หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

เปิดตำนาน Black Death เมื่อโรคระบาดครั้งใหญ่ สอนอะไรเราในวันนี้


เขียนโดย อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย

บทความนี้พาเราย้อนรอยไปสู่ "Black Death" หรือ กาฬโรค ซึ่งเป็นโรคระบาดครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์ที่คร่าชีวิตผู้คนไปนับร้อยล้านทั่วโลก และชวนให้เราเปรียบเทียบกับสถานการณ์ COVID-19 ในปัจจุบัน เพื่อเรียนรู้จากอดีต

ทำความรู้จักกาฬโรค

Black Death คือการระบาดของกาฬโรค โรคที่เกิดจากแบคทีเรียในเห็บซึ่งอาศัยอยู่บนสัตว์ฟันแทะอย่างหนูหรือกระรอก อาการของโรคในอดีตนั้นน่ากลัวมาก ผู้ป่วยจะมีไข้ ปวดเมื่อยตัว ต่อมน้ำเหลืองโตขึ้นเท่าไข่ไก่และแตกออก ผู้ป่วยมักเสียชีวิตภายใน 5-6 วัน ด้วยอาการอ่อนเพลีย หัวใจล้มเหลว หรือเลือดออกภายใน เนื่องจากขาดความรู้และเทคโนโลยีทางการแพทย์

3 ช่วงเวลาแห่งการระบาด

นักประวัติศาสตร์แบ่งการระบาดของกาฬโรคออกเป็น 3 ช่วง:

  1. ยุคกลางตอนต้น (ค.ศ. 541 - 700): เริ่มต้นที่กรุงคอนสแตนติโนเปิล เชื่อว่ามาจากจีนผ่านการค้าขาย ทำให้คนยุโรปเสียชีวิตกว่า 100 ล้านคน หรือราว 50% ของประชากร
  2. The Great Plague หรือ Black Death (ศตวรรษที่ 14 - 17): การระบาดครั้งยิ่งใหญ่ที่สุด ต้นกำเนิดจากมณฑลหูเป่ย ประเทศจีนในปีค.ศ. 1334 และแพร่กระจายไปทั่วยุโรปผ่านเส้นทางสายไหมและการค้าทางเรือ ทำให้ประชากร 2 ใน 3 ของอิตาลีเสียชีวิต และส่งผลกระทบยาวนานหลายศตวรรษ การก่อตั้งกรุงศรีอยุธยาของพระเจ้าอู่ทองก็อาจเกี่ยวข้องกับการหนีโรคระบาดครั้งนี้
  3. ศตวรรษที่ 19 - 20: การระบาดใหญ่ครั้งสุดท้าย เริ่มที่มณฑลยูนนาน ประเทศจีนในปีค.ศ. 1855 มีผู้เสียชีวิต 12 ล้านคน แต่ด้วยการค้นพบกล้องจุลทรรศน์และแบคทีเรีย ทำให้แพทย์ชาวฝรั่งเศส Alexandre Emile Jean Yersin ค้นพบเชื้อกาฬโรคในปีค.ศ. 1894 และนำไปสู่การผลิตวัคซีนได้ในปีค.ศ. 1897

ปัจจุบันกาฬโรคสามารถรักษาให้หายได้ด้วยยาปฏิชีวนะหากตรวจพบเร็ว และมีการระบาดน้อยลงมาก การระบาดในประเทศไทยมีบันทึกครั้งสุดท้ายในปีค.ศ. 1952

บทเรียนจากอดีต

การศึกษา Black Death เผยให้เห็นความแตกต่างที่สำคัญระหว่างโรคระบาดในอดีตกับปัจจุบัน:

Black Death ส่งผลกระทบใหญ่หลวงต่อสังคม ผู้คนละทิ้งศีลธรรม ความศรัทธาในศาสนาคริสต์เสื่อมลง ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ยุคกลางสิ้นสุดลง และยังเป็นที่มาของคำว่า "Quarantine" (การกักกัน) และ หน้ากากจงอยนก ที่แพทย์ในยุคนั้นสวมใส่เพื่อป้องกัน "อากาศเสีย"

การศึกษาประวัติศาสตร์โรคระบาดสอนให้เราเข้าใจว่า แม้ปัจจัยภายนอกจะต่างกัน แต่แพตเทิร์นของโรคระบาดในอดีตและปัจจุบันคล้ายกัน คือเริ่มต้นจากความไม่เข้าใจ ไปสู่การค้นคว้าและรักษาได้ในที่สุด ซึ่งย้ำเตือนให้เราใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และรับมือกับสถานการณ์โรคระบาดอย่างมีสติ

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 137 ครั้ง
เขียนโดย อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย
จาะลึกทุกกระแสข่าวสำคัญทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ ด้วยประสบการณ์การวิเคราะห์ข่าวเชิงรุก มุ่งเน้นการตรวจสอบข้อมูลจากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ (Multi-source Verification) เพื่อส่งมอบเนื้อหาที่ถูกต้อง แม่นยำ และทันสถานการณ์ ช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจเบื้องลึกของทุกเหตุการณ์สำคัญได้อย่างชัดเจน
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
5 ความเจริญของไทย ภาพลักษณ์ใหม่ที่ชาวต่างชาติแห่ชื่นชมภาษาท้องถิ่นในไทยที่ไม่มีตัวอักษรและไม่สามารถเขียนได้เปิดแอร์ 24 ชม. จ่ายกี่บาท?จังหวัดที่พูดภาษาเขมรมากที่สุดในประเทศไทยคณะที่เรียนยากที่สุด แต่คุ้มค่าที่สุดในระยะยาวมีบ้านหลายหลัง เป็น "เจ้าบ้าน" ในทะเบียนบ้านได้กี่หลัง?10 โรงเรียนเอกชน ที่เก่าแก่สุดในประเทศไทย5 จังหวัดที่กำลังจะกลายเป็นเมืองหลวงแห่งที่ 2 จังหวัดไหนพุ่งแรงสุด2 ภาษา ที่มีคนใช้น้อยที่สุดในโลกนิสัยจากวันเกิดไม้มงคลที่ควรปลูกมากที่สุด10วิทยาลัยที่น่าเรียนที่สุดในประเทศไทย
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
5 ความเจริญของไทย ภาพลักษณ์ใหม่ที่ชาวต่างชาติแห่ชื่นชมเปิดตำนาน “Malm Whale” วาฬสตัฟฟ์ตัวเดียวในโลก! เคยให้คน “เดินเข้าปากวาฬ” ได้จริง9 พิกัดถนนสวยที่สุดในประเทศไทยเปิด 5 “เกาะทำเงิน” ของไทย รายได้ทะลุพันล้าน ใครคือเบอร์1ตัวจริง?Meal Prep เทรนด์ใหม่ของคนยุคเร่งรีบ!กว่าจะเป็น "โดนัลด์ ทรัมป์" ชายที่คาดเดายากที่สุดในประวัติศาสตร์
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ต้นสมพง(สะพุง)สูงที่สุดในประเทศไทยเปิดตำนาน “Malm Whale” วาฬสตัฟฟ์ตัวเดียวในโลก! เคยให้คน “เดินเข้าปากวาฬ” ได้จริง"ชุดไทย" ในฐานะ Soft Powerประเทศที่ถือครองทองคำสำรองน้อยที่สุดในอาเซียน
ตั้งกระทู้ใหม่