หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

เจดีย์กระเบื้องเคลือบแห่งนานกิง หนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลาง

เขียนโดย น้องมิ่ง รัตนาภรณ์

เจดีย์กระเบื้องเคลือบนานกิง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของวัดเป่าเอิน (เป่าเอินซื่อ) ในอดีต เป็นโบราณสถานที่ตั้งอยู่บนฝั่งด้านใต้ของแม่น้ำฉินหวยด้านนอก ในเมืองหนานกิง ประเทศจีน เดิมทีเจดีย์นี้เป็นเจดีย์ที่สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 15 ในช่วงราชวงศ์หมิง แต่ส่วนใหญ่ถูกทำลายในศตวรรษที่ 19 ระหว่างการกบฏไท่ผิง ปัจจุบันได้มีการสร้างเจดีย์จำลองขนาดเท่าของจริงขึ้นมาใหม่ในหนานกิง

ในปี ค.ศ. 2010 หวัง เจี้ยนหลิน นักธุรกิจชาวจีนได้บริจาคเงินจำนวน 1 พันล้านหยวน (ประมาณ 156 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ให้กับเมืองหนานกิงเพื่อการบูรณะสร้างใหม่ ซึ่งถือเป็นการบริจาคส่วนบุคคลครั้งใหญ่ที่สุดในประเทศจีนที่เคยมีมา ตามรายงาน ในเดือนธันวาคม ปี 2015 เจดีย์จำลองและสวนโดยรอบได้เปิดให้สาธารณชนเข้าชมอย่างเป็นทางการ

ประวัติ

เจดีย์กระเบื้องเคลือบนานกิง ซึ่งเดิมมีชื่อว่า "วัดเป่าเอิน" ได้รับการออกแบบ ในสมัยจักรพรรดิหย่งเล่อ (ครองราชย์ระหว่างปี ค.ศ. 1402–1424) โดยเริ่มก่อสร้างในต้นศตวรรษที่ 15 ต่อมาในวันที่ 25 มีนาคม ปี ค.ศ. 1428 จักรพรรดิซวนเต๋อ มีพระราชโองการให้เจิ้งเหอและผู้อื่น ร่วมกันดูแลการซ่อมแซมและบูรณะวัดนี้ และแล้วเสร็จในปี ค.ศ. 1431

เจดีย์แห่ง นี้เป็นที่รู้จักของชาวตะวันตกครั้งแรก เมื่อมีนักเดินทางชาวยุโรป เช่น โยฮัน นีอูฮอฟ เดินทางมาพบ และบางครั้ง ถึงกับจัดให้เป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลก หลังจากเป็นที่รู้จักในระดับสากล เจดีย์นี้ ก็ได้รับการยกย่องให้เป็นสมบัติของชาติ จากทั้งชาวจีนและชาวต่างชาติ

ในปี ค.ศ. 1801 เจดีย์ถูกฟ้าผ่าจนยอดบนสุดสี่ชั้นได้รับความเสียหาย แต่ก็ได้รับการบูรณะในเวลาต่อมา หนังสือ The Closing Events of the Campaign in China (เหตุการณ์ปิดฉากสงครามในจีน) เขียนโดยแกรนวิล โกเวอร์ ล็อก ในปี ค.ศ. 1843 ได้ให้รายละเอียดของเจดีย์ตามที่มันมีอยู่จริงในช่วงต้นทศวรรษ 1840

ในช่วงทศวรรษ 1850 พื้นที่รอบเจดีย์เกิดสงครามกลางเมืองเมื่อการกบฏไท่ผิงขยายตัวมาถึงหนานกิง กองกำลังกบฏยึดครองเมืองไว้ได้ พวกเขาได้ทำลายรูปเคารพพระพุทธเจ้า และทำลายบันไดภายในเจดีย์ เพื่อไม่ให้ข้าศึกราชวงศ์ชิงใช้เป็นหอคอยสังเกตการณ์ ต่อมาในเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 1854 กะลาสีเรือชาวอเมริกันเดินทางมาถึงเมืองและเข้าเยี่ยมเจดีย์ที่กลวงเปล่าแล้ว

ในปี ค.ศ. 1856 กองกำลังไท่ผิงได้รื้อเจดีย์ทิ้งทั้งหมด อาจเพื่อป้องกันไม่ให้ฝ่ายตรงข้ามใช้เป็นจุดสังเกตการณ์และยิงปืนใหญ่เข้าเมือง หรืออาจเป็นเพราะความเชื่อในลัทธิฮวงจุ้ยว่า เจดีย์นี้มีพลังอัปมงคล หลังจากนั้น ชิ้นส่วนของเจดีย์ถูกรื้อเพื่อนำไปใช้ในอาคารอื่น ๆ ส่วนพื้นที่ก็ถูกทิ้งร้างไว้ จนถึงการสร้างใหม่ในยุคปัจจุบัน

รายละเอียดของเจดีย์

เจดีย์นี้มีลักษณะเป็นทรงแปดเหลี่ยม เส้นผ่านศูนย์กลางฐานประมาณ 30 เมตร เมื่อสร้างเสร็จในยุคนั้น ถือเป็นหนึ่งในอาคารที่ใหญ่ที่สุดในประเทศจีน โดยมีความสูงถึง 79 เมตร (259 ฟุต) มีทั้งหมด 9 ชั้น และภายในมีบันไดเวียนจำนวน 184 ขั้นที่ขึ้นไปสู่ยอดบนของเจดีย์ ส่วนยอดหลังคานั้นตกแต่งด้วยรูปสับปะรดทองคำ

มีรายงานจากมิชชันนารีชาวอเมริกัน ผู้มาเยือนหนานกิง ในปี ค.ศ. 1852 ว่า เดิมทีมีแผนจะสร้างเจดีย์ให้สูงกว่านี้ แต่ไม่ได้ดำเนินการต่อไป เจดีย์ในประเทศจีน ที่มีความสูงมากกว่านี้ มีเพียงไม่กี่แห่ง เช่น เจดีย์เหลียวตี้ในมณฑลเหอเป่ย ซึ่งสูง 84 เมตร สร้างในศตวรรษที่ 11 และเจดีย์ไม้ในเมืองฉางอานซึ่งสูญหายไปแล้ว เดิมเคยสูงถึง 100 เมตร สร้างในศตวรรษที่ 7

ตัวเจดีย์สร้างด้วยอิฐเคลือบกระเบื้องสีขาว ซึ่งมีคุณสมบัติสะท้อนแสงแดดในเวลากลางวัน และในเวลากลางคืนจะมีการแขวนโคมไฟประมาณ 140 ดวงรอบเจดีย์เพื่อให้แสงสว่าง ตกแต่งด้วยลวดลายเคลือบเงาและงานหินที่ผสมเข้ากับกระเบื้องเคลือบ เกิดเป็นลวดลายหลากสี ได้แก่ เขียว เหลือง น้ำตาล และขาว เป็นภาพสัตว์ ดอกไม้ และภูมิทัศน์ เจดีย์ยังประดับด้วยภาพพุทธศาสนาจำนวนมาก

เศษซากบางส่วนของเจดีย์ต้นฉบับอาจถูกจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์กัลกัตตา โดยมอบโดยกรมสำรวจธรณีวิทยาอินเดีย เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม ค.ศ. 1877 และชิ้นส่วนขนาดเล็กบางชิ้นยังอยู่ในการครอบครองของสมาคมประวัติศาสตร์จอร์เจีย ที่เมืองสะวันนา รัฐจอร์เจีย สหรัฐอเมริกา

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
น้องมิ่ง รัตนาภรณ์'s profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 335 ครั้ง
เขียนโดย น้องมิ่ง รัตนาภรณ์
สัพเพเหระ
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
9 อาชีพที่กำลังกลายเป็น “อาชีพหายาก” ในไทยจังหวัดที่มีร้านเซเว่นอีเลฟเว่น จำนวนมากกว่า 500 สาขา10 โรงเรียนที่ขึ้นชื่อว่าสอบเข้ายากที่สุดมาเลเซียเร่งล่าชายจุดไฟหญิงวัย 62 ในร้านลอตเตอรี่ เจ็บไหม้ราวครึ่งร่างฝังเงินหนีโจร แต่จำจุดไม่ได้ เกือบปีพบ 5 แสนรูปีถูกปลวกกินจาก “Gomukh” สู่แม่น้ำคงคา จุดเริ่มต้นของสายน้ำแห่งศรัทธาบนเทือกเขาหิมาลัยเลือกเลขเด่นตัวเดียวก่อนกระจาย งวด 16 ส.ค. 69 — วิธีหาเลขหลักผสมสัญญาณและการคำนวณมหัศจรรย์ท้องฟ้ารับวันแม่ 12 สิงหาคม 2569 เมื่อ “สุริยุปราคา–ฝนดาวตก–ดาวเคราะห์ 6 ดวง” มาพบกันในวันเดียวทำไมมือถือตกน้ำ ห้ามเปิดเครื่องทันที? สิ่งแรกที่หลายคนรีบทำ อาจยิ่งทำให้พังหนักกว่าเดิมความลับพริกน้ำปลา ทำไมบางร้านวางหลายวันแล้วพริกยังดูสดไม่ดำคล้ำจากปลากัดบ้านๆ สู่ตลาดโลก ปลาตัวเล็กที่สร้างรายได้ให้ไทย หลายร้อยล้านทำไมขวดน้ำมันพืชต้องมีแผ่นพลาสติกปิดปากขวด? ทั้งที่ก็มีฝาหมุนปิดอยู่แล้ว
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ทรัมป์สวนอิหร่าน เรียกค่าชดเชยกลับก่อนเจรจายุติสงครามจังหวัดที่ไม่มีเพื่อนบ้านทางพื้นดิน เพียงหนึ่งเดียวในประเทศไทยค่าซ่อมเฉียดครึ่งล้าน เจ้าของเบนซ์เผยยอดประเมินล่าสุด ชาวเน็ตแห่ถก หากต้องชดใช้จะไหวหรือทำไมมือถือตกน้ำ ห้ามเปิดเครื่องทันที? สิ่งแรกที่หลายคนรีบทำ อาจยิ่งทำให้พังหนักกว่าเดิมทำไมงูเหลือมถึงตัวใหญ่ได้ขนาดนั้น เปิดความลับเบื้องหลังงูยักษ์ชวนลองเข้ามาดูไอเดียเจ๋ง ๆ กับสิ่งประดิษฐ์แปลก ๆ ที่สมเหตุสมผลมากขึ้นเมื่อลองมองและคิดดูดี ๆ
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
เรื่องจริงของสถานีรถไฟไทย ที่เคยเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของเมืองทำไมมือถือตกน้ำ ห้ามเปิดเครื่องทันที? สิ่งแรกที่หลายคนรีบทำ อาจยิ่งทำให้พังหนักกว่าเดิมทำไมขวดน้ำมันพืชต้องมีแผ่นพลาสติกปิดปากขวด? ทั้งที่ก็มีฝาหมุนปิดอยู่แล้วทำไมงูเหลือมถึงตัวใหญ่ได้ขนาดนั้น เปิดความลับเบื้องหลังงูยักษ์
ตั้งกระทู้ใหม่