หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

เปิดตำนานเงินตรา ย้อนรอยวิวัฒนาการจาก "หอยเบี้ย" สู่ "เงินพดด้วง" และเงินท้องถิ่น

เขียนโดย อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย

มนุษย์กับการแสวงหาความสุขเป็นของคู่กัน ในยุคปัจจุบันเงินตราคือปัจจัยสำคัญที่ทำให้ชีวิตสะดวกสบาย แต่เคยสงสัยไหมว่ากว่าจะมาเป็นธนบัตร เหรียญ หรือบัตรเครดิตที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้ มนุษย์ในอดีตใช้อะไรเป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยน? 

ย้อนกลับไปในยุคก่อนสุโขทัย มนุษย์ใช้ "หอยเบี้ย" เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยน ซึ่งไม่ใช่หอยที่พบในประเทศไทย แต่เป็นหอยน้ำเค็มที่นำเข้ามาจากเกาะมัลดีฟส์ หอยในเมืองไทยไม่มีความมันวาวและมูลค่าเพียงพอที่จะใช้เป็นสื่อกลางการแลกเปลี่ยนได้ พ่อค้าชาวต่างชาติเป็นผู้กำหนดกฎเกณฑ์มูลค่าของหอยเบี้ย เช่น ไก่ 1 ตัว แลกหอย 7 ตัว

แต่เมื่อมีการนำเข้าหอยเบี้ยเข้ามาในปริมาณมาก มูลค่าของหอยเบี้ยก็ลดลง เกิดภาวะ "เงินเฟ้อ" ตั้งแต่สมัยโบราณ จนถึงขนาดไก่ 1 ตัว ต้องใช้หอยเบี้ยถึง 1,700 ตัวในการแลกเปลี่ยน หอยเบี้ยแพร่หลายอย่างมากในหลายประเทศ เช่น ลาว กัมพูชา ไทย จีน เวียดนาม ชวา อินโดนีเซีย และหมู่เกาะต่างๆ แม้กระทั่งในรัชกาลที่ 4 หอยเบี้ยก็ยังคงมีการใช้งานอยู่ แต่เป็นเงินย่อยที่มีมูลค่าน้อยมาก

หลังจากยุคหอยเบี้ย ก็เข้าสู่ยุคของ "เงินพดด้วง" ซึ่งมีหลากหลายรูปแบบตามยุคสมัย เช่น เงินพดด้วงในรัชกาลที่ 4 ที่มีชุดครบตามลำดับขั้นตั้งแต่ 2 ไพ ไปจนถึง 4 บาท นอกจากนี้ยังมี เงินพดด้วงทองคำ ที่หายากและมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์สูง รวมถึงเงินพดด้วงสมัยอยุธยา สุโขทัย และกรุงธนบุรี ที่มีลักษณะและตราที่แตกต่างกันไป โดยเฉพาะเงินพดด้วงในสมัยกรุงธนบุรีที่ผลิตขึ้นในช่วงเวลาสั้นๆ ก่อนจะเข้าสู่สมัยรัตนโกสินทร์ ส่วน เงินพดด้วงในรัชกาลที่ 5 นั้น ไม่ได้ผลิตเพื่อใช้เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยน แต่เป็นของที่ระลึกสำหรับข้าราชการและเชื้อพระวงศ์ เนื่องจากรัชกาลที่ 5 ทรงยกเลิกการใช้เงินพดด้วงไปแล้ว

สิ่งที่น่าสนใจคือ ในอดีตเงินตราไม่ได้มีรูปแบบเดียวทั่วประเทศ แต่มีการใช้เงินที่แตกต่างกันไปตามภูมิภาคและท้องถิ่น เช่น เงินลาด และ เงินฮ้อย (เงินจระเข้) ที่ใช้ในภาคอีสาน, เงินฮาง ที่ชาวเวียดนามนำเข้ามาใช้ในภาคอีสาน, และ เงินไซซี (เงินอาม้า) เงินของจีนที่นำมาใช้ในไทย ส่วนทางภาคเหนือมี เงินเจียง (เงินกำไล) ที่ใช้ในล้านนา, เงินใบไม้ และ เงินผักชี รวมถึง เงินทอก ที่ใช้ในเชียงใหม่และน่าน เงินเหล่านี้ส่วนใหญ่จะอยู่ในยุคสุโขทัยและมีการแยกใช้ตามภาคต่างๆ สะท้อนให้เห็นถึงความหลากหลายทางวัฒนธรรมและการค้าในอดีต

การเดินทางผ่านกาลเวลาไปกับเงินตราโบราณ ทำให้เราได้เรียนรู้เรื่องราวประวัติศาสตร์ สังคม และเศรษฐกิจในอดีตอย่างลึกซึ้ง และยังได้เห็นถึงวิวัฒนาการของสิ่งที่อยู่คู่กับชีวิตมนุษย์มาอย่างยาวนาน 

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 400 ครั้ง
เขียนโดย อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย
จาะลึกทุกกระแสข่าวสำคัญทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ ด้วยประสบการณ์การวิเคราะห์ข่าวเชิงรุก มุ่งเน้นการตรวจสอบข้อมูลจากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ (Multi-source Verification) เพื่อส่งมอบเนื้อหาที่ถูกต้อง แม่นยำ และทันสถานการณ์ ช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจเบื้องลึกของทุกเหตุการณ์สำคัญได้อย่างชัดเจน
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
คณะไหนมีนักศึกษาลาออกกลางทาง มากที่สุด?ใช้ปลั๊กไฟมาทั้งชีวิต เพิ่งรู้ ว่ารูเล็กๆ บนขา มีไว้ทำแบบนี้นี่เองอำเภอในประเทศไทยที่ยังไม่มีร้าน 7-Eleven เปิดให้บริการจังหวัดที่คนย้ายไปแล้วไม่อยากกลับกรุงเทพ”จังหวัดที่คนอยากย้ายออกมากที่สุด” คือจังหวัดไหน?ใช้คอมมาทั้งชีวิตเพิ่งรู้! ขีดนูนบนปุ่ม F และ J มีไว้ทำไม?จังหวัดไหนมีเส้นทางธรรมชาติขับรถสวยที่สุดมหาวิทยาลัยที่ได้งบประมาณมากที่สุดในประเทศไทยแนวทางเลข เเม่น้ำหนึ่ง 16/5/69คณะที่เรียนจบยากที่สุดในประเทศไทยสิบเลขขายดีแม่จำเนียร งวด 16/5/696 ประเทศที่ไม่มีกลางวัน
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
“กลอรี่ โฮล”(Glory Hole) ประตูระบายน้ำสุดพิศวงใจกลางแคลิฟอร์เนียย้อนดูคณะยอดฮิตเมื่อ 10 ปีก่อน ปี 2569 ยังรุ่ง หรือบางคณะเริ่มร่วงแล้ว?ระวังสนิมกินทั้งคัน! "รูจิ๋วใต้ขอบประตูรถ" มีไว้ทำไม? เรื่องเล็กที่คนรักรถมองข้าม จนต้องเสียเงินซ่อมหลักหมื่นแบบไม่รู้ตัว!ย้อนรอยเมนูเด็ดรุ่นปู่ย่า! 4 วิธีกิน "ข้าวสวย" คู่กับผลไม้และน้ำมันหมู เรื่องแปลกที่อร่อยจริงจังหวัดน่าอยู่ที่สุดในไทยเกาะของไทยขนาดใหญ่ที่สุด ที่ไม่มีประชากรอาศัยอยู่แบบถาวร
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ย้อนดูคณะยอดฮิตเมื่อ 10 ปีก่อน ปี 2569 ยังรุ่ง หรือบางคณะเริ่มร่วงแล้ว?ระวังสนิมกินทั้งคัน! "รูจิ๋วใต้ขอบประตูรถ" มีไว้ทำไม? เรื่องเล็กที่คนรักรถมองข้าม จนต้องเสียเงินซ่อมหลักหมื่นแบบไม่รู้ตัว!เพิ่งรู้กดผิดมาตลอด! "2 ปุ่มบนฝาชักโครก" มีไว้ทำไม? เรื่องใกล้ตัวที่วิศวกรคิดมาเพื่อช่วยกระเป๋าเงินคุณโรงอาหารโรงเรียนแบบไหนถูกใจเด็กมากที่สุด
ตั้งกระทู้ใหม่