ภาพสลักหินต้าจู๋ (Dazu Rock Carvings)
ภาพสลักหินต้าจู๋ (จีน: 大足石刻; พินอิน: Dàzú Shíkè) เป็นชุดประติมากรรมและภาพสลักหินทางศาสนาในประเทศจีน ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก ตั้งอยู่ในเขตต้าจู๋ นครฉงชิ่ง ประเทศจีน ภาพสลักเหล่านี้มีอายุย้อนกลับไปได้ไกลถึงศตวรรษที่ 7 โดยแสดงให้เห็นถึงอิทธิพลและความเชื่อของพุทธศาสนา ขงจื้อ และเต๋า บางส่วนเป็นศาลเจ้าที่เจาะเข้าไปในถ้ำหินตามรูปแบบของพุทธศิลป์จีนดั้งเดิม ขณะที่อีกหลายแห่งเป็นภาพสลักนูนต่ำนูนสูงบนหน้าผาหินกลางแจ้ง
ภาพสลักหินต้าจู๋ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี ค.ศ. 1999 โดยประกอบด้วยแหล่งที่ได้รับการคุ้มครอง 75 แห่ง ซึ่งมีรูปสลักรวมกันประมาณ 50,000 ชิ้น พร้อมด้วยอักษรจีนมากกว่า 100,000 ตัวในรูปแบบของจารึกและคำอธิบาย แหล่งภาพสลักเหล่านี้ตั้งอยู่ตามเนินเขาสูงชันในเขตต้าจู๋ ห่างจากเขตตัวเมืองฉงชิ่งไปทางตะวันตกประมาณ 165 กิโลเมตร โดยจุดเด่นของแหล่งภาพสลักหินอยู่ที่ภูเขาเป่าเติง (Baoding) และภูเขาเป่ยซาน (Beishan)
คำอธิบาย
ภาพสลักหินต้าจู๋ประกอบด้วย 5 แหล่งหลักในเขตต้าจู๋ นครฉงชิ่ง ได้แก่ เป่ยซาน (ภูเขาทิศเหนือ), เป่าเติงซาน (ภูเขาเป่าเติง), หนานซาน (ภูเขาทิศใต้), ซื่อจ้วนซาน (ภูเขาซื่อจ้วน) และชื่อเหมินซาน (ภูเขาชื่อเหมิน)
- เป่ยซาน (ภูเขาทิศเหนือ) มีภาพสลักหิน 2 กลุ่มที่สลักอยู่บนหน้าผาที่ยาวประมาณ 300 เมตร มีอายุระหว่างศตวรรษที่ 9 ถึง 12 โดยเนื้อหาส่วนใหญ่แสดงธีมของพุทธตันตระและลัทธิเต๋า
- เป่าเติงซาน (ภูเขาเป่าเติง) มีภาพสลักอยู่ในหุบเขารูปตัวยู ใกล้กับศาลายืนยาว (Longevity Pavilion) ซึ่งมีอายุอยู่ในช่วงศตวรรษที่ 12 และ 13 ความยาวของภาพสลักรวมประมาณ 500 เมตร แสดงถึงแนวคิดพุทธตันตระและชีวิตทางโลก
- หนานซาน (ภูเขาทิศใต้) มีภาพสลักที่สร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์ซ่ง (Song) ในช่วงรัชสมัยจักรพรรดิเส้าซิง (Shao Xing) โดยเน้นลัทธิเต๋า และมีศิลาจารึกบันทึกประวัติศาสตร์ของมณฑลเสฉวนหลังการรุกรานของมองโกลในศตวรรษที่ 13
- ซื่อจ้วนซาน (ภูเขาซื่อจ้วน) มีภาพสลักตั้งแต่ต้นศตวรรษที่ 12 ซึ่งโดดเด่นด้วยการผสมผสานของลัทธิเต๋า ขงจื้อ และพุทธศาสนา โดยรูปสลักสำคัญที่สุดเชื่อกันว่าเป็นผลงานของเหวิน เว่ยเจี้ยน (Wen Weijian) ประติมากรชื่อดังแห่งยุคนั้น
- ชื่อเหมินซาน (ภูเขาชื่อเหมิน) มีภาพสลักตั้งแต่ศตวรรษที่ 12 โดยรวมถึงรูปสลักของหยกฮ่องเต้ (Jade Emperor) และเทพเจ้าหลายองค์
ประวัติ
เทคนิคการสลักหิน อาจมีต้นกำเนิดมาจากอินเดียโบราณ ภาพสลักชุดแรกเริ่มขึ้นในปี ค.ศ. 650 ช่วงต้นราชวงศ์ถัง (Tang) แต่ช่วงเวลาหลักในการสร้างเริ่มต้นในปลายศตวรรษที่ 9 โดยเหว่ย จวินจิ่ง (Wei Junjing) ข้าหลวงแห่งฉางโจวเป็นผู้ริเริ่มงานสลักบนภูเขาเป่ยซาน ต่อมาในยุคหลังการล่มสลายของราชวงศ์ถัง ในช่วงห้าราชวงศ์สิบอาณาจักร (ค.ศ. 907–965) ได้มีขุนนาง พระภิกษุ แม่ชี และชาวบ้านเข้าร่วมสร้างภาพสลักเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง
ในศตวรรษที่ 12 สมัยราชวงศ์ซ่ง พระภิกษุชื่อเจ้า จื้อเฟิง (Zhao Zhifeng) ได้อุทิศตนถึง 70 ปีเพื่อสร้างประติมากรรมอันวิจิตรงดงามบนภูเขาเป่าเติง ซึ่งแตกต่างจากแหล่งสลักหินอื่น ๆ ตรงที่ภาพสลักต้าจู๋มีการนำเสนอเนื้อหาทั้งสามศาสนาใหญ่ของจีน ได้แก่ พุทธ เต๋า และขงจื้อ
ภาพสลักเหล่านี้ เคยถูกปิดไม่ให้เข้าชมอยู่หลายปี ก่อนจะเปิดให้ชาวจีนเข้าชมในปี ค.ศ. 1961 และเปิดให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติในปี ค.ศ. 1980 โดยก่อนปี ค.ศ. 1975 เส้นทางจากตัวเมืองต้าจู๋ไปยังกลุ่มภาพสลักหลักยังเป็นเพียงทางโคลนเท่านั้น
ยูเนสโก ได้ประกาศให้ภาพสลักหินต้าจู๋เป็นมรดกโลก ในปี ค.ศ. 1999 โดยให้เหตุผลว่า “…ด้วยคุณค่าทางศิลปะ ความหลากหลายของเนื้อหาทั้งด้านศาสนาและทางโลก อีกทั้งยังสะท้อนให้เห็นถึงชีวิตประจำวันของชาวจีนในยุคนั้นได้อย่างยอดเยี่ยม รวมทั้งแสดงให้เห็นถึงการผสมผสานอย่างกลมกลืนระหว่างพุทธศาสนา ลัทธิเต๋า และลัทธิขงจื้อ”
4 เมืองร้างในไทย จากยุคเหมืองแร่ถึงเมืองบาดาลใต้เขื่อน
ช้างนาฬาคีรี วันที่ความโกรธถูกปล่อยกลางเมือง และพระพุทธเจ้าทรงหยุดมันด้วยความเมตตา
พริกน้ำปลาให้อร่อย ต้องใส่อะไรบ้าง สูตรถ้วยเล็กที่ช่วยชูรสอาหารไทย
5 จังหวัด ที่เจองูกะปะเยอะที่สุดในประเทศไทย
ห้างสรรพสินค้าไทยที่หรูหรามาก จนหลายคนไม่กล้าเข้าไปเพื่อใช้บริการ
5 จังหวัดที่มีงูเยอะที่สุดในประเทศไทย
สิ้นเดือนนี้กินอะไรดี? 10 เมนูสุดครีเอทีฟสำหรับคนรอเงินเดือนออก
ถ้ามนุษย์ทุกคนมีบรรพบุรุษ แล้วมนุษย์คนแรกของโลกมีพ่อแม่เป็นใคร
สิ่งที่คนไทยทำเป็นเรื่องปกติแต่ต่างชาติแปลกใจ
ฮัวกาชีนา โอเอซิสกลางทะเลทรายเปรู ที่สวยเหมือนหลุดจากภาพวาด
รีวิวหนังดัง LEGION สงครามเทวาล้างนรก
ถ้าไม่กินผักเลย จะเกิดอะไรขึ้นกับร่างกาย?
จังหวัดที่ชาวต่างชาติชอบที่สุด สำหรับการมาใช้ชีวิตหลังวัยเกษียณ
ยางพารา “หน้าตาย” ภัยเงียบที่เกษตรกรไม่อยากเจอ ทำไมต้นยางถึงหมดน้ำยาง?
ซื้อของแก้เครียดบ่อยๆ ระวัง! สัญญาณของ “Stress Spending” ที่คุณอาจมองข้าม
ทำไมคนเก่งหลายคนกลับไม่เชื่อมั่นในตัวเอง? รู้จัก “Imposter Syndrome” ก่อนที่มันจะฉุดคุณไว้
ความสำเร็จที่แท้จริง ไม่ใช่การวิ่งตามไม้บรรทัดของคนอื่น
















