หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ภาพถ่ายแห่งประวัติศาสตร์ : ภาพถ่ายของชายหนุ่มที่ประภาคารและคลื่นยักษ์


เขียนโดย dukedicknarak

        ในบรรดาภาพถ่ายที่โด่งดังที่สุดของศตวรรษที่ 20 ภาพหนึ่งที่ยังคงตราตรึงอยู่ในความทรงจำของผู้คนทั่วโลกคือภาพของชายผู้หนึ่งที่ยืนอยู่หน้าประภาคาร เผชิญหน้ากับคลื่นยักษ์ลูกมหึมาที่กำลังโถมซัดเข้าหา ภาพนี้เป็นผลงานของช่างภาพชาวฝรั่งเศสชื่อ ฌอง กีชาร์ (Jean Guichard) ซึ่งบันทึกเอาไว้เมื่อปี ค.ศ. 1989 ท่ามกลางพายุที่โหมกระหน่ำชายฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือของฝรั่งเศส

        ประภาคารในภาพนี้มีชื่อว่า La Jument (ลาจูมองต์) ตั้งอยู่ห่างจากชายฝั่ง Ushant (เกาะอูช็อง) ไปประมาณ 300 เมตร ในพื้นที่น่านน้ำที่มีชื่อเสียงว่าอันตรายที่สุดแห่งหนึ่งของยุโรป ด้วยคลื่นลมอันเชี่ยวกราก และพายุที่สามารถเกิดขึ้นได้ตลอดปี ไม่เว้นแม้ในฤดูร้อนที่สงบ ภูมิประเทศใต้น้ำที่ซับซ้อนและกระแสน้ำที่ไหลแรงทำให้เรือจำนวนมากต้องประสบอุบัติเหตุบริเวณนี้ในอดีต จนเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ต้องมีการสร้างประภาคาร La Jument ขึ้นมา

        ประภาคาร La Jument เป็นโครงสร้างที่สร้างขึ้นจากหินธรรมชาติ ถูกวางรากฐานอย่างมั่นคงบนโขดหินกลางทะเล โครงสร้างที่แข็งแกร่งนี้ใช้เวลาสร้างหลายปี และถือเป็นหนึ่งในสถาปัตยกรรมทางทะเลที่น่าทึ่ง ด้วยความที่มันตั้งอยู่กลางมหาสมุทรโดยไม่มีสะพานหรือทางเชื่อมใด ๆ การเข้าออกจึงต้องพึ่งพาเฮลิคอปเตอร์หรือเรือเพียงอย่างเดียว ในปี 2017 ประภาคารแห่งนี้ได้รับการยกย่องให้เป็น อนุสรณ์สถานทางประวัติศาสตร์ของฝรั่งเศส สะท้อนถึงความสำคัญทั้งในแง่ของประวัติศาสตร์ การเดินเรือ และวัฒนธรรม

        แต่สิ่งที่ทำให้ La Jument กลายเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก ไม่ใช่แค่เพียงความโดดเด่นของที่ตั้ง หรือสถาปัตยกรรมเท่านั้น หากเป็นเพราะภาพถ่ายอันทรงพลังที่ฌอง กีชาร์ ถ่ายไว้ในวันที่พายุพัดถล่มเมื่อปี 1989 ภาพนั้นกลายเป็นที่รู้จักในชื่อ “Phares dans la Tempête, La Jument” ซึ่งแปลเป็นไทยว่า “ประภาคาร La Jument ท่ามกลางพายุ” ภาพดังกล่าวถ่ายทอดช่วงเวลาที่คลื่นขนาดมหึมาซัดกระหน่ำเข้าหาประภาคาร ในขณะเดียวกันก็มีชายคนหนึ่งเปิดประตูออกมายืนหน้าทางเข้า ซึ่งเป็นช่วงเวลาเสี้ยววินาทีที่ทั้งอันตรายและงดงามในคราเดียวกัน

        ชายในภาพคือ ธีโอดอร์ มัลกอร์น (Théodore Malgorn) ผู้ดูแลประภาคารในขณะนั้น จากมุมกล้อง เขาดูเหมือนยืนอยู่อย่างสงบเสงี่ยม ไม่หวั่นไหวต่อพลังมหาศาลของธรรมชาติที่กำลังจะกลืนกินเขา แต่เบื้องหลังของภาพนี้มีเรื่องราวที่ลึกซึ้งและเต็มไปด้วยอารมณ์ที่แตกต่างไปอย่างสิ้นเชิง

        หลายปีต่อมา ธีโอดอร์ให้สัมภาษณ์ว่า ในวันนั้น เขาไม่รู้เลยว่าตัวเองกำลังถูกถ่ายภาพไว้ เขาเล่าว่าโดยปกติแล้ว เขาจะไม่ออกจากตัวประภาคารเลย แต่ในวันนั้น เขาได้ยินเสียงเฮลิคอปเตอร์วนเวียนอยู่ด้านนอก ด้วยความสงสัยจึงเดินลงไปที่ชั้นล่าง และเปิดประตูเพื่อดูว่าเกิดอะไรขึ้น ทันใดนั้น เขาเห็นคลื่นขนาดมหึมาลูกหนึ่งที่กำลังซัดเข้ามาทางด้านหลังของประภาคาร ด้วยสัญชาตญาณ เขารีบปิดประตูทันที ก่อนที่น้ำจะพัดเข้ามาถึง และในจังหวะนั้นเอง ฌอง กีชาร์ ก็กดชัตเตอร์ได้อย่างแม่นยำ จับภาพของธีโอดอร์ไว้ได้ในเสี้ยววินาทีก่อนคลื่นยักษ์จะพุ่งเข้าใส่ตัวประภาคารอย่างรุนแรง

        ภาพถ่ายนั้นไม่ได้เพียงแค่เป็นผลงานที่น่าทึ่งทางด้านศิลปะและการถ่ายภาพเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงความเปราะบางของมนุษย์เมื่อต้องเผชิญหน้ากับธรรมชาติที่ไม่อาจควบคุมได้ ความกล้าหาญและหน้าที่ของผู้ดูแลประภาคารที่ต้องรับผิดชอบแม้ในยามคับขัน เช่นเดียวกับสัญลักษณ์ของประภาคารที่ยืนหยัดต้านพายุ ซึ่งเป็นทั้งแนวทางให้กับเรือที่หลงทาง และสัญลักษณ์แห่งความหวังท่ามกลางความมืดมิด

        ผลงานภาพถ่ายชุดนี้ของฌองไม่เพียงได้รับเสียงชื่นชมจากทั่วโลก แต่ยังทำให้เขาคว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 จากการประกวด World Press Photo Contest ปี 1991 ซึ่งเป็นหนึ่งในเวทีการประกวดภาพข่าวที่ทรงเกียรติที่สุดในโลก ภาพนี้กลายเป็นภาพถ่ายประวัติศาสตร์ที่ถูกตีพิมพ์และจัดแสดงในนิทรรศการมากมาย ได้รับการศึกษาในแวดวงศิลปะ การถ่ายภาพ และสื่อมวลชน จนกลายเป็นหนึ่งในตัวอย่างสำคัญของการถ่ายภาพที่บันทึกช่วงเวลาสำคัญของมนุษย์ในบริบทของธรรมชาติอันเกรี้ยวกราด

        ไม่ใช่แค่เพียงฌอง กีชาร์ ที่ได้รับการยอมรับในฐานะศิลปินผู้สร้างผลงานทรงพลังเท่านั้น แต่ธีโอดอร์ มัลกอร์น เองก็กลายเป็นสัญลักษณ์ของความกล้าหาญโดยไม่ตั้งใจ ภาพของเขายืนอยู่หน้าประภาคาร กลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้คนมากมายว่า ในขณะที่เราต้องเผชิญกับพายุในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นพายุจริง ๆ หรือในเชิงสัญลักษณ์ เราก็สามารถยืนหยัดได้ หากเรามีความเข้มแข็งและศรัทธาในหน้าที่ที่เรารับผิดชอบ

        แม้เวลาจะผ่านไปหลายทศวรรษแล้วตั้งแต่วันที่ภาพถ่ายนั้นถูกถ่ายไว้ แต่ประภาคาร La Jument ยังคงยืนตระหง่านท่ามกลางทะเล คลื่นยังคงโถมซัดเข้าหามันทุกปี พายุยังคงมาและไป แต่ภาพถ่ายของฌอง กีชาร์ ยังคงดำรงอยู่ในความทรงจำของผู้คน เป็นบทบันทึกของช่วงเวลาที่มนุษย์และธรรมชาติปะทะกันโดยตรง และแสดงให้เห็นว่า บางครั้งช่วงเวลาเพียงเสี้ยววินาทีก็เพียงพอที่จะกลายเป็นนิรันดร์

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
dukedicknarak's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 202 ครั้ง
เขียนโดย dukedicknarak
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: phenpiram
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
5 จังหวัดที่กำลังจะกลายเป็นเมืองหลวงแห่งที่ 2 จังหวัดไหนพุ่งแรงสุดคนเป็นแสน แย่งชิงตำแหน่งงานเพียง 1,000 ตำแหน่งไม้มงคลที่ควรปลูกมากที่สุดคณะที่เรียนยากที่สุด แต่คุ้มค่าที่สุดในระยะยาวเกาะที่ไม่มีรถยนต์“จังหวัดไหนในไทย น่าอยู่ที่สุดในปีนี้?”ประเทศที่งบทางการทหาร มากที่สุดในโลก15 ลักษณะของคนที่มี EQ ต่ำมีการค้นพบสัตว์หายาก ที่มีอายุ 100 ปี ซึ่งเหลืออยู่เพียงไม่กี่ตัวในโลกเท่านั้นย้อนวันวาน “7 สีคอนเสิร์ต” เวทีในตำนาน! เริ่มต้นด้วยคู่ขวัญ มยุรา เศวตศิลา – ธงไชย แมคอินไตย์ ครองใจคนไทยทั้งประเทศโอมานยกเลิกค่าธรรมเนียม ผ่านทางช่องแคบฮอร์มุซคณะที่เรียนจบแล้ว มีงานทำง่ายที่สุด
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
10 อันดับทำเลที่ดินราคาแพงที่สุดในไทยรถจริง ฝังจริง ไม่ใช่รถกระดาษ เศรษฐีจีนฝังรถเบนซ์ทะเบียนสวยส่งไปให้บรรพบุรุษใช้ในปรโลก3 ข้อ ที่ทำให้เกิดสงครามสหรัฐฯ–อิหร่านผู้เชียวชาญเผยถึงสาเหตุ ที่ไม่พบซากผู้เสียชีวิตในเรือไททานิกแม้แต่ร่างเดียวภาษาท้องถิ่นในไทยที่ไม่มีตัวอักษรและไม่สามารถเขียนได้
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
2 ข้อคิดหลังจบม.63 ข้อ ที่ทำให้เกิดสงครามสหรัฐฯ–อิหร่าน5 สัตว์ดึกดำบรรพ์ใต้ทะเลลึกประเทศที่เล็กกว่ากรุงเทพฯ ถึง 700 เท่า กลับกลายเป็นดินแดนที่มีรายได้ต่อหัวสูงติดอันดับโลก
ตั้งกระทู้ใหม่