ทำไมคนเราถึงเครียดไม่เท่ากันเป็นเรื่องที่ทุกคนสงสัย?
ทำไมคนเราถึงเครียดไม่เท่ากัน?
ในชีวิตประจำวันจะเห็นคนรอบข้างที่เผชิญกับสถานการณ์เดียวกัน แต่กลับรับมือกับความเครียดได้ต่างกันลิบลับ บางคนดูเหมือนจะจัดการกับปัญหาใหญ่ ๆ ได้อย่างใจเย็นขณะที่บางคนกลับรู้สึกกดดันอย่างมากกับเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ทำไมถึงเป็นแบบนั้น
ปัจจัยภายใน"ตัวเรา" มีส่วนสำคัญ
ความแตกต่างในการรับมือกับความเครียดไม่ได้เกิดจากปัจจัยภายนอกเพียงอย่างเดียว แต่ยังขึ้นอยู่กับปัจจัยภายในของแต่ละคนด้วย
พันธุกรรมและชีววิทยา งานวิจัยหลายชิ้นชี้ว่าพันธุกรรมมีส่วนกำหนดระดับความไวต่อความเครียดของแต่ละคน ยีนบางตัวอาจส่งผลต่อการทำงานของสารสื่อประสาทในสมอง เช่น เซโรโทนิน หรือ โดปามีน ซึ่งเกี่ยวข้องกับอารมณ์และการรับรู้ความเครียด นอกจากนี้ ฮอร์โมนความเครียด อย่างคอร์ติซอล ก็มีบทบาทสำคัญเช่นกัน การทำงานของระบบฮอร์โมนที่ไม่เหมือนกันในแต่ละคน อาจทำให้ร่างกายตอบสนองต่อความเครียดต่างกันไป
ประสบการณ์ในวัยเด็ก ประสบการณ์ในวัยเด็กส่งผลอย่างมากต่อการพัฒนาโครงสร้างสมองและระบบประสาทที่เกี่ยวข้องกับการจัดการความเครียด เด็กที่เติบโตมาในสภาพแวดล้อมที่มั่นคง ได้รับความรักและการดูแลที่เพียงพอ มักจะพัฒนากลไกการรับมือความเครียดที่ดีกว่า ตรงกันข้าม ประสบการณ์เลวร้ายในวัยเด็ก เช่น การถูกทอดทิ้ง หรือการถูกทำร้าย อาจทำให้สมองอ่อนไหวต่อความเครียดมากขึ้นในอนาคต
บุคลิกภาพ บุคลิกภาพแต่ละแบบมีผลต่อการรับรู้และตอบสนองต่อความเครียดอย่างมีนัยสำคัญ เช่น คนที่มองโลกในแง่ดี มักจะมองหาทางออกและโอกาสในสถานการณ์ตึงเครียด ขณะที่คนที่มีบุคลิกภาพวิตกกังวลง่าย อาจรู้สึกกังวลและเครียดมากกว่า นอกจากนี้ ความสามารถในการปรับตัว (resilience) ซึ่งเป็นทักษะในการฟื้นตัวจากสถานการณ์ที่ยากลำบาก ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่แตกต่างกันในแต่ละคน
ทักษะการรับมือ (Coping Skills) แต่ละคนมีวิธีจัดการกับความเครียดที่แตกต่างกัน บางคนอาจใช้การออกกำลังกาย การทำสมาธิ หรือการพูดคุยกับเพื่อนเพื่อระบายความรู้สึก ในขณะที่บางคนอาจจะหลีกเลี่ยงปัญหา หรือใช้กลไกการรับมือที่ไม่เหมาะสม เช่น การดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งอาจทำให้สถานการณ์แย่ลง คนที่มีทักษะการรับมือที่ดีและหลากหลาย มักจะจัดการกับความเครียดได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่า
ปัจจัยภายนอก สภาพแวดล้อมและสังคม
ปัจจัยภายนอกมีส่วนสำคัญที่ทำให้แต่ละคนเผชิญกับความเครียดไม่เท่ากัน
การสนับสนุนทางสังคม การมีเครือข่ายทางสังคมที่เข้มแข็ง ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว เพื่อน หรือคนรัก สามารถเป็นเกราะป้องกันความเครียดได้อย่างดี การได้รับกำลังใจ คำแนะนำ และความช่วยเหลือจากผู้อื่น จะช่วยให้เรารู้สึกไม่โดดเดี่ยว และมีพลังในการเผชิญหน้ากับปัญหาได้ดีขึ้น
สถานการณ์และบริบทของชีวิต ระดับความเครียดมักจะสัมพันธ์กับสถานการณ์และบริบทของชีวิตที่แต่ละคนกำลังเผชิญอยู่ คนที่ต้องรับผิดชอบหลายบทบาทพร้อมกัน เช่น ทั้งทำงานและดูแลครอบครัว อาจมีระดับความเครียดสะสมที่สูงกว่าคนที่ไม่มีภาระมากนัก นอกจากนี้ สถานการณ์ทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง ก็มีผลต่อระดับความเครียดโดยรวมของบุคคลและสังคม
ประสบการณ์และความรู้ ประสบการณ์ที่ผ่านมาในชีวิตมีส่วนช่วยให้เราเรียนรู้ที่จะรับมือกับสถานการณ์ที่คล้ายคลึงกันในอนาคตได้ดีขึ้น คนที่มีประสบการณ์ในการแก้ปัญหาและผ่านพ้นวิกฤตต่าง ๆ มาแล้ว อาจจะมีความมั่นใจและจัดการกับความเครียดได้ดีกว่าคนที่ขาดประสบการณ์ นอกจากนี้ ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องความเครียดและวิธีการจัดการอย่างเหมาะสม ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ช่วยลดผลกระทบจากความเครียดได้
10 ประเทศในทวีปเอเชีย ที่มีกองกำลังทหารแข็งแกร่งมากที่สุด
อำเภอพิเศษของประเทศไทย ที่ถูกประกาศจัดตั้งขึ้นพร้อมกัน
5 ยี่ห้อน้ำปลาร้าที่คนไทยนิยมมากที่สุด
จังหวัดล่าสุดของประเทศไทยที่ถูกยุบเลิก (ในทางประวัติศาสตร์)
แมวเพียงชนิดเดียวในประเทศไทย ที่ถูกขึ้นบัญชีให้เป็นสัตว์ป่าสงวน
10 ไม้ประดับราคาแพงที่สุดในประเทศไทย
เปิดแนวทางตัวเลข "อาจารย์เบียร์ คนตื่นธรรม" งวดวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569
มหาวิทยาลัยในประเทศไทย ที่มีชาวต่างชาติมาเรียนมากที่สุด
5 ประเทศในเอเชียที่มีการบริโภค ข้าวเหนียว มากที่สุด
"งูจงอาง" โผล่หน้ารถใช้เวลา 4 ชั่วโมง กว่าจะจับได้ คอหวยแห่ส่องเลขทะเบียนรถ
7 ต้นไม้ปลูกต้นไม้ในแจกัน ปลูกในน้ำได้
วิ่งให้ไกลกว่าเดิมกลางเมืองหลวง
จังหวัดของประเทศไทย ที่มีรายได้เฉลี่ยมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง



