หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ค่ายเอาชวิทซ์ ประวัติศาสตร์อันมืดมิดและอนุสรณ์แห่งความทรงจำ

เนื้อหาโดย มะม่วงแอปเปิ้ล

เอาชวิทซ์ (Auschwitz) คือชื่อของค่ายกักกันและค่ายสังหารที่ใหญ่ที่สุดของนาซีเยอรมัน ซึ่งตั้งอยู่ในโปแลนด์ที่ถูกยึดครอง โดยหน่วย SS ของนาซีเป็นผู้ดูแลระหว่างปี 1940-1945 ที่นี่ได้คร่าชีวิตผู้คนไปอย่างน้อย 1.1 ล้านคน ส่วนใหญ่เป็นชาวยิวที่เสียชีวิตจากการอดอยาก, โรคภัยไข้เจ็บ, การทำงานหนักเกินกำลัง, และการสังหารหมู่ในห้องรมแก๊ส นอกจากชาวยิวแล้ว ยังมีเหยื่ออื่นๆ เช่น นักโทษการเมืองชาวโปแลนด์, เชลยสงครามโซเวียต, ชาวโรมานี, และผู้ที่นาซีถือว่าเป็นศัตรู

แนวคิดที่นำไปสู่ความโหดร้ายนี้มีรากฐานมาจากการที่ อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ผู้นำนาซีเยอรมันกล่าวหาว่าชาวยิวเป็นศัตรูของรัฐและเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศ กฎหมายนูเรมเบิร์กปี 1935 ได้จำกัดสิทธิ์ของชาวยิวอย่างรุนแรง และหลังจาก "เหตุการณ์คืนกระจกแตก" ในปี 1938 ชาวยิวก็ถูกริบสิทธิ์และเผชิญกับการเลือกปฏิบัติและความรุนแรง เมื่อสงครามโลกครั้งที่สองเริ่มต้นในปี 1939 ชาวยิวในดินแดนที่ถูกยึดครองก็เผชิญชะตากรรมเดียวกัน โดยถูกบังคับให้อยู่ในเขตกักกันชาวยิว (Ghettos) ก่อนจะถูกส่งไปสู่ "ทางออกสุดท้ายของปัญหาชาวยิว" ซึ่งก็คือการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์

เอาชวิทซ์ไม่ได้เป็นเพียงค่ายเดียว แต่เป็นระบบค่ายขนาดใหญ่ที่ประกอบด้วยค่ายหลัก 3 แห่ง:

เมื่อนักโทษมาถึงเอาชวิทซ์ แพทย์ SS จะทำการคัดเลือกทันทีว่าใครจะได้ทำงานและใครจะถูกส่งไปห้องรมแก๊ส เด็กเล็กส่วนใหญ่จะถูกสังหารทันที ผู้ที่ถูกเลือกให้ใช้แรงงานจะต้องเผชิญกับการถูกตัดผม โกนศีรษะ สักหมายเลข และถูกริบของใช้ส่วนตัวทั้งหมด พวกเขาต้องทำงานหนักภายใต้สภาพความเป็นอยู่ที่เลวร้าย ขาดแคลนอาหาร และถูกทุบตีเป็นประจำ

การสังหารหมู่ในห้องรมแก๊สเกิดขึ้นตลอดเวลา และศพจะถูกจัดการโดยกลุ่มนักโทษพิเศษที่เรียกว่า ซอนเดอร์คอมมานโด (Sonderkommando) ผู้ซึ่งต้องถอนผมและฟันทองคำออกจากศพ ก่อนนำไปเผาในเตาเผาศพหรือหลุมกลางแจ้ง ซึ่งกลิ่นเหม็นไหม้จากศพที่ถูกเผานั้นรุนแรงจนชาวบ้านรอบค่ายรับรู้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้น

เมื่อเยอรมนีเริ่มพ่ายแพ้ในสงคราม การใช้งานห้องรมแก๊สก็ถูกสั่งปิดลงในเดือนพฤศจิกายน 1944 และในที่สุด กองทัพแดงของสหภาพโซเวียต ก็ปลดปล่อยค่ายเอาชวิทซ์เมื่อวันที่ 27 มกราคม 1945 แม้ SS จะพยายามทำลายหลักฐาน แต่พยานหลักฐานจากผู้รอดชีวิตก็ได้ถูกรวบรวมและเปิดเผยต่อสาธารณชนในการพิจารณาคดีนูเรมเบิร์ก ซึ่งผู้เกี่ยวข้องหลายคนถูกตัดสินลงโทษ

ปัจจุบัน เอาชวิทซ์ได้กลายเป็นพิพิธภัณฑ์และอนุสรณ์สถานสำคัญระดับโลก เพื่อรำลึกถึงผู้ที่ต้องทนทุกข์และเสียชีวิตที่นั่น และเพื่อย้ำเตือนถึงความโหดร้ายของโศกนาฏกรรมครั้งนี้ เพื่อไม่ให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยอีกครั้ง

เนื้อหาโดย: มะม่วงแอปเปิ้ล
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
5 ดินแดนที่สหรัฐอเมริกาเคยพยายามขอซื้อแต่ล้มเหลวประเทศที่มีแหล่งน้ำมันดิบ ปริมาณมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งของโลกอำเภอที่อยู่ไกลจากตัวจังหวัดที่สุดแนวทางเลขธูป 3 ตัวตรงจากเจ๊ฟองเบียร์ งวด 17 มกราคม 2569ดราม่า..ไข่เจียวตลาดน้ำดำเนินสะดวก จานละ 400 บาท ผิดซ้ำซากจากร้านเดิมทำไมคุณไม่ควรใส่เกลือ เมื่อเริ่มเคี่ยวกระดูก?ยกเลิกข้อความไม่ได้ไม่ใช่เครื่องพัง แต่เพราะ “หมดเวลา” ไขข้อสงสัย LINE ปี 2569 ที่คนใช้ไลน์ทุกคนควรรู้ธนาคารสัญชาติไทย ที่ทำกำไรได้มากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งFlash Express ประกาศยุติกิจการในมาเลเซีย สิ้นเดือนมกราคม 69 นี้นักวิทย์ค้นพบแหล่งน้ำที่เก่าแก่ที่สุดบนโลก อดใจไม่ไหวจึงลองดื่มดูมหากาพย์ "ทวีปมู" อาณาจักรแม่ที่สาบสูญกับความลับใต้ผืนน้ำแปซิฟิกจังหวัดเดียวในประเทศไทยที่มีภาษาเป็นอัตลักษณ์เป็นของตนเอง
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
นกแก้วที่ไม่สามารถบินได้ ที่มีเพียงสายพันธุ์เดียวเท่านั้นบนโลก
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ธนาคารสัญชาติไทย ที่ทำกำไรได้มากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งหนังคนล่ะม้วน เมื่อ ICE ยิงเด็กตๅย!จังหวัดเดียวในประเทศไทย ที่มีอายุหลังก่อตั้งจังหวัดไม่ถึง 20 ปีแร่ที่เบาและอ่อนนุ่มมากที่สุด ที่สามารถพบได้บนพื้นผิวของโลก
ตั้งกระทู้ใหม่