หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ความลับของความเผ็ด! วิทยาศาสตร์พิสูจน์ 'พริก' ร้อนขึ้นหรือจางลงเมื่อถูกความร้อน


เขียนโดย Boss Panuwat

คุณรู้หรือไม่ว่า "ความเผ็ด" ในพริกที่ทำให้ลิ้นเราร้อนระอุมาจากสารชื่อ แคปไซซิน (Capsaicin) ซึ่งเป็นสารอัลคาลอยด์ชนิดหนึ่ง? มีคนมากมายเชื่อว่าความเผ็ดของพริกเปลี่ยนไปเมื่อถูกความร้อน บ้างก็ว่าเผ็ดขึ้น บ้างก็ว่าเผ็ดน้อยลง วันนี้เราจะมาไขความจริงนี้กัน!

เผ็ดขึ้นจริงหรือ? วิทยาศาสตร์มีคำตอบ!

ถ้าคุณเคยได้ยินใครบอกว่าพริกยิ่งร้อนยิ่งเผ็ด จริงๆ แล้วทางวิทยาศาสตร์ เป็นไปไม่ได้! แต่ทำไมถึงมีความรู้สึกแบบนั้นล่ะ? นั่นเพราะเมื่อเราปรุงอาหารด้วยพริกแห้ง พริกป่น หรือพริกทั้งเม็ด แคปไซซินยังถูกกักเก็บอยู่ในเนื้อพริก แต่เมื่อโดนความร้อน มันจะถูกปลดปล่อยออกมามากขึ้น ทำให้เรารู้สึกว่าเผ็ดกว่าเดิม!

ลองนึกภาพง่ายๆ ถ้าคุณกลืนพริกทั้งเม็ดลงไปโดยไม่เคี้ยว คุณอาจไม่รู้สึกเผ็ดในปากเลย แต่พอนานเข้าเมื่อน้ำย่อยในกระเพาะเริ่มย่อยพริก นั่นแหละเมื่อไหร่ที่ความเผ็ดจะเริ่มโจมตีคุณ!

แล้วความเผ็ดลดลงเมื่อถูกความร้อนจริงไหม?

คำตอบคือ "ไม่จริง!" แคปไซซินเป็นสารที่ทนความร้อนสูงมาก มันจะเริ่มระเหยที่อุณหภูมิ 210-220 °C ซึ่งสูงกว่าการปรุงอาหารทั่วไปมาก แต่มี 2 กรณีที่ความเผ็ดอาจลดลง:

  1. การระเหย: แคปไซซินสามารถระเหยไปกับไอน้ำขณะปรุงอาหาร
  2. การเผา: ถ้าปิ้งย่างพริกบนถ่านที่ร้อนถึง 400 °C อาจทำให้สารสำคัญสลายตัว

สรุปว่าความเผ็ดไม่ได้เพิ่มขึ้นเพราะความร้อน แต่เป็นเพราะแคปไซซินถูกปล่อยออกมามากขึ้นต่างหาก ส่วนความเผ็ดที่ลดลงก็ต้องใช้ความร้อนสูงมากๆ เท่านั้น รู้แบบนี้แล้ว ครั้งต่อไปเวลากินอาหารเผ็ดๆ ก็อย่าโทษว่าเพราะมันร้อนนะ แต่ให้โทษ (หรือขอบคุณ) แคปไซซินที่ถูกปล่อยออกมามากต่างหาก!

แล้วคุณล่ะ เคยมีประสบการณ์ "เผ็ดเปลี่ยน" เพราะความร้อนบ้างไหม? ลองสังเกตดูเวลากินอาหารเผ็ดครั้งต่อไป แล้วคุณจะเข้าใจวิทยาศาสตร์ของความเผ็ดมากขึ้นแน่นอน!

เนื้อหาโดย: Boss Panuwat
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
Boss Panuwat's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 136 ครั้ง
เขียนโดย Boss Panuwat
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
อ.เจษฎาชี้เบาะแสผงในก๋วยเตี๋ยว ทำไม “ยาแก้พิษ” จึงสำคัญTyler Mane จาก X-Men เปิดป่วยมะเร็งเต้านม ผู้ชายก็เสี่ยงได้มอเตอร์ไซค์แบรนด์ไทย ที่ประสบความสำเร็จมากเป็นอันดับหนึ่ง😊 ชวนเข้ามาดูรูปภาพที่น่าทึ่งที่พิสูจน์ให้เห็นว่าพลังแห่งธรรมชาตินำหน้าเราเสมอ 😁5 ซีรี่ส์ทางการแพทย์ ที่สมจริงที่สุดตลอดกาลซอสมะเขือเทศเปิดแล้วควรแช่ตู้เย็นไหม คำตอบอยู่ที่รสชาติและความปลอดภัยแม่น้ำที่ใสสะอาดและมีคุณภาพน้ำดีที่สุด ที่ไหลผ่านเขตแดนของประเทศไทยจังหวัดที่มีห้องว่างในโรงแรมมากที่สุด มีจำนวนผู้เข้าพักน้อยที่สุดในไทยつづく แปลว่าอะไร คำท้ายการ์ตูนญี่ปุ่นที่หลายคนเห็นมาตั้งแต่เด็กMSN Messenger หายไปไหน ย้อนโปรแกรมแชตที่เด็กยุค 90s-2000s ยังจำได้สรุปสถิติหวยลาวย้อนหลัง 10 งวด พร้อมเลขเด่นงวด 10 มิถุนายน 2569น้ำตาลกรวดใสเหมือนแก้ว เพราะอะไร ต่างจากน้ำตาลทรายแค่ไหน
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
อ.เจษฎาชี้เบาะแสผงในก๋วยเตี๋ยว ทำไม “ยาแก้พิษ” จึงสำคัญTyler Mane จาก X-Men เปิดป่วยมะเร็งเต้านม ผู้ชายก็เสี่ยงได้น้ำตาลกรวดใสเหมือนแก้ว เพราะอะไร ต่างจากน้ำตาลทรายแค่ไหนซอสมะเขือเทศเปิดแล้วควรแช่ตู้เย็นไหม คำตอบอยู่ที่รสชาติและความปลอดภัยMSN Messenger หายไปไหน ย้อนโปรแกรมแชตที่เด็กยุค 90s-2000s ยังจำได้Souu คอสเพลเยอร์ญี่ปุ่น ลด 28 กก. หลังคลอดใน 1 ปีครึ่ง ทำอย่างไรไม่กดดันตัวเอง
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ส่องกล้องตัดติ่งเนื้อลำไส้ใหญ่ด้วยเทคนิค ESD: ทางเลือกใหม่ ลดความเสี่ยง ไม่ต้องผ่าตัดใหญ่ช่วยตัวเองบ่อยทำให้ไตเสื่อมไหม? แยกความเชื่อกับข้อเท็จจริงแหล่งผลิตไฟฟ้าหลักที่มีกำลังการผลิตสูงสุดของภาคอีสาน"ปลาน้ำจืดหายากที่พบเฉพาะในประเทศไทย
ตั้งกระทู้ใหม่