โศกนาฏกรรมแห่งสายน้ำ เรื่องราวของ พระนางเรือล่ม สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์
เขียนโดย อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย
ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เกิดเหตุการณ์อันน่าเศร้าสลดที่ยังคงเป็นที่กล่าวขานมาจนถึงปัจจุบัน นั่นคือโศกนาฏกรรม "พระนางเรือล่ม" ซึ่งคร่าชีวิตสมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระบรมราชเทวี และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้ากรรณาภรณ์เพชรรัตน์ฯ พระราชธิดาในครรภ์
สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ ทรงเป็นพระเจ้าลูกเธอในรัชกาลที่ 4 ประสูติเมื่อ พ.ศ. 2403 ทรงมีพระสิริโฉมงดงามและพระสติปัญญาเฉลียวฉลาด เป็นที่โปรดปรานของรัชกาลที่ 5 อย่างยิ่ง ทรงได้รับสถาปนาเป็นพระอัครมเหสีพระองค์แรก และทรงแบ่งเบาพระราชภารกิจได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะการต้อนรับอาคันตุกะชาวต่างประเทศ เนื่องจากทรงตรัสภาษาอังกฤษได้อย่างคล่องแคล่ว
ในปี พ.ศ. 2423 รัชกาลที่ 5 ทรงมีพระราชประสงค์จะเสด็จประพาสพระราชวังบางปะอินทางเรือ โดยในวันที่ 31 พฤษภาคม 2423 ขบวนเรือได้เคลื่อนออกจากท่าราชวรดิฐ มุ่งหน้าสู่บางปะอิน เรือพระประเทียบของสมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ ซึ่งทรงพระครรภ์ 5 เดือน และประทับพร้อมพระราชธิดา ได้เกิดอุบัติเหตุชนกับเรืออีกลำบริเวณ บางพูด (มิใช่วัดกู้ตามที่เข้าใจผิดกันบ่อยครั้ง) ด้วยความประมาทในการเดินเรือและการที่เรือปานมารุเร่งเครื่องเพื่อแซง ทำให้เกิดการปะทะกันอย่างจัง
เรือพระประเทียบโคลงเคลงอย่างรุนแรงและจมลงอย่างรวดเร็ว แม้สมเด็จพระนางเจ้าจะทรงว่ายน้ำแข็ง แต่ด้วยความห่วงใยพระราชธิดาที่พลัดจากพระหัตถ์ไป ทำให้พระองค์ไม่เสด็จออกจากเก๋งเรือ ทรงพยายามค้นหาพระราชธิดาอยู่ภายในเก๋งเรือจนหมดพระกำลังและสิ้นพระชนม์ในที่สุด พร้อมด้วยพระราชธิดาและพระพี่เลี้ยงอีกหนึ่งคน
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงโศกเศร้าเสียพระทัยอย่างแสนสาหัส ทรงเก็บพระองค์อยู่แต่ในพระที่นั่ง และทรงพระกันแสงรำพันถึงสมเด็จพระนางเจ้าอยู่เสมอ
หลังเหตุการณ์ มีการสอบสวนผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ทั้งหมด และพบว่า พระยามหามนตรี ผู้ดูแลขบวนเรือ มีความผิดฐานไม่สามารถกู้สถานการณ์ได้ทันท่วงที และห้ามชาวบ้านเข้าช่วยเหลือโดยอ้าง กฎมณเฑียรบาล ทำให้ถูกปลดออกจากราชการและจำคุก 3 ปี อย่างไรก็ตาม รัชกาลที่ 5 ทรงมีพระกรุณาธิคุณให้กลับเข้ารับราชการอีกครั้ง
ข่าวลือเกี่ยวกับการกลั่นแกล้งทางการเมือง หรือการเก็บพระศพไว้นานถึง 10 ปีนั้น ไม่เป็นความจริง การถวายพระเพลิงพระศพจัดขึ้นในปี พ.ศ. 2424 ณ ท้องสนามหลวง
เพื่อระลึกถึงสมเด็จพระนางเจ้า รัชกาลที่ 5 ทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระราชานุสรณ์ขึ้นหลายแห่งในสถานที่ที่ทรงโปรดปราน อาทิ พระราชานุสาวรีย์ ณ น้ำตกพลิ้ว จันทบุรี, สวนสราญรมย์, และ พระราชวังบางปะอิน นอกจากนี้ยังมีการสร้าง โรงเรียนสุนันทาลัย (ปัจจุบันคือโรงเรียนราชินี) และ วังสวนสุนันทา (ปัจจุบันคือมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา) ซึ่งแสดงถึงพระเมตตาและพระราชานุสรณ์แห่งความรักที่ยังคงอยู่มาจนถึงปัจจุบัน
โศกนาฏกรรมครั้งนี้แม้จะสร้างความเศร้าสลด แต่เรื่องราวของสมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ยังคงเป็นสัญลักษณ์ของความรักอันยิ่งใหญ่ และยังคงมีการสักการะอนุสรณ์สถานของพระองค์อย่างต่อเนื่องจนถึงทุกวันนี้
เขียนโดย อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย
5 จังหวัด เมืองเกษียณ ที่คนวัย 30+ แห่ไปจองที่ดิน ค่าครองชีพถูก
โรงเรียน"ลอยน้ำ"แห่งเดียวในประเทศไทย
จังหวัดที่คนมองข้าม แต่จริง ๆ แล้วน่าอยู่สุดในไทย เงียบ สบาย แต่คุณภาพชีวิตดีเกินคาด
รู้ไหม? มีจังหวัดในไทยที่มีแค่ 3 อำเภอเท่านั้น เล็กแต่มีเสน่ห์เกินตัว
จังหวัดไหนของไทย กำลังถูกมองว่าเป็นอนาคตความเจริญรุ่งเรืองของไทย
กินแล้วอย่าทิ้งเมล็ด! 5 ผลไม้ "ปลูกต่อได้" ในกระถาง เปลี่ยนระเบียงบ้านให้เป็นสวนผลไม้จิ๋ว 🌳🍋
สภาพ “เอริญ” วง ENO เขมร เงียบเหงาช่วงสงกรานต์ หลังไร้งาน ไม่มีคอนเสิร์ต
จังหวัดไหนในไทย‘ผลิตไฟฟ้าได้เอง’มากที่สุด?”
ผลหวยงวด 16 เมษายน 2569 ออกแล้ว ตรวจครบทุกเลขที่นี่
"เมือง"ที่อากาศเย็นกำลังดีตลอดทั้งปี
จังหวัดที่มีอุตสาหกรรมน้อยมากที่สุดในประเทศ
พื้นที่จังหวัดที่มาแรงที่สุดในฐานะเมืองหลวงแห่งที่2ของไทย
ทลายโรงงานเถื่อนกลางกรุง! CIB บุกยึดผงชูรสปลอมล็อตใหญ่ ผสมสารอันตราย วนขายนานกว่า 2 ปี
ประเทศในอาเซียนที่ถือครองทองคำเยอะที่สุด
เผย 10 อันดับ "กองทัพอากาศ" ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ปี 2026 ไทยติดโผหรือไม่?
ป่าชายเลนที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
ประโยชน์และโทษของสะเดา ผักตามฤดูกาลที่ทุกคนต้องรู้
รายได้ของข้าราชการระดับอาวุโส (C8) โดยเฉลี่ยเท่าไหร่








