จากเด็กเร่ร่อน สู่ฆาตกรต่อเนื่อง ตำนาน "ปีศาจแห่งแอนดีส"
เขียนโดย มะม่วงแอปเปิ้ล
เรื่องราวอันน่าสะเทือนขวัญของ เปโดร โลเปซ หรือที่รู้จักกันในนาม "ปีศาจแห่งแอนดีส" เริ่มต้นขึ้นท่ามกลางความยากจนและความรุนแรงในโคลอมเบียช่วงปี 1948 ด้วยชีวิตวัยเด็กที่เต็มไปด้วยความทุกข์ระทมจากการถูกทอดทิ้งและทำร้ายร่างกาย โลเปซเติบโตมาในฐานะเด็กเร่ร่อนบนท้องถนน เรียนรู้ที่จะขโมยและใช้ความรุนแรงเพื่อเอาตัวรอด บาดแผลทางใจที่สะสมจากการถูกล่วงละเมิดซ้ำแล้วซ้ำเล่าทั้งจากคนแปลกหน้าและแม้แต่ในโรงเรียนที่ควรจะเป็นที่พึ่ง พัฒนาให้เขากลายเป็นบุคคลที่เต็มไปด้วยความเกลียดชังและไม่ไว้ใจใคร
หลังพ้นโทษจำคุกในโคลอมเบียในปี 1978 โลเปซเดินทางไปยังเปรูและเริ่มต้นก่ออาชญากรรมต่อเนื่อง โดยล่อลวงเด็กหญิงชนพื้นเมืองไปข่มขืนและฆ่า แต่ก็ถูกชาวบ้านจับได้และเกือบถูกลงโทษถึงตาย โชคดีที่มิชชันนารีช่วยไว้ ทำให้เขาถูกส่งตัวให้ตำรวจ ก่อนจะได้รับการปล่อยตัวและถูกขับไล่ออกจากประเทศ การรอดชีวิตครั้งนั้นไม่ได้หยุดยั้งเขา แต่กลับเป็นจุดเริ่มต้นของความโหดเหี้ยมที่รุนแรงขึ้น
โลเปซเดินทางเข้าสู่เอกวาดอร์ และเริ่มก่อเหตุซ้ำในเมืองอัมบาโต รูปแบบเดิมๆ ที่เขาใช้คือการล่อลวงเด็กหญิงวัย 8-12 ปี โดยแกล้งทำเป็นขอความช่วยเหลือหรือเสนอของเล่น ก่อนจะพาไปยังที่เปลี่ยวและลงมือข่มขืนและสังหารอย่างเหี้ยมโหด แล้วนำศพไปซ่อนตามป่าหรือเนินเขา แม้จะมีเด็กหญิงหายตัวไปจำนวนมาก และมีการพบศพที่เน่าเปื่อยพร้อมร่องรอยการถูกบีบคอ ตำรวจในระยะแรกยังคงเชื่อว่าเป็นการหนีออกจากบ้านหรือพลัดหลง ทำให้ไม่มีการสืบสวนอย่างจริงจัง ความกลัวจึงค่อยๆ คืบคลานเข้าปกคลุมเมืองอัมบาโต
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในเดือนมีนาคม 1980 เมื่อแม่ค้ารายหนึ่งในตลาดเมืองอัมบาโตสังเกตเห็นโลเปซกำลังพยายามล่อลวงลูกสาวของเธอ ด้วยความช่วยเหลือจากชาวบ้าน โลเปซถูกจับกุมตัวได้ เขาไม่มีเอกสารยืนยันตัวตนและให้การที่สับสน การสืบสวนพบว่าเขาเคลื่อนที่ไปตามเมืองต่างๆ ในเทือกเขาแอนดีส และทุกที่ที่เขาไปมักเกิดคดีเด็กหญิงหายตัวในลักษณะคล้ายกัน หลังจากการสอบสวนอย่างหนัก โลเปซยอมสารภาพว่าเขาคือผู้ก่อเหตุ และเปิดเผยจุดฝังศพหลายแห่งรอบเมืองอัมบาโตรวมถึงในประเทศเพื่อนบ้าน
คำสารภาพของโลเปซสร้างความตกตะลึงไปทั่วโลก เขาอ้างว่าได้ล่อลวงและสังหารเด็กหญิงมากกว่า 300 คน แม้เจ้าหน้าที่จะสามารถยืนยันศพได้หลายสิบราย แต่จำนวนที่แท้จริงยังคงเป็นปริศนา เนื่องจากศพจำนวนมากเน่าเปื่อยหรือสูญหายไป การที่ฆาตกรต่อเนื่องซึ่งคร่าชีวิตเด็กหญิงนับร้อยต้องรับโทษสูงสุดเพียง 16 ปี ตามกฎหมายของเอกวาดอร์ สร้างความโกรธแค้นและความผิดหวังอย่างรุนแรงในสังคม ครอบครัวเหยื่อรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม
ในปี 1994 โลเปซพ้นโทษและถูกส่งตัวกลับโคลอมเบีย แม้จะไม่มีหลักฐานใหม่ในการดำเนินคดีกับเขาอีก แต่ความหวาดกลัวและข่าวลือเกี่ยวกับการกลับมาก่อเหตุซ้ำยังคงแพร่กระจาย ชื่อของเปโดร โลเปซ กลายเป็นสัญลักษณ์ของความโหดเหี้ยมและความล้มเหลวของกระบวนการยุติธรรมในการคุ้มครองผู้บริสุทธิ์ บาดแผลจากโศกนาฏกรรมครั้งนี้ยังคงหลอกหลอนสังคมอเมริกาใต้ตราบจนทุกวันนี้
เขียนโดย มะม่วงแอปเปิ้ล
ลงทุนน้อย ไม่เน่าไม่เสีย! เปิดวาร์ป 5 ไอเดีย "ของขายตลาดนัด" ซื้อง่ายขายคล่อง เก็บได้ยาวๆ ไม่มีขาดทุน
รู้ไหม? มีจังหวัดในไทยที่มีแค่ 3 อำเภอเท่านั้น เล็กแต่มีเสน่ห์เกินตัว
สภาพ “เอริญ” วง ENO เขมร เงียบเหงาช่วงสงกรานต์ หลังไร้งาน ไม่มีคอนเสิร์ต
5 จังหวัด ค่าครองชีพโหดที่สุดในไทย เงินเดือน 3 หมื่นบางที่ยังเกือบไม่รอด
10 ขนมไทยโบราณ หาทานยาก แต่รสชาติยังตราตรึง
5 จังหวัด เมืองเกษียณ ที่คนวัย 30+ แห่ไปจองที่ดิน ค่าครองชีพถูก
โรงเรียน"ลอยน้ำ"แห่งเดียวในประเทศไทย
5 อันดับห้างสรรพสินค้า ขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
ธงชาติที่ไม่ใช่ทรงสี่เหลี่ยม เพียงหนึ่งเดียวเท่านั้นที่มีในโลก
กินแล้วอย่าทิ้งเมล็ด! 5 ผลไม้ "ปลูกต่อได้" ในกระถาง เปลี่ยนระเบียงบ้านให้เป็นสวนผลไม้จิ๋ว 🌳🍋
สะพานไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย
แอปเปิลสายพันธุ์ใดบ้าง ที่เพาะปลูกได้และให้ผลผลิตได้จริงในไทย
แอปเปิลสายพันธุ์ใดบ้าง ที่เพาะปลูกได้และให้ผลผลิตได้จริงในไทย
ปิดตำนาน 12 พรรษา พระวัดปากช่องถูกแฉ คลิป สีกา "ถวายจุ๊บ"








