ถ้าเรากินผักอย่างเดียวมันจะเกิดคราบหินปูนมั้ย
หลายคนคิดว่ากินแต่ผักจะไม่เกิดคราบหินปูนเกาะที่ฟัน การสร้างหินปูน (tartar) บนฟันนั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการกิน “เนื้อสัตว์” หรือ “ผัก” เพียงอย่างเดียว?? ใบผักและผักไฟเบอร์สูงช่วย “ขัด” คราบบางส่วน??
คราบหินปูน (Dental calculus หรือ tartar) ก็คือคราบจุลินทรีย์ที่แข็งตัว เกาะติดแน่นบนผิวฟัน หินปูนจะประกอบด้วยแคลเซียมฟอสเฟต (เช่น hydroxyapatite), แคลเซียมคาร์บอเนต และซิลิเกต รวมทั้งสารอินทรีย์จากเซลล์เยื่อบุและแบคทีเรีย
หินปูนจะเกิดขึ้นได้นั้นจาก......
1.การสะสมของคราบจุลินทรีย์ (Dental plaque)
– ทุกวันในช่องปากเรามีแบคทีเรียเกาะตัวเป็น “ฟิล์มใส” (plaque) บนผิวฟัน หากไม่แปรงหรือใช้ไหมขัดฟัน คราบนี้จะหนาขึ้น
2.การแคลซีฟิเคชัน (Calcification)
– ในน้ำลายมีแคลเซียม ฟอสเฟต และแร่ธาตุต่าง ๆ เมื่อคราบจุลินทรีย์สะสมบนฟัน ≈ 24–72 ชั่วโมง จะเริ่มดูดซึมแร่ธาตุจากน้ำลายมา “ตกตะกอน” (เกร็ดแคลเซียมฟอสเฟต) จนแข็งตัวกลายเป็นหินปูน
3.ตำแหน่งที่มักเกิด
– มักพบบริเวณขอบเหงือกด้านล่าง (ฟันหน้าล่าง) และด้านแก้มของฟันกรามบน เพราะตรงนั้นมีท่อน้ำลายใหญ่ออกมาดูดซึมแร่ได้มาก
แล้วถ้าเรากินผักอย่างเดียวมันจะเกิดคราบหินปูนมั้ย....
การที่ร่างกายสร้างหินปูน (tartar) บนฟันนั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการกิน “เนื้อสัตว์” หรือ “ผัก” เพียงอย่างเดียว แต่เกิดปัจจัยอื่นๆ อีก เช่น...
แบคทีเรียในช่องปากสร้างคราบ (plaque)
แบคทีเรียจะยึดเกาะกับเศษอาหาร สารคาร์โบไฮเดรต (ไม่ว่าเป็นน้ำตาลจากผลไม้หรือแป้ง) และเซลล์ที่ตายแล้ว เกิดเป็นชั้นใส ๆ บนผิวฟัน เรียกว่า plaque
ดูดซึมแร่ธาตุจากน้ำลายเกิดการแข็งตัว
ในน้ำลายมีแคลเซียมและฟอสเฟต เมื่อคราบ plaque สะสม ≈ 24–72 ชั่วโมง จะเริ่ม “แคลซิไฟ” (calcify) เกาะแน่นกับผิวฟัน กลายเป็นหินปูน
แม้กินแต่ผัก ก็ยังมีปัจจัยเหล่านี้ ใบผักและผักไฟเบอร์สูงช่วย “ขัด” คราบบางส่วนขณะเคี้ยว ลด plaque ได้บ้าง แต่ไม่หมด น้ำลายยังมีแคลเซียม–ฟอสเฟต สะสมและตกตะกอนได้เสมอ แบคทีเรียยังสร้างกรดจากเศษแป้ง (เช่น ในหัวมัน มันฝรั่ง ผักตระกูลถั่ว) หรือจากน้ำตาลธรรมชาติในผักผลไม้
สรุปผลกระทบต่อสุขภาเหงือกและฟัน
ผลเสียหากปล่อยไว้ หินปูนจะก่อให้เกิดเหงือกอักเสบ (gingivitis) หากลุกลามเป็นหินปูนใต้เหงือกอาจทำให้เกิดโรคปริทันต์ (periodontitis) กระดูกขากรรไกรละลาย ฟันโยก และหลุดร่วงในที่สุด
– ถ้ากินผักเป็นหลัก คุณอาจมี plaque น้อยลงกว่ากินหวานจัด แต่ ไม่สามารถป้องกันหินปูนได้ 100%
– หินปูนยังเกิดได้หากไม่แปรงฟัน-ใช้ไหมขัดฟันสม่ำเสมอ
วิธีป้องกันที่ดีที่สุด
--แปรงฟันวันละ 2 ครั้ง พร้อมใช้ไหมขัดฟันหรือแปรงซอกฟันทุกวัน
--พบทันตแพทย์ขูดหินปูน (scaling) อย่างน้อยทุก 6–12 เดือน
ถึงแม้การกินผักช่วยลดคราบจุลินทรีย์ได้บ้าง แต่ก็ยังมีหินปูนเกิดขึ้นได้ การดูแลความสะอาดช่องปากเป็นประจำจึงเป็นกุญแจสำคัญในการป้องกัน
หินปูนเกิดจากคราบจุลินทรีย์ในช่องปากที่ดูดซึมแร่ธาตุจากน้ำลายจนแข็งตัว หากไม่กำจัดจะนำไปสู่ปัญหาเหงือกและฟันตามมา ดังนั้นการดูแลสุขอนามัยช่องปากอย่างสม่ำเสมอจึงเป็นกุญแจสำคัญในการป้องกันหินปูน
จังหวัดเดียวในประเทศไทย ที่ไม่มีอำเภอเมืองเหมือนจังหวัดอื่น
สาธารณรัฐกอทูเล "เพื่อนบ้านใหม่" ติดกับไทย
รู้จัก QF-16 เครื่องบินรบผีสิงไร้นักบิน ดัดแปลงจาก F-16
โซฟาตัวนี้ สร้างความงุนงงให้กับนักวิทยาศาสตร์ มานานกว่า 60 ปีแล้ว!!
ขุมทรัพย์เรร์เอิร์ทแห่งอาเซียน: สมรภูมิแร่หายากที่โลกกำลังรุมตอม
นกเพียง 4 ชนิด ที่มีชื่อเป็นสัตว์ป่าสงวนของประเทศไทย
เขมรประท้วงผู้บริหารโรงงานรองเท้าชาวจีน
ประเทศที่ไร้ทางออกสู่ทะเล
ผู้ใช้งานกว่า 90% ไม่ทราบว่าร่องเล็กๆบนเขียงไม้ มีไว้เพื่ออะไร?
สรุปมหากาพย์ จักวาล ทั้ง4 ผัวสี่เหล่าทัพ ฉบับจับไม่ได้ ไล่ไม่ทัน
การทำ 4 อย่างนี้เป็นประจำในที่ทำงาน บ่งบอกถึงระดับ EQ ต่ำ!!
ดราม่า..ไข่เจียวตลาดน้ำดำเนินสะดวก จานละ 400 บาท ผิดซ้ำซากจากร้านเดิม
สัตว์ใกล้สูญพันธุ์ในไทย
เครื่องเล่นวิดีโอเกม ที่มียอดขายมากที่สุดอันดับหนึ่งตลอดกาล
อาหารที่ไม่ควรกินก่อนนอน
ออมทองvsเทรดทองเราเหมาะกับแบบไหน
หากคุณสังเกตเห็นสัญญาณทั้ง 4 ข้อขณะดื่มน้ำ แปลว่าภาวะไตวายอาจกำลังจะเกิดขึ้น







