“7 เมืองเศรษฐกิจแห่งเอเชีย” เสี่ยงจมบาดาล
ปัจจุบันนี้ สถานการณ์ที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศนั้น ส่งผลกระทบต่อโลกเป็นอย่างมาก และมีปัญหาต่างๆตามมา ทำให้เกิดผลกระทบมากมายกับโลกเรา เรื่อยๆ และหนึ่งในนั้นคือ น้ำแข็งละลาย ทำให้น้ำเพิ่มมากขึ้นเป็นสาเหตุทำให้เกิดการจมน้ำของเมืองต่างๆในอนาคต
สำหรับสาเหตุการจมน้ำของเมืองเหล่านี้ ได้อแก่การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การละลายของน้ำแข็งขั้วโลกทำให้น้ำทะเลเริ่มกินพื้นที่มาสู่บนบกมากขึ้น และ แผ่นดินเมืองทรุด หลายเมืองไม่คิดมาก่อนว่าเสี่ยงจะจมทะเล ประกอบกับการขยายเมืองสร้างอาคารและการสูบน้ำบาดาลส่งผลพื้นดินทรุดตัวต่ำลง
การศึกษาของ Greenpeace เมื่อปี 2021 ได้เผยถึง 7 เมืองในเอเชียที่จะกระทบหนัก ล้วนแต่เป็นเมืองสำคัญ มีประชากรหนาแน่น และเป็นแหล่งเศรษฐกิจสำคัญ ไปดูกันว่ามีที่ไหนบ้าง
• กรุงเทพมหานคร เมืองหลวงของไทยกำลังรั้งอันดับ 1 เมืองเสี่ยงจมน้ำและกระทบหนักที่สุดในเอเชีย พื้นดินของ กทม. เป็นที่ดินอ่อนและ 96% เป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ หลายสิบปีที่การขยายเมืองเกิดเป็นตึกสูงและการสูบน้ำบาดาลขึ้นมาใช้ยิ่งทำให้พื้นดินทรุดตัวลง Greenpeace วิเคราะห์ว่า ปี 2573 มีแนวโน้ม ‘สัปปายะสภาสถาน’ รัฐสภาแห่งใหม่ของไทยเสี่ยงต่อการถูกน้ำท่วม
• กรุงจาการ์ตา ในแต่ละปีจาการ์ตาเผชิญอุทกภัยหลังฝนตกหนักไม่แพ้กรุงเทพฯ และยังมีอาณาเขตไม่ไกลจากทะเล จึงมีโอกาสที่จะเผชิญปัญหาน้ำทะเลทั่วเช่นกัน ส่วนหนึ่งเพราะมีการระบายน้ำใต้ดินมากจนเกินไป แต่ละปีพื้นดินของเมืองทรุดลงเฉลี่ย 1 - 15 เซนติเมตร/ปี ส่วนที่อยู่ติดชายฝั่งทะเลอาจจมไปถึง 4 เซนติเมตร เลยทีเดียว ปัญหาน้ำท่วมอาจรุนแรงถึงบริเวณอนุสาวรีย์แห่งชาติ และศาลาว่าการกรุงจาการ์ตา และห้างสรรพสินค้าตามแนวชายฝั่ง
• กรุงโตเกียว โอกาสที่จะจมน้ำเกิดจากระดับน้ำทะเลสูงขึ้นจนปิดกั้นการไหลของแม่น้ำ ทำให้เอ่อล้นท่วมพื้นที่เขตเมือง จากการศึกษาพบว่ากว่า 13% ของโตเกียว เสี่ยงจมน้ำในปี 73 ประกอบกับที่ตั้งของเมืองมีโอกาสเผชิญพายุมรสุมมากขึ้น น้ำฝนที่เกินควบคุมจะยิ่งทำให้โตเกียวต้องแช่น้ำนานกว่าที่เคยเป็น
• กรุงไทเป การวิเคราะห์ของ Greenpeace ระบุว่าไต้หวันมีแนวโน้มเจอกับพายุไต้ฝุ่นที่มีอัตราความรุนแรงเพิ่มมากขึ้นในแต่ละปี และมักก่อให้เกิดน้ำท่วมรุนแรงตามพื้นที่ชายฝั่งของกรุงไทเป พื้นที่เสี่ยงจมในปี 2573 ได้แก่ บริเวณริมแม่น้ำตั้นสุ่ย และจะยิ่งเลวร้ายมากขึ้น หากจังหวะตรงกันกับช่วงน้ำทะเลหนุนสูง น้ำที่เอ่อท่วมเมืองจะสร้างความเสียหายแก่สถานีกลางไทเป
• กรุงมะนิลา ระดับน้ำทะเลในอ่าวมะนิลาสูงขึ้นเฉลี่ย 13.24 มิลลิเมตรต่อปี ซึ่งเริ่มกินพื้นที่มาบนบกมากขึ้น ประกอบกับแผ่นดินของกรุงมะนิลาก็กำลังทรุดตัวลงเฉลี่ย 10 เซนติเมตรต่อปี อันเนื่องมาจากการสูบน้ำบาดาล เมืองหลวง Manila, Malabon, Bulacan, Valenzuela และ Pasay City จะต่ำกว่าระดับน้ำทะเลใน 30 ปีข้างหน้า
• ฮ่องกง จะเผชิญกับพายุหมุนเขตร้อนราว 5-7 ลูกต่อปี พายุทำให้เกิดคลื่นสูงซัดเข้าสู่ชายฝั่ง หากในอนาคตเกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ผลกระทบจากคลื่นอาจรุนแรงมากขึ้น สถานที่สำคัญจะได้รับผลกระทบ เช่น เขตอนุรักษ์ธรรมชาติ Mai Po กว่าครึ่งเป็นป่าชายเลนและพื้นที่ชุ่มน้ำ
• กรุงโซล การศึกษาเชิงพื้นที่พบว่า 3% ของกรุงโซลเป็นพื้นที่ต่ำที่เสี่ยงน้ำท่วมหากระดับน้ำทะเลเพิ่มขึ้น และจะยิ่งเห็นผลกระทบจากการที่น้ำทะเลสูงขึ้นชัดเจนในปี พ.ศ. 2573 โดยเฉพาะการไหลเอ่อท่วมจากแม่น้ำสายสำคัญ สถานที่ที่จะได้รับผลกระทบ เช่น สนามบินกิมโป อุทยานนิเวศวิทยาพื้นที่ชุ่มน้ำคังซอ
จากการศึกษาที่กล่าวมาข้างต้น ทำให้เราได้ทราบว่าการเปลี่ยนแปลงของโลกนั้นเกิดขึ้นได้ไวเหมือนกัน ซึ่งในอนาคต ปี 2573 อาจมีบางพื้นที่เกิดน้ำท่วมจริงๆ หรือบางพื้นที่อาจจะยังไม่ท่วมก็ได้ แต่ถึงอย่างไรการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ ส่งผลกระทบต่อโลก และต่อเราในอนาคตทางใดทางหนึ่งอย่างแน่นอน
ชาติในภูมิภาคอาเซียน ที่ติดหนี้เงินกู้จากประเทศจีนมากที่สุด
2 ประเทศในโลก ที่ไม่มีเครื่องดื่ม Coke วางขายอย่างถูกกฎหมาย
จบยุคเดินข้ามชิล ไทยขยับจริง สร้างกำแพง–ขุดคูน้ำหนองจาน ปิดช่องทางเดิมแบบถาวร
ประเทศที่ชอบทุเรียนไทยที่สุด นำเข้าทุเรียนจากไทยมากเป็นอันดับหนึ่ง
ประเทศที่คนนิยมมาซื้อบ้านในประเทศไทยมากที่สุด
ไข่มุกถ้ำ (Cave Pearls): อัญมณีที่ไร้สิ่งมีชีวิตสร้าง
ประเทศนอกเมืองจีน ที่มีคนจีนย้ายไปอาศัยอยู่จำนวนมากที่สุด
จังหวัดนี้เลี้ยงไก่มากที่สุดในไทย
5 อันดับ ประเทศที่มีขยะมากที่สุดในโลก
ประเทศที่ค่าน้ำดื่มแพงที่สุดในโลก
จังหวัดในประเทศไทย ที่มีร้านเซเว่นอีเลฟเว่นจำนวนน้อยที่สุด
จังหวัดไหน ที่ครองแชมป์จํานวนควายมากที่สุดในไทย
แบรนด์รถยนต์ชื่อดัง ที่ทำยอดขายมากเป็นอันดับ 1 ในประเทศไทย
"ด่วน! ฮุน เซน รับตำแหน่งรักษาการประมุขแห่งรัฐแทนกษัตริย์กัมพูชาชั่วคราว" หลังกษัตริย์กัมพูชามีปัญหาพระพลานามัย





