หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

สมองมนุษย์สุดทึ่ง! รับมือสองงานพร้อมกันแบบแยกสมอง แต่เกินสามงานเมื่อไหร่...พังทันที!


เขียนโดย Boss Panuwat

สมองมนุษย์สุดทึ่ง! รับมือสองงานพร้อมกันแบบแยกสมอง แต่เกินสามงานเมื่อไหร่...พังทันที!

สมองมนุษย์สุดทึ่ง! รับมือสองงานพร้อมกันแบบแยกสมอง แต่เกินสามงานเมื่อไหร่...พังทันที!

เคยสงสัยไหมว่าทำไมเราถึงรู้สึกหัวหมุนติ้วเวลาที่ต้องทำงานหลายอย่างพร้อมกัน? หรือบางทีก็เผลอทำอะไรผิดพลาดไปง่ายๆ ทั้งที่คิดว่าตัวเองกำลังโฟกัสอยู่? วงการวิทยาศาสตร์สมองมีคำตอบสุดว้าวมาให้แล้วจ้า! ผลการวิจัยล่าสุดเผยว่าเวลาที่สมองของเราพยายามจะทำสองสิ่งพร้อมกัน มันจะใช้วิธี "แบ่งครึ่งพิชิต" โดยจัดสรรพื้นที่สมองซีกซ้ายและซีกขวาให้รับผิดชอบงานแต่ละอย่างไปเลย!

ฟังดูเหมือนเป็นอัจฉริยะใช่ไหมล่ะ? แต่เดี๋ยวก่อน! ข่าวร้ายก็คือผลวิจัยชิ้นนี้ยังบอกอีกว่า สมองของเราไม่สามารถจัดการกับงานที่ซับซ้อนและเกี่ยวข้องกันเกินสองอย่างพร้อมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพนะจ๊ะ! นั่นหมายความว่า ถ้าคุณกำลังคิดจะเพิ่มงานที่ต้องใช้สมองอีกหนึ่งอย่างเข้าไปในกองงานที่กำลังทำอยู่แล้วล่ะก็...เตรียมตัวเจอกับความยุ่งเหยิงได้เลย!

เปิดโปงความลับสมอง: Prefrontal Cortex คือกุญแจสำคัญ!

เมื่อพูดถึงการบริหารจัดการงาน สมองส่วนหน้าของเราที่เรียกว่า "prefrontal cortex" หรือ "สมองกลีบหน้าผากส่วนหน้า" นี่แหละคือตัวเอกของเรื่องเลย! สมองส่วนนี้แบ่งออกเป็นสองส่วนหลักๆ คือส่วนหน้า (anterior part) ที่ทำหน้าที่ในการตั้งเป้าหมายหรือความตั้งใจ เช่น "ฉันอยากได้คุกกี้ชิ้นนั้น" ส่วนอีกส่วนคือส่วนหลัง (posterior prefrontal cortex) ที่ทำหน้าที่สื่อสารกับสมองส่วนอื่นๆ เพื่อให้ร่างกายตอบสนองตามเป้าหมายนั้น เช่น ทำให้มือของคุณเอื้อมไปที่โหลคุกกี้ และทำให้คุณรู้ว่าตอนนี้คุณได้คุกกี้มาอยู่ในมือแล้ว

แล้วจะเกิดอะไรขึ้นล่ะ ถ้ามีเป้าหมายใหม่ผุดขึ้นมาในหัวของเราในขณะที่เรากำลังทำอะไรบางอย่างอยู่?

ปฏิบัติการไขความลับสมอง!

เพื่อตอบคำถามนี้ นักประสาทวิทยา Etienne Koechlin และ Sylvain Charron จากหน่วยงานวิจัยทางการแพทย์ชีวภาพของฝรั่งเศส INSERM ในกรุงปารีส ได้หันมาใช้เทคนิค Functional Magnetic Resonance Imaging (fMRI) ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ใช้วัดการเปลี่ยนแปลงของกิจกรรมในสมอง งานวิจัยนี้ได้เฝ้าสังเกตผู้หญิง 16 คน และผู้ชาย 16 คน อายุระหว่าง 19 ถึง 32 ปี ในขณะที่พวกเขาทำงานที่ต้องใช้ความซับซ้อนเกี่ยวกับการจับคู่ตัวอักษร

งานของอาสาสมัครเหล่านี้ก็คือ จะมีตัวอักษรปรากฏขึ้นบนหน้าจอคอมพิวเตอร์แบบสุ่มจากคำว่า "tablet" โดยอาสาสมัครจะต้องตัดสินใจว่าตัวอักษรสองตัวที่ปรากฏขึ้นมาติดกัน (ไม่ว่าจะเป็นตัวพิมพ์เล็กทั้งหมดหรือตัวพิมพ์ใหญ่ทั้งหมด) นั้น ปรากฏในลำดับเดียวกันกับในคำว่า "tablet" หรือไม่

เพื่อให้เกิดการทำงานแบบมัลติทาสกิ้ง อาสาสมัครยังต้องจัดการกับตัวอักษรทั้งตัวพิมพ์ใหญ่และตัวพิมพ์เล็กไปพร้อมๆ กัน โดยจับคู่ตัวอักษรเหล่านั้นกับคำที่พิมพ์ด้วยตัวพิมพ์ใหญ่ทั้งหมดหรือตัวพิมพ์เล็กทั้งหมด หากทำได้ดี อาสาสมัครก็จะได้รับเงินรางวัลเล็กน้อย!

ผลลัพธ์สุดเซอร์ไพรส์! สมองแบ่งงานกันทำเหมือนรู้หน้าที่

อย่างที่ทีมวิจัยคาดการณ์ไว้เลยค่ะ! เมื่ออาสาสมัครทำงานจับคู่ตัวอักษรเพียงอย่างเดียวในแต่ละครั้ง สมองทั้งสองซีกของพวกเขาจะทำงานร่วมกัน โดยมีการส่งคำสั่งจากสมองส่วนหน้าไปยังสมองส่วนหลังเพื่อทำงานให้สำเร็จลุล่วง

แต่เมื่ออาสาสมัครเริ่มรับงานที่สองเข้ามาเท่านั้นแหละ! สมองของพวกเขาก็เริ่ม "แยกงานกันทำ" อย่างน่าทึ่ง! กิจกรรมในสมองกลีบหน้าผากส่วนหน้าซีกซ้ายจะรับผิดชอบงานหนึ่ง ในขณะที่สมองกลีบหน้าผากส่วนหน้าซีกขวาจะเข้ามาดูแลงานอีกอย่างหนึ่งแทน!

เกินสองเมื่อไหร่...พังทันที!

Koechlin ชี้ว่าผลการวิจัยนี้บ่งชี้ว่าสมองของเราไม่สามารถจัดการงานได้เกินสองอย่างอย่างมีประสิทธิภาพ เพราะมันมีเพียงแค่สองซีกสมองเท่านั้นที่พร้อมสำหรับการบริหารจัดการงาน

และเพื่อยืนยันข้อสันนิษฐานนี้ ทีมวิจัยได้ทดลองกับอาสาสมัครอีก 16 คน โดยให้อาสาสมัครกลุ่มนี้จับคู่ตัวอักษรที่มีสีเดียวกันไปพร้อมๆ กับการทำงานจับคู่ตัวอักษรสองอย่างที่กลุ่มแรกทำไปแล้ว ผลปรากฏว่าบรรดานัก "จั๊กกลิ้งงานสามอย่าง" เหล่านี้ลืมงานไปหนึ่งอย่างเป็นประจำ! แถมยังทำผิดพลาดมากกว่าตอนที่ทำงานสองอย่างถึงสามเท่าเลยทีเดียว!

ดังนั้น ครั้งหน้าถ้าคุณรู้สึกว่าตัวเองกำลังจะ "สมองระเบิด" เพราะงานล้นมือ ลองพิจารณาดูนะว่าคุณกำลังพยายามทำอะไรเกินสองอย่างพร้อมกันอยู่หรือเปล่า? บางทีการจัดลำดับความสำคัญและ "ลดงานลง" อาจจะเป็นวิธีที่ดีที่สุดเพื่อให้สมองของเราทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด!

เนื้อหาโดย: Boss Panuwat
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
Boss Panuwat's profile
เขียนโดย Boss Panuwat
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
4 อันดับประเทศที่มีความสุขที่สุดในเอเชีย ปี202610 อันดับโรงเรียนสาธิตที่มีจำนวนนักเรียน ระดับมัธยมปลายมากที่สุดต้นไม้ที่คนเข้าใจผิดกันมาก ในพุทธประวัติ ว่าพระพุทธเจ้าท่านเคยประสูติใต้ต้นไม้ต้นนี้ "ต้นสาละอินเดีย"5 พฤติกรรมที่คนจนทำทุกวันโดยไม่รู้ตัว (คนรวยไม่ทำ)จังหวัดเดียวในประเทศไทยที่ไม่มีแม่น้ำ..แม้แต่สายเดียวก็ไม่มี5 แมวพันธุ์ไทยยอดนิยม สัญลักษณ์แห่งโชคลาภและสิริมงคลคู่บ้านประเทศที่ซื้อ นํ้าตาล จากไทยมากที่สุดจังหวัดที่มีแม่น้ำมากที่สุดในไทย คือที่ไหน? และเพราะอะไรถึงต่างจากภูเก็ตจากขอบหนังสือพิมพ์สู่ตำนานลูกทุ่ง: ชีวประวัติและการต่อรองทางวัฒนธรรมของ "อุดม ชวนชื่น" และ "ศรีหนุ่ม เชิญยิ้ม"เผยชีวิตจริง "ลูกเศรษฐีญี่ปุ่น" วัย 35 ไม่เคยทำงาน ใช้เงินเดือนละแสน แต่ทำไมไม่มีความสุข?เจ๊นุ๊ก บารมีมหาเฮง งวดวันที่ 1 เมษายน 2569 แนวทางคนงบน้อยเน้นรวย5 อาชีพรายได้สูงในไทย แต่คนส่วนใหญ่ยังไม่รู้
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
เมกะโปรเจ็กต์ “บางโพ” ปักหมุดทำเลทองใหม่ ยักษ์อสังหาฯ ทุ่มพันล้านสร้างคอนโดริมเจ้าพระยางบน้อยก็ปังได้! 5 ไอเดีย "หาเงินออนไลน์ปี 2026" เริ่มต้นจาก 0 บาท แต่กำไรหลักหมื่นเจาะลึกบริษัทญี่ปุ่นสั่ง "แบน AI" พนักงานใหม่! บทเรียนล้ำค่าเมื่อเทคโนโลยีกลายเป็นดาบสองคมคลายร้อนทะลุปรอท! “น้ำแข็งไส” ของหวานโบราณจากวัง สู่เมนูดับเดือดคู่คนไทยเพจ "พรรคภูมิใจไทย" ทัวร์ลงยับ! ถึงกับปิดคอมเมนต์หนี..หลังชาวเน็ตโวยน้ำมันแพงดราม่าฮ่องกง! สาวขับเบนซ์จอดแช่ "ป้ายรถเมล์" เมินเสียงแตร แถมชูนิ้วกลางท้าทายชาวเน็ต
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
แปลกดีแฮะ...แมลงที่มีลวดลายของปีกคล้ายกับหน้ามนุษย์มีจริง? กลยุทธ์การวางแผนให้พัง! เหตุเครื่องใช้ไฟฟ้ารุ่นปู่ย่าใช้ได้ทนทานนานหลายสิบปี แต่ยุคนี้พังง่ายงบน้อยก็ปังได้! 5 ไอเดีย "หาเงินออนไลน์ปี 2026" เริ่มต้นจาก 0 บาท แต่กำไรหลักหมื่นคลายร้อนทะลุปรอท! “น้ำแข็งไส” ของหวานโบราณจากวัง สู่เมนูดับเดือดคู่คนไทย
ตั้งกระทู้ใหม่