สุสานเฉียนหลิง ปริศนาแห่งจักรพรรดินีบูเช็กเทียน
ในปีคริสตศักราช 970 หลังการล่มสลายของราชวงศ์ถัง แผ่นดินจีนแตกเป็นเสี่ยงๆ เหวินเทา หนึ่งในขุนศึกผู้ละโมบ ได้ออกปล้นสุสานโบราณกว่าสิบแห่ง รวมถึงสุสานของจักรพรรดิไท่จงและเจาหลิง แม้กวาดสมบัติไปนับไม่ถ้วน แต่ความโลภไม่เคยสิ้นสุด เป้าหมายถัดไปของเขาคือ สุสานเฉียนหลิง ที่พำนักแห่งสุดท้ายของ พระนางบูเช็กเทียน จักรพรรดินีหนึ่งเดียวในประวัติศาสตร์จีน แต่ระหว่างทางมุ่งหน้าสู่สุสานเฉียนหลิง ท้องฟ้าพลันมืดมิด ฝนฟ้าคะนองโหมกระหน่ำ เหวินเทาหวาดกลัวจนต้องสั่งหยุดทัพและเผ่นหนีกลับไป ทำให้สุสานเฉียนหลิงรอดพ้นไปได้อย่างน่าเหลือเชื่อ แต่ที่น่าทึ่งยิ่งกว่านั้นคือ นี่ไม่ใช่ครั้งเดียวที่สุสานแห่งนี้รอดพ้นจากเงื้อมมือโจรขุดสุสาน!
สุสานเฉียนหลิง ตั้งอยู่บนยอดเขาเหลียงซาน ห่างจากเมืองซีอานไปทางตะวันตกเฉียงเหนือ 75 กิโลเมตร ที่นี่ไม่เพียงเป็นที่ฝังพระศพของพระนางบูเช็กเทียนเท่านั้น แต่ยังเป็นที่ฝังพระศพของพระสวามี จักรพรรดิถังเกาจง (หลี่จื้อ) ด้วย จักรพรรดิเกาจงผู้มีอุปนิสัยอ่อนโยนได้มอบความไว้วางใจให้บูเช็กเทียนเข้ามามีส่วนร่วมในการตัดสินใจทางการเมือง จนอำนาจค่อยๆ ตกอยู่ในมือของพระนาง
หลังการสวรรคตของจักรพรรดิถังเกาจงในปีคริสตศักราช 683 พระนางบูเช็กเทียนก็ขึ้นครองราชย์เป็นจักรพรรดินีหญิงเพียงหนึ่งเดียวในประวัติศาสตร์จีน พระนางยังคงใส่ใจสุสานของพระสวามี และด้วยงบประมาณมหาศาล สุสานเฉียนหลิงจึงถูกสร้างขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ โดยจำลองผังมาจาก เมืองฉางอัน เมืองหลวงอันรุ่งเรืองของราชวงศ์ถัง เพื่อให้พระนางได้ใช้ชีวิตหลังความตายไม่ต่างจากโลกมนุษย์
ภายในสุสานมี ถนนซื่อมา ทอดยาว ขนาบข้างด้วยรูปปั้นหิน 61 รูป ซึ่งไม่ใช่แค่ขุนนางจีน แต่เป็นตัวแทนของ 61 ประเทศหรือดินแดนที่มาร่วมไว้อาลัยในงานพระศพของจักรพรรดิถังเกาจง ยืนยันถึงอำนาจและบารมีที่แผ่ไพศาลของราชวงศ์ถัง
ในปีคริสตศักราช 705 พระนางบูเช็กเทียนตัดสินใจสละบัลลังก์คืนให้พระโอรส หลี่เสี่ยน แต่หลี่เสี่ยนก็สิ้นพระชนม์ไม่นานหลังจากนั้น ด้วยความกตัญญูต่อมารดา พระองค์จึงมีพระบัญชาให้ฝังพระศพเคียงข้างพระนางบูเช็กเทียน ณ สุสานเฉียนหลิงแห่งนี้
ในปี 1960 นักโบราณคดีได้ค้นพบทางเข้าสุสานเฉียนหลิง และพบว่าประตูทางเข้าและอุโมงค์ถูกสร้างอย่างแน่นหนาจากแท่งไม้ขนาดใหญ่กว่า 10 แท่ง ฝังด้วยเหล็กบางๆ และเททับด้วยเหล็กหลอมเหลว ทำให้เกิดผนังที่แข็งแกร่งมาก มีแท่งไม้ทั้งหมด 39 ชั้น แต่ละชั้นมีมากกว่า 400 แท่ง ยากที่จะเปิดออกเพื่อไขความลับภายใน
นอกจากนี้ ยังมีการค้นพบสุสานใกล้เคียง เช่น สุสานของ องค์หญิงยงไท่ หลานสาวของบูเช็กเทียน ที่เสียชีวิตตั้งแต่อายุเพียง 17 ปี มีหลักฐานบ่งชี้ว่าเธอถูกบีบคอโดยบิดาของเธอเอง ซึ่งนักประวัติศาสตร์เชื่อว่าสาเหตุแท้จริงอาจเกี่ยวข้องกับการเมืองและพระนางบูเช็กเทียนเอง
การค้นพบโบราณวัตถุในสุสานใกล้เคียง เช่น เครื่องทอง เครื่องเงิน และ ฉลองพระองค์ของพระนางบูเช็กเทียน ซึ่งเป็นเพียงชิ้นเดียวในโลกที่ยังคงหลงเหลืออยู่ ทำให้เกิดคำถามว่า หากสุสานของพระนางบูเช็กเทียนถูกเปิดออก เราจะพบอะไรอีกบ้าง? แต่การขุดสุสานยังคงเป็นประเด็นถกเถียง เนื่องจากเทคโนโลยีปัจจุบันยังไม่สามารถรับประกันได้ว่าจะไม่เกิดความเสียหายต่อโบราณวัตถุล้ำค่า เราคงต้องลุ้นกันต่อไปว่า เมื่อไหร่สุสานของพระนางบูเช็กเทียนจะถูกเปิดออก และจะมีการค้นพบที่น่าตื่นเต้นอะไรอีกบ้าง?
ประเทศที่มีแหล่งน้ำมันดิบ ปริมาณมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งของโลก
"คาร์โบไฮเดรตที่ดีที่สุดในโลก" ไม่ใช่ข้าวกล้อง...
5 ดินแดนที่สหรัฐอเมริกาเคยพยายามขอซื้อแต่ล้มเหลว
จังหวัดเดียวในประเทศไทย ที่ไม่มีอำเภอเมืองเหมือนจังหวัดอื่น
เซอร์อังกฤษวัย 79 ปี เสนอเงินเดือนให้สาวที่จะมาผลิตทายาท เพื่อรักษาตระกูลในคฤหาสน์ 5,000 ไร่
ย้อนรอย 6 อารยธรรมโบราณที่ล่มสลายอย่างลึกลับ ทิ้งไว้เพียงปริศนาให้โลกค้นหา
นกเพียง 4 ชนิด ที่มีชื่อเป็นสัตว์ป่าสงวนของประเทศไทย
"เด็กเขมร" อยากกลับมาเรียนหนังสือในไทย คุณคิดยังไง?
ทึ่งทั่วโลก : "The Boneyard" หรือสุสานเครื่องบินที่ใหญ่ที่สุดในโลก
มหากาพย์ "ทวีปมู" อาณาจักรแม่ที่สาบสูญกับความลับใต้ผืนน้ำแปซิฟิก
นทท.ไต้หวัน เห็นสิ่งนี้ถึงกับให้ทิปรัว ๆ ทุกวัน
"Sunday Scaries" เมื่อบ่ายวันอาทิตย์กลายเป็นความสยองขวัญ
ประเทศที่มีแหล่งน้ำมันดิบ ปริมาณมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งของโลก
"เด็กเขมร" อยากกลับมาเรียนหนังสือในไทย คุณคิดยังไง?









