พระเครื่องมาจากไหน? ทำไมถึงเรียกว่า "เช่า" ไม่ใช่ "ซื้อ"?
หลายคนอาจสงสัยว่าพระเครื่องที่เราคุ้นเคยกันดีมีที่มาอย่างไร และทำไมถึงใช้คำว่า "เช่า" แทนที่จะเป็น "ซื้อ" วันนี้เราจะมาสรุปเรื่องราวการเดินทางของพระเครื่องจากอดีตสู่ปัจจุบันกันค่ะ
จุดเริ่มต้นของ "พระพิมพ์" และ "พระเครื่อง"
แนวคิดเรื่องพระเครื่องมีรากฐานย้อนไปไกลถึงยุคหลังพุทธกาล เมื่อชาวพุทธเดินทางไปสังเวชนียสถานเพื่อระลึกถึงพระพุทธองค์และปลงสังขาร ในยุคแรกพวกเขาเก็บเมล็ดต้นพระศรีมหาโพธิ์กลับไปเป็นที่ระลึก แต่เมื่อเมล็ดหายากขึ้น จึงเริ่มมีการนำดินมาอัดเป็นแผ่นและแกะสลักเป็นสัญลักษณ์ทางพุทธศาสนา นี่คือจุดกำเนิดของ "พระพิมพ์"
เมื่อพระพุทธรูปเริ่มมีการสร้างขึ้น พระพิมพ์ก็พัฒนาเป็นการพิมพ์รูปพระพุทธเจ้าลงบนวัสดุต่างๆ พระพิมพ์ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายจากคติความเชื่อ "ปัญจอันตรธาน" ที่เชื่อว่าพระพุทธศาสนาจะเสื่อมถอยไป ชาวพุทธจึงสร้างพระพิมพ์ขนาดเล็กพร้อมสลัก คาถาเยธัมมา เพื่อหวังให้เป็นหลักฐานทางพระพุทธศาสนาสำหรับคนรุ่นหลัง
เมื่อพระพุทธศาสนาเผยแผ่มายังประเทศไทย แนวคิดเรื่องพระพิมพ์ก็ผสมผสานกับความเชื่อท้องถิ่น เช่น การสร้างเพื่ออุทิศส่วนกุศลแก่ผู้ล่วงลับ และในสมัยอยุธยา พระพิมพ์ถูกนำมาใช้เป็น เครื่องรางของขลัง เพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้แก่นักรบในยามออกศึก จากการผสมผสานนี้เอง จึงเกิดคำว่า "พระเครื่อง" ขึ้นมา โดยหมายถึงเครื่องรางของขลังที่มีรูปพระนั่นเอง
การเดินทางสู่ปัจจุบันและการเกิด "ตลาดพระเครื่อง"
หลังกรุงศรีอยุธยาเสียแก่ข้าศึก พระพิมพ์ที่บรรจุในเจดีย์ต่างๆ แตกกรุออกมา ทำให้คนรุ่นหลังนำพระพิมพ์เหล่านี้ออกมาพกติดตัวเป็นพุทธบูชา เช่นเดียวกับ สมเด็จพุทธาจารย์ (โต พรหมรังสี) ที่เชื่อกันว่าเป็นผู้ริเริ่มนำพระพิมพ์จากกรุมาห้อยติดตัว
ในสมัยรัชกาลที่ 3 มีการสร้างพระเพื่อแจกจ่ายแก่ประชาชนในยามเกิดโรคระบาด และยังได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมตะวันตกในการสร้าง เหรียญที่ระลึก ทำให้พระเกจิอาจารย์ต่างๆ เริ่มสร้าง เหรียญพระสงฆ์ เพื่อแจกในงานบุญ
พระเครื่องได้รับความนิยมสูงสุดในช่วง สงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อผู้คนต้องการที่พึ่งทางใจ ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนและบอกเล่าสรรพคุณของพระเครื่อง นำไปสู่การเกิด ตลาดพระเครื่อง ขึ้น โดยมีตลาดบารมหาพันเป็นจุดเริ่มต้น มีการจัดระเบียบและตั้งชื่อเรียกพระเครื่องตามพุทธคุณหรือแหล่งที่มา เช่น พระขุนแผน หรือพระสมเด็จ และมีการจัดพิมพ์หนังสือคู่มือพระเครื่องต่างๆ
ทำไมถึงเรียกว่า "เช่าพระ"?
การใช้คำว่า "เช่า" แทน "ซื้อ" มีหลายเหตุผล:
- การแลกเปลี่ยนไม่ใช่การซื้อขาย: ในยุคแรกเริ่ม การได้มาซึ่งพระเครื่องมักเป็นการแลกเปลี่ยนกัน ไม่ใช่การซื้อขายด้วยเงินตราโดยตรง
- ความเคารพต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์: พระเครื่องถือเป็นของสูง การใช้คำว่า "ซื้อ" อาจดูไม่เหมาะสมและไม่ให้ความเคารพ จึงใช้คำว่า "เช่า" หรือ "บูชา" เพื่อสื่อถึงการนำพระมาเพื่อสักการะ
- แนวคิดการยืมใช้แล้วส่งคืน: ในบางช่วงเวลา เช่น สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่พระเครื่องมีไม่พอแจก คนอาจนำพระจากกรุมาพกชั่วคราว และเชื่อว่าเมื่อหมดความจำเป็นแล้ว ควรนำกลับไปคืนวัด เหมือนกับการเช่ามาใช้ชั่วคราวแล้วส่งคืนต้นสังกัด (ซึ่งต่างจากการเช่าในปัจจุบันที่มักเป็นการเช่าขาด)
เรื่องราวของพระเครื่องจึงเป็นการผสมผสานระหว่างความเชื่อทางศาสนา ประวัติศาสตร์ สังคม และวัฒนธรรม ที่สะท้อนวิถีชีวิตและความศรัทธาของผู้คนในแต่ละยุคสมัยค่ะ
ทัวร์คอนเสิร์ตที่ทำเงินมากที่สุด อันดับหนึ่งของโลกตลอดกาล
สิบเลขขายดี สลากตัวเลขสามหลัก N3 งวด 16/2/69
ประเทศที่นิยมเรียนในไทย มีนักศึกษาเข้ามาเรียนต่อในประเทศไทยมากที่สุด
จังหวัดของประเทศไทย ที่มีคนกัมพูชาทำงานอยู่จำนวนมากที่สุด
พบ "ตะโขง" สัตว์ที่เคยเชื่อว่าสูญพันธุ์แล้วในไทยเป็นครั้งแรก พร้อมภาพชัดเจน
ประเทศที่คนจบปริญญามากที่สุด 10 อันดับแรกของโลก
น้ำปลาที่มียอดขายมากที่สุด อันดับหนึ่งในประเทศไทย
เครื่องใช้ไฟฟ้าแบรนด์ไทย ที่หลายคนเข้าใจผิดว่าเป็นสินค้าของญี่ปุ่น
"เลขเด็ดเกจิวัดดัง" งวดวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 69..อยากถูกหวย ส่องเลย!
เตรียมตัวให้พร้อม! เช็กรุ่นมือถือที่ใช้งานแอปฯ ธนาคารไม่ได้ เริ่ม 14 ก.พ. 69 เป็นต้นไป
สิบเลขขายดีแม่จำเนียร งวด 16/2/69
เปิด 9 ธุรกิจสินค้าสัญชาติ "ญี่ปุ่น" ที่ปัจจุบันมี "ทุนจีน" เป็นเจ้าของ
มหาวิทยาลัยในประเทศไทย ที่มีจำนวนนักศึกษามากที่สุด
พบ "ตะโขง" สัตว์ที่เคยเชื่อว่าสูญพันธุ์แล้วในไทยเป็นครั้งแรก พร้อมภาพชัดเจน
🔥 เปิดโปรไฟล์ 'ก้อย อรัชพร' ผู้หญิงที่ 'ทิม พิธา' เลือก! สวย เก่ง ครบเครื่อง เบื้องหลังความสำเร็จที่ไม่ธรรมดา ✨!







