67% ของเด็กไทยที่จบใหม่หางานทำไม่ได้ ภายใน 1 ปี

67% ของเด็กไทยที่จบใหม่หางานทำไม่ได้ภายใน 1 ปี: แค่จบปริญญาอย่างเดียวไม่พอ? เจาะลึกความจริงของตลาดแรงงานไทยที่เด็กจบใหม่ต้องเผชิญ
จากข้อมูลล่าสุดของหน่วยงานด้านแรงงาน พบว่า กว่า 67% ของบัณฑิตจบใหม่ในประเทศไทยไม่สามารถหางานทำได้ภายในช่วง 1 ปีแรกหลังจบการศึกษา สะท้อนภาพความเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของตลาดแรงงานไทยอย่างชัดเจนว่า การเริ่มต้นชีวิตการทำงานของคนรุ่นใหม่ในยุคปัจจุบันไม่ง่ายเหมือนที่เคยเป็นมา
คำถามสำคัญคือ: เหตุใดการหางานในยุคนี้จึงกลายเป็นความท้าทายถึงเพียงนี้?
1. ปริญญาบัตรไม่ใช่ใบเบิกทางอีกต่อไป
แม้จะจบการศึกษาระดับปริญญาตรีจากสถาบันชั้นนำ แต่สิ่งที่นายจ้างส่วนใหญ่มองหาในยุคปัจจุบัน กลับไม่ใช่เพียงใบปริญญา หากแต่เป็น "ทักษะที่จำเป็นต่อการทำงาน" ซึ่งหลายครั้งไม่ได้ถูกสอนในระบบการศึกษาไทยแบบดั้งเดิม เช่น
ทักษะการคิดเชิงวิเคราะห์ (Analytical thinking)
ความสามารถด้านเทคโนโลยีดิจิทัล
การสื่อสารและทำงานเป็นทีม
ทักษะการเรียนรู้ด้วยตนเอง
ปัญหานี้สะท้อนถึงช่องว่างระหว่าง “สิ่งที่มหาวิทยาลัยผลิต” กับ “สิ่งที่ตลาดแรงงานต้องการ” ซึ่งยังคงไม่ได้รับการแก้ไขอย่างเป็นระบบ
2. จำนวนบัณฑิตล้นตลาด-ตำแหน่งงานใหม่ไม่สอดคล้อง
ในแต่ละปี ประเทศไทยผลิตบัณฑิตมากกว่า 300,000 คน ขณะที่ตำแหน่งงานว่างที่มีความต้องการสูงกลับอยู่ในสายงานที่มีความเฉพาะทาง เช่น IT, วิศวกรรม, โลจิสติกส์, การแพทย์ และอุตสาหกรรมดิจิทัล ซึ่งมีจำนวนจำกัด และมักต้องการประสบการณ์หรือทักษะเฉพาะทางที่เด็กจบใหม่ไม่มี
ในอีกด้านหนึ่ง อัตราการเติบโตของธุรกิจแบบดั้งเดิมกลับชะลอตัวลง ส่งผลให้การจ้างงานในสายอาชีพทั่วไป เช่น ธุรการ การตลาด หรือบริการลูกค้า มีการแข่งขันสูงอย่างยิ่ง
3. เด็กจบใหม่ vs ประสบการณ์: ข้อเสียเปรียบที่กลืนไม่เข้า–คายไม่ออก
แม้จะเป็นกลุ่มที่มีความกระตือรือร้นและพร้อมเรียนรู้ แต่เด็กจบใหม่กลับมักถูกปฏิเสธด้วยเหตุผลที่ย้อนแย้งกันเองว่า "ขาดประสบการณ์" ขณะที่โอกาสในการได้ "ประสบการณ์แรก" ก็แทบไม่มีให้เห็น
หลายบริษัทต้องการลดความเสี่ยงในการจ้างงาน โดยมองหาผู้ที่เคยผ่านงานมาบ้างแล้ว ซึ่งทำให้บัณฑิตจบใหม่ตกอยู่ในวงจรอุบาทว์ของการสมัครงานที่ไม่ได้เริ่มต้นเสียที
4. เสียงสะท้อนจากเด็กจบใหม่: ความฝันที่ถูกกั้นไว้ด้วยความจริง
“เรามีไฟ อยากทำงาน อยากพิสูจน์ตัวเอง แต่กลับไม่มีใครให้โอกาส” – เสียงจากบัณฑิตจบใหม่ที่สมัครงานไปกว่า 70 ตำแหน่งภายใน 6 เดือน แต่ยังไม่ได้แม้แต่การสัมภาษณ์
“บริษัทบอกว่าต้องการคนที่พร้อมใช้งานทันที แล้วเราล่ะจะได้เริ่มต้นเมื่อไหร่?” – ความรู้สึกของคนรุ่นใหม่ที่รู้สึกว่าโอกาสในชีวิตการทำงานถูกตีกรอบด้วยระบบที่ไม่เปิดกว้าง
5. ทางออกที่เป็นไปได้: ปรับตัวมากกว่ารอระบบเปลี่ยน
แม้ระบบการศึกษาจะยังไม่สามารถปรับตัวได้ทันต่อความเปลี่ยนแปลง แต่สิ่งหนึ่งที่เด็กจบใหม่สามารถทำได้ทันทีคือ "พัฒนาทักษะของตนเองนอกห้องเรียน"
เรียนรู้เพิ่มเติมผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์
หางานพาร์ทไทม์ ฝึกงาน หรือโปรเจกต์อิสระ
ปรับ Mindset ให้พร้อมต่อการเปลี่ยนแปลง
สร้างเครือข่าย (networking) และโปรไฟล์ออนไลน์ที่น่าเชื่อถือ
สรุป
ตลาดแรงงานในยุคใหม่เต็มไปด้วยความท้าทาย และเส้นทางไม่ได้ถูกปูไว้ด้วยความมั่นคงเหมือนในอดีต การเข้าใจกลไกของตลาด การพัฒนาทักษะ และความกล้าที่จะเปลี่ยนเส้นทางเมื่อจำเป็น อาจเป็นคำตอบที่เด็กจบใหม่ในยุคนี้ต้องเริ่มเรียนรู้ด้วยตนเอง
แค่จบปริญญา “ไม่พอ” อีกต่อไป — แต่ก็ไม่ได้แปลว่า “ไม่มีทางไป”
เครื่องใช้ไฟฟ้าแบรนด์ไทย ที่หลายคนเข้าใจผิดว่าเป็นสินค้าของญี่ปุ่น
สิบเลขขายดี สลากตัวเลขสามหลัก N3 งวด 16/2/69
พบ "ตะโขง" สัตว์ที่เคยเชื่อว่าสูญพันธุ์แล้วในไทยเป็นครั้งแรก พร้อมภาพชัดเจน
ทัวร์คอนเสิร์ตที่ทำเงินมากที่สุด อันดับหนึ่งของโลกตลอดกาล
3 อันดับ “หอคอย” ที่โดดเด่นที่สุดในภาคอีสาน
จังหวัดของประเทศไทย ที่มีคนกัมพูชาทำงานอยู่จำนวนมากที่สุด
ประเทศที่นิยมเรียนในไทย มีนักศึกษาเข้ามาเรียนต่อในประเทศไทยมากที่สุด
จังหวัดที่ได้ค่าแรงน้อยที่สุด 7 อันดับแรกของประเทศไทย
ประเทศที่คนจบปริญญามากที่สุด 10 อันดับแรกของโลก
ระบบนิเวศวิทยาของนกกาเหว่า: ผู้ไม่เคยสร้างรัง แต่ไม่เคยสูญพันธุ์
ประเทศไทยเคยมีภูเขาไฟจริง..ได้อะไรจากจากภูเขาไฟ
เปิด 9 ธุรกิจสินค้าสัญชาติ "ญี่ปุ่น" ที่ปัจจุบันมี "ทุนจีน" เป็นเจ้าของ
เครื่องบินรบที่แพงที่สุด มีต้นทุนการผลิตสูงเป็นอันดับหนึ่งของโลก
สีสันอาหารญี่ปุ่น หมุนแล้วอร่อยกรอบนอกนุ่มในน้อยอร่อยน่ามองในการทำ
ราคาน้ำมะพร้าวนั้นแพงกว่าน้ำเปล่า กะทินั้นมาดดว่าที่ได้มี สีสันในเสมอที่เรานั้นต้องการ
ยำปูม้าเจ็ดยอด หลังมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ความอร่อยที่เหนือในสิ่งที่น่าค้นหา
ธรรมเนียมการแต่งงานแบบดั้งเดิม "พิธีไหว้ผี เซ่นผี" การบอกกล่าวผีบ้านผีเรือน (นครนายก)