสั้น เพราะสมองถูกกระตุ้นตลอดเวลา เด็กจะเคยชินกับความรวดเร็ว ไม่นิ่ง ไม่อดทน และเมื่อติดจอมากๆ อาจงอแงหรือโมโหเมื่อไม่ได้เล่น

 

 5. กระทบการนอนและสุขภาพ

 

แสงสีฟ้าจากจออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์รบกวนการนอน เด็กที่ดูจอก่อนนอนมักนอนหลับยากหรือหลับไม่สนิท อีกทั้งยังเสี่ยงต่อปัญหาสายตา ปวดคอ หลัง และอ้วนจากการขาดการเคลื่อนไหว

 

 ทางเลือกสำหรับผู้ปกครอง

 

 

เล่นกับลูก พูดคุยและอ่านนิทาน

ส่งเสริมกิจกรรมกลางแจ้ง เช่น วิ่งเล่น วาดรูป หรือเล่นของเล่นเสริมทักษะ

 

จัดเวลาใช้จออย่างเหมาะสม เช่น ไม่เกินวันละ 1 ชั่วโมง สำหรับเด็กอายุ 2-5 ปี และควรดูร่วมกัน

 

การงดหรือลดเวลาที่เด็กใช้หน้าจอ ไม่ใช่การปิดกั้น แต่เป็นการเปิดโอกาสให้เด็กได้เรียนรู้จากโลกจริง มีพัฒนาการที่สมวัย และเติบโตอย่างแข็งแรงทั้งทางร่างกาย จิตใจ และสมอง

โพสท์โดย: KTP
อ้างอิงจาก: Google
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
10 VOTES (5/5 จาก 2 คน)
VOTED: ninnoi, KTP
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
สิบเลขขายดี สลากตัวเลขสามหลัก N3 งวด 2/1/69คนที่มี EQ ต่ำมักทำ 6 สิ่งนี้ ในวันที่ 1 มกราคมเสมอ!!คำทำนายพิเศษจาก "บาบา วังกา" สำหรับปี 2026หลวงปู่ศิลาให้พรในพิธีสะเดาะเคราะห์และพุทธาภิเษกเหรียญรุ่น อริยะทรัพย์ อริยะสัจ4 ก่อนหลุดโฟกัสขันน้ำมนต์.ยืนหนึ่งระดับโลก! "ลิซ่า BLACKPINK" ผงาดคว้าอันดับ 1 ผู้ทรงอิทธิพลที่สุดแห่งปี 2568 จากสวนดุสิตโพลกัมพูชา!ไม่พอใจ “อินเดีย” หลังประกาศวีซ่าฟรีเฉพาะคนไทยทำไมประเทศในเอเชียกลางต้องลงท้ายด้วย "สถาน"นักไวโอลินดัง ฟ้องศาลหลังถูก "วิล สมิธ" ล่วงละเมิดทางเพศรับวันเด็ก 2569: เจาะลึกคำขวัญฉบับ "นายกฯ อนุทิน" และ "ผู้ว่าฯ ชัชชาติ" สองสไตล์ที่โดนใจเยาวชน"ฮบโง๋"อาหารชั้นเลิศหนึ่งปีกินได้ครั้งเดียวเลขเด็ด TikTok วันนี้รวย! หวยงวด 2 มกราคม 69..รีบส่องด่วน!!!รวมที่สุดเลขเด็ดงวด 2 ม.ค. 69: บารมีปู่ขาวจับโจรทันควัน พ่วงธูปมงคลและเลขดังทั่วไทย
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
สิบเลขขายดี สลากตัวเลขสามหลัก N3 งวด 2/1/69คำทำนายพิเศษจาก "บาบา วังกา" สำหรับปี 2026ตะลึง..พบมัมมี่พระภิกษุบรรจุในองค์พระพุทธรูปอายุ 1,000 ปีย้อนรอยประวัติศาสตร์ "คำขวัญวันเด็ก": เข็มทิศทางความคิดจากนายกรัฐมนตรีไทยสู่อนาคตของชาติ"ฮบโง๋"อาหารชั้นเลิศหนึ่งปีกินได้ครั้งเดียวรับวันเด็ก 2569: เจาะลึกคำขวัญฉบับ "นายกฯ อนุทิน" และ "ผู้ว่าฯ ชัชชาติ" สองสไตล์ที่โดนใจเยาวชน
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
มหาราชาอินเดียผู้รับเด็กโปแลนด์ 640 ชีวิตกลางสงครามโลกเผ่าลึกลับกลางแอมะซอน จากสายตาของช่างภาพที่บังเอิญเจอโลกยุคก่อนประวัติศาสตร์จากเด็กขโมย Snickers สู่ The Rock เรื่องจริงของการขับไล่ปีศาจช็อกโกแลต🇹🇭 ภาพประวัติศาสตร์ 1 มกราคม 2514 — ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงถ่ายทอดความรู้ด้านการทหาร แด่สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ ณ ภูพิงคราชนิเวศน์
ตั้งกระทู้ใหม่