เมื่อกฎหมายเยาวชนถูกท้าทาย คดีสะเทือนขวัญที่เปลี่ยนโฉมหน้ากระบวนการยุติธรรมญี่ปุ่น
ในสังคมที่มักให้ความเห็นใจและโอกาสแก้ตัวแก่เยาวชนที่กระทำผิด เรื่องราวของ ทากายูกิ ฟุกุดะ ในญี่ปุ่นเมื่อปี 1999 ได้สั่นคลอนความเชื่อนั้นอย่างรุนแรง คดีฆาตกรรมสะเทือนขวัญนี้ไม่เพียงเป็นโศกนาฏกรรมของครอบครัวหนึ่ง แต่ยังเป็นชนวนที่นำไปสู่การเรียกร้องให้มีการเปลี่ยนแปลงกฎหมายเยาวชนครั้งสำคัญ
โศกนาฏกรรมเริ่มต้นขึ้นเมื่อ ฮิโรชิ โมโตมูระ กลับบ้านจากการทำงานหนัก และพบว่าภรรยากับลูกสาววัยไม่ถึง 1 ขวบถูกฆาตกรรมอย่างโหดเหี้ยม ร่างของภรรยาถูกห่อคล้ายซูชิ ส่วนลูกสาวถูกยัดในถุงพลาสติกในตู้เสื้อผ้า การสืบสวนนำตำรวจไปสู่ฟุคุ ชายหนุ่มวัย 18 ปี ผู้ซึ่งเติบโตมาในสภาพแวดล้อมที่รุนแรง ถูกทำร้ายจากพ่อขี้เมา และแม่ที่ฆ่าตัวตายตั้งแต่เขายังเด็ก ชีวิตที่โหดร้ายหล่อหลอมให้เขามีพฤติกรรมเก็บตัว ติดเกม และหมกมุ่นกับสื่อรุนแรง
ในวันเกิดเหตุ ฟุคุได้ปลอมตัวเป็นช่างประปาเข้าไปในบ้านของฮิโรชิ เมื่อเห็นภรรยาของฮิโรชิ เขาก็ไม่สามารถควบคุมความต้องการอันผิดปกติของตนได้ ก่อนจะลงมือทำร้ายเธอ และเมื่อลูกสาววัยไม่ถึงขวบร้องไห้ เขาก็ลงมือฆ่าเด็กน้อยคนนั้นอย่างอำมหิต จากนั้นจึงนำร่างของผู้เสียชีวิตทั้งสองไปซ่อนในตู้เสื้อผ้า และขโมยทรัพย์สินไปใช้จ่ายอย่างไม่สะทกสะท้าน
ฟุคุดูเหมือนจะอาศัยช่องโหว่ของกฎหมายเยาวชนในขณะนั้น ที่ให้ผู้กระทำผิดอายุต่ำกว่า 20 ปีได้รับโทษสถานเบา เมื่อถูกจับกุม เขายังคงแสดงท่าทีเฉยเมย และให้เหตุผลที่ไร้สาระว่าเขาเห็นภรรยาของฮิโรชิคล้ายแม่จึงอยากกอด แต่พลาดไปกดปุ่มปิดชีพ และการกระทำอนาจารเป็นการพยายามชุบชีวิตผู้ตาย ทั้งยังอ้างว่านำร่างไปซ่อนในตู้เสื้อผ้าเพราะคิดว่าโดเรม่อนจะออกมาช่วยชีวิต
ศาลในตอนแรกตัดสินให้บักฟุคุรับโทษจำคุกเพียงไม่กี่ปี ด้วยเหตุผลว่าเป็นเยาวชน ซึ่งสร้างความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัสให้ฮิโรชิ เขาไม่ยอมรับคำตัดสิน และได้กล่าวในศาลด้วยความโกรธแค้นว่า "ศาลที่เคารพรักครับ กรุณาปล่อยไอ้เด็กเปรตนั้นออกมาเถอะ เพราะว่าผมเนี่ยจะเป็นคนตามไปไล่ล่าปลิดชีวิตมันเอง"
ฮิโรชิยื่นอุทธรณ์คดี แม้จะมีทนายความหลายคนมาช่วยปกป้องฟุคุ แต่เขาก็ไม่ย่อท้อ แม้จะแพ้คดีในรอบแรก และต้องเผชิญกับสภาพร่างกายและจิตใจที่ย่ำแย่ ฮิโรชิได้รับกำลังใจจากผู้หญิงคนใหม่ และรวมรวมรายชื่อประชาชนหลายพันคนเพื่อสู้คดีอีกครั้ง
ในที่สุด ฮิโรชิได้นำหลักฐานชิ้นสำคัญ นั่นคือ จดหมาย ที่ฟุคุเขียนถึงเพื่อนขณะอยู่ในคุก ซึ่งในจดหมายนั้น ฟุคุบรรยายเหตุการณ์อย่างละเอียด พร้อมแสดงทัศนคติที่ดูหมิ่นผู้ตายและไร้สำนึกผิดอย่างสิ้นเชิง ข้อความในจดหมายระบุชัดเจนว่าการกระทำของเขาเป็นการไตร่ตรองไว้ล่วงหน้า และเขาก็ตั้งตารอวันที่พ้นโทษ ศาลเห็นว่าจดหมายนี้บ่งบอกถึงเจตนาและการขาดความสำนึกผิดอย่างชัดเจน จึงเปลี่ยนคำตัดสินจากโทษจำคุกเพียงไม่กี่ปี กลายเป็นการ ประหารชีวิต
แม้ฮิโรชิจะไม่สามารถนำชีวิตของภรรยาและลูกกลับคืนมาได้ แต่เขาก็ได้รับความยุติธรรมที่ต่อสู้มาอย่างยาวนาน คดีนี้เป็นบทเรียนสำคัญที่กระตุ้นให้เกิดการพิจารณากฎหมายเยาวชนในญี่ปุ่นอย่างจริงจัง และนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ เพื่อให้มั่นใจว่าความยุติธรรมจะเกิดขึ้นกับทุกฝ่าย ไม่ว่าจะอยู่ในวัยใดก็ตาม
จังหวัดที่มีคนจนมากที่สุด อันดับหนึ่งของประเทศไทย
เหรียญราคา 10 บาทของไทย รุ่นที่หาได้ยากมากที่สุดระดับตำนาน
การถาม AI หนึ่งครั้ง เท่ากับเทน้ำทิ้ง 1 ขวด
การทำ 4 อย่างนี้เป็นประจำในที่ทำงาน บ่งบอกถึงระดับ EQ ต่ำ!!
ทำไมประเทศไทยถึงต้องมี "Land" ต่อท้าย?
ประเทศที่ไร้ทางออกสู่ทะเล
ประวัติศาสตร์แห่งคาบสมุทรไอบีเรีย: สาเหตุของการที่โปรตุเกสและสเปนถึงไม่เคยหลอมรวมเป็นหนึ่ง?
สินค้าของป่านำเข้าของไทย ที่มีมูลค่ามากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง
สถิติหวยออกวันครู: เจาะลึกเลขเด็ด 16 มกราคม ย้อนหลังเกือบ 3 ทศวรรษ
เซอร์เบีย ให้เงินสนับสนุนแก่เขมรแล้ว 500,000 ดอลลาร์
“บี๋” คำสั้น ๆ แต่ความหมายไม่ธรรมดา
"ผิดที่ช่วยหรือผิดที่ระเบียบ" เปิดปม "หมอเซฟ อาสาแนวหน้า เมื่อจริยธรรมแพทย์สวนทางกับวินัยราชการ"
เหรียญเงินราคา 5 บาท รุ่นที่หาได้ยากมากที่สุดในปัจจุบัน






